บทที่ 3
หลังจากที่ออกไปพบกับเป่าหนิงเฟิ่งมาแล้ว หลานซูหนี่ว์ก็เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในจวน เปลี่ยนแปลงตัวเองทีละน้อย ๆ
ใบหน้าที่ไร้สีสันบัดนี้ดูงดงามมีน้ำมีนวลมากขึ้นกว่าแต่ก่อนนัก ยามปกตินางจะไม่แต่งหน้า แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน นางผัดแป้ง ทาแก้มให้ใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย ริมฝีปากก็แต่งแต้มเล็กน้อยให้สมกับวัย
จากเด็กสาวที่ดูจืดชืดในวันนั้น กลับแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้ใครหลายคนรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
“ท่านพี่เหอผิง” ซูหนี่ว์ที่กำลังพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์ ก็ถูกสาวใช้เชิญให้มาพบฮวนเหอผิงที่มาเยี่ยมเยียนที่จวน
นางจึงต้องจำใจออกมาต้อนรับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทั้งที่ในใจอยากจะก่นด่ายิ่งนักที่กล้ามาขัดขวางความสุขของนาง
“นั่งลงตามสบายเถิด” เขาเอ่ยออกมาอย่างเป็นกันเอง และมองไปยังคู่หมายด้วยสายตาที่พึงพอใจ
เขารู้สึกว่าช่วงหลัง ๆ มานี้นางดูงดงามผิดปกติ ออกจะงามกว่าน้องสาวของนางตอนนี้เสียด้วยซ้ำ
“เจ้าค่ะ” นางนั่งลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะเอ่ยถาม “มาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือ”
“ไม่ได้มาหาเจ้าหลายวัน จึงคิดถึงอยู่บ้าง” เขาหยอดคำหวานให้นาง ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยคิดที่จะทำมันเลยสักครั้ง
หญิงสาวไม่ได้เอ่ยอันใด เพียงแค่ยิ้มออกมาอย่างขวยเขินเท่านั้น ตอนนี้นางก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน เพราะว่าเขาไม่เคยเอ่ยคำหวานเช่นนี้กับนางเลยสักครั้ง ตลอดเวลาเขาแสดงออกว่าตนเองเป็นสุภาพบุรุษมาโดยตลอด
ทว่าไม่เป็นความจริงสักนิด ที่เขาทำเช่นนั้นกับนางก็เพราะว่าเขาไม่เคยมีใจให้นางเลยต่างหาก หาได้เป็นสุภาพบุรุษเช่นที่นางคิดไม่
สุดท้ายแล้วที่เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นก็เป็นเพราะนางโง่เอง ที่ไปหลงเชื่อภาพลักษณ์จอมปลอมนั่น
“วันนี้เราออกไปเดินเล่นที่ตลาดด้วยกันดีหรือไม่” เมื่อเห็นว่าสบโอกาสก็รีบชวนนางออกเดินเล่นด้านนอกทันที เพราะต้องการให้คนทั้งเมืองหลวงเห็นว่าตอนนี้เขามีคู่หมายที่งดงามเพียงใด
“วันนี้ข้ารู้สึกไม่สบาย จึงต้องขอปฏิเสธเจ้าค่ะ” นางปฏิเสธออกไปอย่างนิ่มนวล ตอนนี้นางไม่ต้องการเป็นปรปักษ์กับเขา เพราะนางยังต้องใช้เขาในการทำร้ายน้องสาวสุดที่รักของนางอยู่
“มิเป็นไร เช่นนั้นหากข้ากลับไปถึงเรือนแล้ว จะส่งของบำรุงดี ๆ มาให้เจ้าที่จวนก็แล้วกัน” เขาเอ่ยอย่างต้องการเอาใจ และมองดูใบหน้าที่งดงามของคู่หมายอีกครั้ง ก่อนจะตัดใจเดินจากไป
ซูหนี่ว์ที่ได้เห็นสายตาของเขาที่มองมาก็ได้แต่ยกยิ้มอย่างสมเพช นางก็คิดว่าเขามีใจรักมั่นเพียงน้องสาวของนาง ที่ไหนได้ ก็เป็นบุรุษมากตัณหาเหมือนกันหมด
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดี จะได้จัดการง่าย ๆ หน่อย นางจะทำให้ฝันของน้องสาวดับลงด้วยมือของนางเอง
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” นางส่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปให้เขา เพื่อแสดงให้เห็นว่าตอนนี้นางยังคงมีใจให้เขาเช่นกาลก่อน
“ข้าขอตัวกลับก่อน เจ้าก็พักผ่อนให้มาก” เขาเอ่ยออกมาอย่างใส่ใจ เพื่อให้เห็นว่าเขานั้นเป็นห่วงนางมากเพียงใด
“เจ้าค่ะ” นางยิ้มน้อย ๆ พลางมองเขาเดินไปจนสุดสายตา ไม่คิดว่าคนที่ภายนอกดูเหมือนสุภาพบุรุษเช่นเขาจะเป็นคนเช่นนี้ไปได้ ในกาลก่อนนางก็ชื่นชมเขามิใช่น้อย หากไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้น นางก็คงไม่มีทางได้รู้ความจริง ว่านิสัยที่แท้จริงของเขาเป็นเช่นไร
หลังจากฮวนเหอผิงกลับไปได้ไม่นาน ของบำรุงร่างกายต่าง ๆ ก็ถูกส่งมาที่เรือนของซูหนี่ว์มากมาย
หญิงสาวได้แต่นั่งมองของพวกนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เพราะนางไม่คิดที่จะใช้มันอยู่แล้ว แต่นางจะทำอย่างไรกับมันดี เพื่อไม่ให้ของล้ำค่าเหล่านี้เสียเปล่า
จนในที่สุดก็คิดออกว่าต้องทำอย่างไรกับของพวกนี้ จึงได้เอ่ยเรียกสาวใช้คนสนิทเข้ามาพบ
“อิงอิง”
“เจ้าคะ” เมื่อได้ยินเสียงเรียกของผู้เป็นนาย อิงอิงก็รีบเข้ามาในห้องทันที
ซูหนี่ว์เลือกสมุนไพรบำรุงร่างกายมาหลายอย่าง ก่อนจะบอกให้สาวใช้ถือตามนางมา
“เจ้าถือของพวกนี้ตามข้ามา”
“คุณหนูจะนำของเหล่านี้ไปที่ใดหรือเจ้าคะ” อิงอิงถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะของพวกนี้คุณชายฮวนพึ่งนำมาให้เมื่อครู่ แล้วคุณหนูจะนำของเหล่านี้ไปที่ใด
“ข้าจะนำไปให้น้องสาวของข้า” นางบอกไปเพียงเท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะขยายความให้อีกฝ่ายกระจ่างแจ้ง
อิงอิงที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่เงียบปากไป เพราะไม่กล้าที่จะถามอะไรต่อ
“ข้ามาหาน้องรอง” นางแจ้งบ่าวที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเรือนของน้องสาว
“คุณหนูใหญ่รอสักครู่นะเจ้าคะ บ่าวจะไปแจ้งคุณหนูรอง” พูดจบก็เดินเข้าไปหาผู้เป็นนายในเรือน เพื่อแจ้งถึงการมาของคุณหนูใหญ่
“คุณหนู คุณหนูใหญ่มาขอพบเจ้าค่ะ”
หลานเยว่สือที่ได้ยินเช่นนั้นก็แปลกใจ ไม่คิดว่าพี่สาวจะมาหาตนเองที่เรือน ปกติก็ไม่เคยไปมาหาสู่กันอยู่แล้ว นอกจากตอนที่อีกฝ่ายจะออกไปข้างนอกกับท่านพี่เหอผิง เพราะไม่ต้องการให้คนด้านนอกมองไม่ดี จึงต้องให้นางตามไปด้วย
“พี่ใหญ่” นางย่อกายทักทายคนที่อายุมากกว่าตามมารยาท ถึงแม้จะไม่ชอบหน้าสตรีผู้นี้มากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจทำอันใดตามใจตนเองได้ เพราะฮูหยินผู้เฒ่าเคร่งครัดในเรื่องมารยาทเป็นอย่างมาก
“มาหาข้าถึงเรือน มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยถามด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้ยินดียินร้ายต่อการมาของพี่สาวแม้แต่น้อย
“ข้านำของมาให้” นางยกยิ้มน้อย ๆ มองท่าทางของน้องสาว ท่าทางของอีกฝ่ายแสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบนาง เหตุใดแต่ก่อนนางจึงมองไม่ออกกัน ตอนนั้นนางคิดเพียงแค่ว่าพวกนางสองพี่น้องไม่ได้สนิทสนม แต่ก็มิได้มีเรื่องจนถึงขั้นเกลียดกัน
“อันใดหรือ” อีกฝ่ายถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“ยาบำรุง” นางยกยิ้ม ก่อนจะเอ่ยต่อ “พี่เหอผิงส่งมาให้ข้า เพียงแค่เอ่ยปากนิดเดียวว่าไม่ค่อยสบาย เขาก็ส่งมาให้ในทันที”
ใบหน้าของนางยิ้มแย้มมีความสุข ต่างจากอีกฝ่ายที่แทบจะปั้นหน้าวางเฉยไม่ได้
“เขาส่งมามากมาย จนข้ากินไม่หมด จึงได้แบ่งมาให้เจ้าได้กิน” นางเอ่ยต่อไม่ได้สนใจใบหน้าที่แทบจะบิดเบี้ยวของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย “พี่เหอผิงช่างใส่ใจข้าจริง ๆ เจ้าว่าใช่หรือไม่”
“เจ้าค่ะ” เยว่สือปั้นหน้ายิ้มอย่างสุดความสามารถ พยายามที่จะไม่เข้าไปทำร้ายอีกฝ่าย
‘ที่เขาทำดีกับเจ้าก็เพราะหวังในฐานะของเจ้า หาได้มีความจริงใจต่อเจ้าไม่’ เยว่สือได้แต่คิดในใจ ก่อนที่จิตใจจะค่อย ๆ สงบลง
“ไม่มีอันใดแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” พูดจบก็เดินออกมาโดยไม่สนใจน้องสาวที่สีหน้าบิดเบี้ยวอยู่ข้างหลัง
“คุณหนูทำเช่นนี้ไปทำไมเจ้าคะ” อิงอิงถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ดูก็รู้ว่าคุณหนูจงใจทำเช่นนั้นเพื่อให้อีกฝ่ายไม่พอใจ ซึ่งนางก็ไม่รู้ว่าทำไปทำไม เพราะทั้งสองถึงจะต่างแม่ แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องผิดใจกันเลยสักครั้ง
“ข้าทำไปทำไม อีกไม่นานเดี๋ยวเจ้าก็รู้” นางไม่คิดที่จะบอกเรื่องของเหอผิงและเยว่สือให้ผู้ใดรู้ในตอนนี้ เพราะมันยังไม่ถึงเวลา
อิงอิงได้แต่ฟังอย่างเงียบ ๆ ในเมื่อผู้เป็นนายไม่คิดที่จะบอก นางก็ไม่คิดที่จะถาม เพราะอย่างไรนางก็เป็นเพียงแค่บ่าว ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเรื่องของเจ้านาย
“เอาของที่เหลือไปให้ฮูหยินผู้เฒ่า” นางไม่คิดที่จะเก็บของเหล่านั้นเอาไว้ใช้อยู่แล้ว เพียงแค่เห็นนางก็รังเกียจจนไม่อยากเข้าใกล้ จะให้นางกินเข้าไปคงอาเจียนออกมาพอดี
“เจ้าค่ะ” อิงอิงรีบไปทำตามคำสั่งทันที ไม่กล้าที่จะเอ่ยอันใด
ตอนนี้มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น รอให้นางได้หลักฐานต่าง ๆ มาก่อนเถิด รับรองว่าคนที่ทำกับนางไว้ ไม่มีทางอยู่อย่างมีความสุขอย่างแน่นอน
หลายวันต่อมาเป่าหนิงเฟิ่งก็มาหาซูหนี่ว์ที่จวน เพื่อมาแจ้งข่าวเรื่องที่นางให้เขาสืบน้องสาวและฮวนเหอผิง
“เป็นเช่นที่เจ้าคิดเอาไว้จริง ๆ ทั้งสองลอบคบหากันลับหลังเจ้า” เขามองดูสีหน้าของนาง เมื่อเห็นว่าใบหน้าของนางยังคงเรียบนิ่ง จึงได้เอ่ยต่อ “ทั้งสองมักจะนัดกันออกไปพบที่โรงเตี๊ยม เพื่อไม่ให้ผู้ใดสงสัย”
“ทั้งสอง…”
“ทั้งคู่เพียงแค่นัดพบกันเท่านั้น” เขารู้ว่านางต้องการจะถามอันใด จึงได้ชิงตอบก่อน “พวกเขาทำเพียงพูดคุย ก่อนจะแยกย้ายกันไป”
“อ้อ” นางรู้สึกผิดหวังเล็ก ๆ ที่ได้ยินว่าทั้งสองเพียงนัดพบกันเท่านั้น
“แต่เหอผิงนั้นมีสาวใช้อุ่นเตียงอยู่เต็มเรือน” ตอนแรกที่หวั่งหมิ่นเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง เขาก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าเหอผิงจะมีนิสัยเช่นนี้
“จริงหรือ” นางถามขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนมากตัณหาเช่นนี้
“คนของข้าตามดูเขาอยู่หลายวัน มั่นใจได้อย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นก็ดี” เดิมทีนางจะตัดวาสนาของทั้งสอง แต่พอมาได้ยินเรื่องที่เขามีสาวใช้อุ่นเตียงมากมายเช่นนี้ เห็นทีนางจะต้องคิดใหม่เสียแล้ว
“เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป” เขาถามอย่างเป็นห่วง เพราะดูแล้วฮวนเหอผิงผู้นี้คงมีจุดประสงค์ไม่ดีกับซูหนี่ว์เป็นแน่
“เหตุใดข้าต้องทำอันใดด้วย ในเมื่อข้าและเขาไม่ได้เป็นอันใดกัน วันหน้าไม่แน่เขาอาจจะต้องเปลี่ยนสถานะมาเป็นน้องเขยของข้าก็ได้” ตอนนี้นางรอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือวันที่น้องสาวของนางจะได้แต่งงานกับเหอผิง แล้วไปเผชิญกับความจริงที่ว่าเขาเป็นคนเช่นไร
“เจ้าจะให้ทั้งสองแต่งงานกันหรือ” เขาไม่เข้าใจว่าในเมื่อถูกกระทำถึงเพียงนี้แล้ว ยังคิดที่จะให้ทั้งสองได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอีกหรือ
“แน่นอนว่าทั้งสองต้องได้แต่งงานกันอย่างแน่นอน แต่จะด้วยวิธีใดก็อีกเรื่องหนึ่ง” พูดจบก็ยกยิ้มอย่างร้ายกาจ นางมิใช่คนดีที่จะปล่อยให้คนที่ทำร้ายนางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข นางจะเอาคืนทั้งสองให้สาสมกับสิ่งที่พวกมันทำเอาไว้ จะไม่มีผู้ใดได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแน่นอน นางขอสาบาน