ความวุ่นวายกำลังจะมาเยือน

1414 Words
>>ชั้นผู้บริหาร มาวินเดินคุยงานกับเจต โดยมีหรรษาเดินตาม หลังคอยเรียนรู้งาน แบบไม่ถูกเขาคอยแกล้ง อีกต่อไป “วินค่ะ ทำไมมาถึงช้าจัง” เสียงของ สาวสวยเอ่ยทักจากด้านหลัง พร้อมกับเดินเข้า มาเบียดผู้ช่วยหนุ่มให้ขยับออก กอดแขนของ มาวินอย่างไม่สนใจสายตาใคร มาวินดึงแขน ออกจากอ้อมกอดของรุจีทันที และสีหน้าขุ่นมัว ทั้งหรรษาและเจตก็พากันเดินตรงไปที่โต๊ะ ทำงาน โดยไม่รอมาวินที่กำลังถูกรุจีดึงรั้งไว้ “รุจี!! คุณมาที่นี่ทำไม” มาวินเอ่ยถามอย่าง หงุดหงิด “จีทำเรื่องขอย้ายมาประจำอยู่ที่นี่ ชั่วคราวค่ะวิน จีไม่อยากให้เราห่างกันนานๆ” “รุจี สายงานของเราไม่ได้ตรงกัน ไม่จำเป็น ต้องมาอยู่ใกล้กัน อีกอย่างที่นี่ไม่ได้สะดวก สบายแบบที่คุณคิด กลับกรุงเทพฯไปซะ” “ไม่กลับค่ะ วินอยู่ได้ จีก็อยู่ได้ค่ะ ไม่รู้ละ ยังไง จีก็จะทำงานกับวินที่นี่ วินห้ามจีไม่ได้หรอกค่ะ แล้วนี่จีนั่งตรงไหนได้บ้าง ในห้องทำงานของ..” มาวินรีบพูดแทรกขึ้นทันที “ไม่ได้เด็ดขาด” เขาเอ่ยขึ้นด้วยอารมณ์หงุดหงิดเป็นอย่างมาก “เจต! เจต!!!!” น้ำเสียงเรียกผู้ช่วยด้วยอารมณ์ หงุดหงิด ผู้ช่วยหนุ่มรีบวิ่งมา แต่สาวสวยอย่าง รุจีกลับไม่สะทกสะท้านกับน้ำเสียงของมาวิน “อ่อ พรุ่งนี้ผู้ช่วยของจีจะตามมาด้วยนะคะ วิน” มาวินเดินหนีเข้าห้องทำงานอย่างไม่สนใจ ผู้ช่วยอย่างเจตก็รีบตามเจ้านายเข้าไปในห้อง ทันที ส่วนหรรษาที่แอบฟังอยู่ตลอด แม้จะไม่ได้ เงยหน้ามองก็ตาม เธอก็รับรู้ได้ถึงความวุ่นวาย ที่กำลังมาเยือนเร็วๆนี้และเหมือนหรรษาจะรับรู้ ได้ว่า รุจีไม่ชอบเธอ ด้วยสายตาและท่าทางที่ แสดงออกกับเธอเมื่อวานนี้ (ฝึกงานก็ยิ่งยาก รับมือกับอารมณ์ของท่านประธานก็ไม่ใช่เรื่อง ง่ายๆ นี่ยังจะมีเรื่องนี้มาให้รับมืออีกหรอ เห้อ! หวังว่าพี่เขา คงไม่เอาเราไปเกี่ยวข้องหรือมา หึงหวงเรากับท่านประธานจอมดุหรอกนะ) >>ห้องทำงานของท่านประธาน “เอาไงดีครับ คุณวิน” ผู้ช่วยหนุ่มเอ่ยถาม “ให้ลงไปนั่งชั้นการตลาด พร้อมผู้ช่วยเขาเลย แล้วคอยจับตาดู 2 คนนั้นด้วยนะ อย่าให้มา ก่อเรื่องหรือสร้างความวุ่นวายที่นี่เด็ดขาด โดยเฉพาะกับหรรษา ฉันรู้สึกว่าที่รุจีตามมา ถึงที่นี่ เพราะเห็นว่าฉันมีเลขา เมื่อวานเธอ เอาแต่ถามฉันหลายรอบมาก” มาวินเอ่ยสั่งผู้ช่วยหนุ่มอย่างอารมณ์หงุดหงิด “ได้ครับ ว่าแต่เรื่องที่พักล่ะครับ จะเอาไงดี” “อืมม ให้ไปอยู่ข้างนอก หรือไม่ก็ให้ไปอยู่ตึกอี เท่านั้นเข้าใจไหม” ผู้ช่วยหนุ่มขมวดคิ้ว “แต่ที่ตึกอีมันมีแต่ห้องพัดลมและสำหรับไว้ให้ คนงานในไร่อยู่นี่ครับ” “ตามนี้ ก็ให้เลือกเอา คนอย่างรุจี รักสบายจะตาย แค่โดนแดดไม่ถึง 2 นาที ก็ร้องกรี๊ดแล้ว เอ่อ!! เจต พรุ่งนี้ฝาก เรียกผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมสวัสดิการอาหาร พนักงานหน่อยสิ คุณท่านฝากให้ช่วยดูเรื่องนี้ ได้ข่าวว่ารสชาติมันแย่มาก แต่ฉันเห็นงบเบิก ยังเท่าเดิม เช็คให้หน่อยว่ามีอาหารเหลือทิ้ง บ้างไหม อัพเดทฉันด้วย” ผู้ช่วยรับคำสั่งพร้อม เดินออกมาฝากให้หรรษาช่วยสรุปข้อมูลพวกนี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลไปอัพเดทให้ท่านประธาน ฝั่งรุจีพอถูกพามานั่งประจำที่ห้องทำงานอีกชั้น เธอก็รู้สึกหงุดหงิด เพราะเหมือนมาวินกำลัง แยกให้เธออยู่ไกลจากเขา (ไม่เป็นไรค่ะวิน จีจะ ปล่อยผ่านเรื่องห้องทำงาน แต่ห้องนอนยังไงจี ก็ไม่ยอมแน่ๆค่ะ) รุจีรีบโทรให้ผู้ช่วยหาข้อมูล ที่พักของมาวิน พอได้มา เธอก็รีบขับรถออกไป ติดต่อเรื่องห้องพักให้อยู่ชั้นเดียวกับมาวิน **เวลาเที่ยง** หรรษากำลังเตรียมตัวจะไปพักเที่ยงที่แคนทีน ประตูห้องของท่านประธานเปิดออกมาพอดี “หรรษา วันนี้จะไปกินข้าวเที่ยงที่แคนทีนไหม” “ใช่ค่ะ ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าค่ะ” “ไม่มี แต่ฉันจะไปด้วย ฉันอยากรู้ว่ารสชาติมัน แย่ขนาดไหน” หรรษาหันมองหน้ากับเจตทันที “ให้ผมไปตักมาให้ดีกว่าไหมครับ ที่นั่นมันค่อน ข้างแออัดมากครับคุณวิน” ผู้ช่วยเอ่ยขึ้น “ฉันเป็นผู้บริหาร ถ้าฉันไม่ไปสัมผัสเอง ฉันจะรู้ ได้ยังไง ว่าพนักงานกินอยู่เป็นยังไง จะให้ฉัน เอาแต่นั่งอ่านรายงานอย่างเดียวหรือไง” หรรษาอมยิ้มขึ้นกับคำพูดของมาวิน (ถึงจะยิ้มน้อยและดุไปบ้าง แต่จิตใจดีสุดๆ สมแล้วที่ได้นั่งตำแหน่งประธานบริษัท) มาวินแอบเห็นหรรษาแอบอมยิ้ม เขาก็รู้สึกเขิน ไม่รู้ว่าคำพูดของเขาตรงไหนมันดูเวอร์ไปหรือ เปล่า “ฉันพูดอะไรเวอร์ไปหรือเปล่า” ทั้งเจต และหรรษาส่ายหน้าพร้อมกัน “งั้นก็ไปกันค่ะ” ทั้ง 3 คนเดินเข้ามาในแคนทีน จากเสียงพูดคุย วุ่นวาย อยู่ๆก็เงียบลงทันทีที่มาวินก้าวเท้าเข้า มา มาวินมองไปรอบๆ “ทุกคนตามสบายเลย ทำตัวปกติได้เลย ฉันแค่อยากรู้ความเป็นอยู่ และอาหารการกินของพนักงานทุกคนของฉัน ว่ายังกินอยู่ดีหรือไม่ เพื่อจะได้นำไปปรับปรุง ให้ดีขึ้น” เสียงปรบมือจากพนักงานทุกคน ดังขึ้นจนลั่นแคนทีน มาวินหันไปมองหรรษา กับเจตที่ทั้งคู่ก็ปรบมืออยู่เช่นกัน “หรรษา ทางนี้ๆ” เสียงสายธารดังแทรกขึ้น หรรษาเดินตรงไปที่โต๊ะกินข้าว เห็นสายธารนั่ง อยู่คนเดียวและตักอาหารไว้รอเธอแล้ว “ถ้าท่านประธานมานั่งด้วย สายธารจะเกร็งป่ะ” “เกร็งนิดหน่อย แต่อยู่ในเกณฑ์รับได้” สายธาร รีบลุกขึ้นยืน“งั้นเราจะไปตักอาหารเพิ่ม ว่าแต่..” “ตักมาทุกอย่างเลย ตักข้าวเผื่อคุณเจตด้วยนะ” หรรษาเดินไปตามท่านประธานกับผู้ช่วยหนุ่ม ให้มานั่งรอที่โต๊ะ หรรษเดินไปช่วยสายธารตัก อาหาร มาวินนั่งมองสาวน้อยที่ทำตัวกลมกลืน ไปกับพนักงาน แต่ด้วยความสวยของเธอและ ผิวพรรณของเธอที่มันออร่าพุ่งเด่นสะดุดตา จนทำให้พวกหนุ่มๆทุกคนต้องหันมอง สะกิด ส่งซิกกัน มาวินไม่ชอบพฤติกรรมเหล่านี้เลย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะหรรษาอยู่ในฐานะ พนักงานใหม่คนหนึ่งเท่านั้น “ไอ้พวกหมา เห็นปลากระป๋อง เอ้ยยยย” มาวินเผลอสบถขึ้น “อะไรปลากระป๋องนะครับ คุณวิน” ผู้ช่วยได้ยิน เจ้านายเอ่ยขึ้น แต่เขาได้ยินไม่ชัดจึงเอ่ยถาม “เปล่าหรอก แค่คิดอะไรเล่นๆ ช่วงบ่ายนาย ออกไปซื้อของสดสำหรับทำชาบูมาหน่อยสิ เอาเครื่องดื่มแอลกับไม่แอลมาด้วยนะ” ผู้ช่วยได้ยินถึงกับแปลกใจเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ทำงานกันมา7-8 ปีอาหารประเภทพวก ชาบู หมูกระทะ เขาไม่เคยเห็นเจ้านายของเขา กินมันเลยสักครั้ง แต่ก็รับคำสั่งตามที่เจ้านาย เอ่ยบอก อาหารถูกยกมาจนครบ มาวินและ ทุกคนเริ่มกินอาหาร เขาตักชิมทุกอย่างพราง ส่ายหน้าเบาๆ “อืม! รสชาติสมคำร่ำลือจริงๆ” ประธานหนุ่มเอ่ยขึ้น ทำให้ทั้ง หรรษา สายธาร และผู้ช่วยหนุ่มพากันอมยิ้มกันใหญ่ ส่วนรุจีที่ ซื้ออาหารมื้อเที่ยงเข้ามาเต็มไม้เต็มมือ เดินขึ้น ลิฟท์มาที่ชั้นของท่านประธาน ปรากฎว่าไม่มี ใครอยู่สักคน (หายไปไหนกันหมดนะ วินก็ไม่ ได้ออกไปข้างนอก เพราะรถยังจอดอยู่ นี่เขา ไปกินข้าวเที่ยงที่ไหนกันนะ) รุจีนั่งรอสักพักก็ ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครขึ้นมา จนถึงเวลาช่วง บ่ายโมงของการเริ่มทำงาน ชั้นผู้บริหารก็ยัง คงปิดไฟเงียบสนิทอยู่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD