รุจีเห็นมาวินคุยงานเสร็จ เธอก็รีบเดินเข้าไปหา
ทันที “วินค่ะ เราไปดินเนอร์ด้วยกันนะคะ”
“ไม่ได้หรอก วินกับพ่อต้องไปกินข้าวที่บ้านของ
คุณท่านเย็นนี้” รุจีรู้สึกเศร้าและเซ็งเป็นอย่าง
มาก นอกจากชายหนุ่มจะยังไม่ยอมเปิดใจให้
กับเธอแล้ว ตอนนี้ยังต้องไปอยู่ห่างไกลกันอีก
พอมาวินเดินแยกจากรุจี เขาก็ชวนหรรษากลับ
ระหว่างทางอยู่บนรถ หรรษาเหลือบมองแผล
หลังมือของประธานหนุ่ม “เจ็บไหมค่ะ เหมือน
แผลจะเริ่มบวมเลย” ประธานหนุ่มพ่นขำขึ้น
“เจ็บสิ” หรรษามองออกไปนอกหน้าต่างรถ
“รู้ว่าเจ็บ แล้วจะต่อยทำไมเล่า นั่นมันเสาปูน
เลยนะ” ประธานหนุ่มชำเรืองมองสาวน้อย
แล้วเขาก็หันไปนอกหน้าต่างรถฝั่งของตัวเอง
พร้อมกับแอบอมยิ้มในคำพูดของสาวน้อย
>>บ้านวัฒนาพาณิชย์
มาวินขับรถตรงเข้ามาจอดที่บ้านของหรรษา
“โอ้ยยย คิดถึงบ้านจังเลย” หรรษารีบลงจาก
รถวิ่งเข้าบ้านด้วยความคิดถึงทันที ส่วนมาวิน
ก็นั่งมองสาวน้อยจากในรถ พรางส่ายหน้า
ก่อนจะเดินลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้าน
ช่วงเวลาอาหารมื้อค่ำ “ลุงล่ะเสียดายมาวิน
ถ้ายังโสดๆ ลุงอยากให้หมั้นกับยัยหนูของลุง
ลุงชอบลูกเขยทำงานเก่งๆ”หัสดินผู้เป็นพ่อของ
หรรษาเอ่ยขึ้น ทำเอาทั้งมาวิน ทั้งหรรษาสำลัก
ขึ้นพร้อมกัน “คุณพ่อ อย่าพูดเล่นแบบนี้สิค่ะ
เดี๋ยวแฟนของท่านประธาน ได้ยินจะเสียใจค่ะ”
มานพผู้เป็นพ่อของมาวินได้ยินถึงกับหัวเราะ
“แกหมายถึงใครวะไอ้หัส ข้ายังไม่เคยเห็น
เจ้าวิน มันคบใครจริงจังสักที อายุอานามก็ปา
ไป 30 กว่าปีแล้ว” “เอ้า!ก็รุจีลูกสาวดำรงค์ไง”
“ไม่ใช่นะครับ คุณลุง เราแค่รู้จักกัน เพราะเคย
เรียนมหาลัยเดียวกันเฉยๆครับ ไม่ใช่แฟน”
“อ่าวหรอ ก็ลุงเห็นเธอเดินพุ่งเข้ามากอดวินเลย
ลุงก็นึกว่าเป็นแฟนกันซะอีก” “ไม่ใช่นะครับ”
“อืมๆ แล้วนั่น มือไปโดนอะไรมา ลุงว่าจะถาม
ตั้งแต่ออกจากห้องประชุมล่ะ” มาวินเหลือบ
มองแผลที่หลังมือของตัวเอง กำลังจะอ้าปาก
ตอบ “พี่เขาเดินชนเสาที่ลานจอดรถค่ะคุณพ่อ”
คำตอบของหรรษาทำเอาผู้ใหญ่ทุกคนหัวเราะ
กันอย่างห้ามไม่อยู่ รวมถึงมาวินที่เขาต้องกลั้น
ยิ้มเอาไว้ .. หลังอาหารมื้อค่ำจบลง ครอบครัว
ของหรรษาก็เดินออกมาส่ง พ่อกับมาวินที่รถ
หัสดินเดินคุยกับมานพ “พรุ่งนี้จะมารับ 10 โมง
เตรียมตัวรอด้วยล่ะ” มาวินเอ่ยขึ้น ขณะกำลัง
เดินตามหลังผู้เป็นพ่อ “ได้ค่ะ ท่านประธาน”
“จริงๆเรียกพี่วินก็ได้นะ” หรรษาหยุดเดิน
“เรียกท่านประธานดีแล้วค่ะ หรรษาพึ่งจะเริ่ม
ฝึกงานได้แค่เดือนเดียวเอง ยังต้องใช้เรียก
ท่านประธานไปอีก 5 เดือนค่ะ ถ้าอยู่ๆเปลี่ยน
มาเรียกพี่ มันจะดูว่าหรรษาปีนเกลียวไปค่ะ”
“อืม อย่างนั้นก็ได้” “น่าจะบอกกันสักนิดนะคะ
ว่ารู้เรื่องของหรรษา แอบแกล้งกันมา 1 เดือน
เต็มๆ เลยนะคะ สนุกมากเลยใช่ไหมล๊า”
มาวินขำขึ้นเล็กน้อยในลำคอ “สนุกอะไรกัน
ปวดหัวตั้งหากล่ะ กำลังคิดเลยว่าจะส่งไปตัด..”
“หยุดเลยค่ะ ไม่ต้องมาขู่เลยนะคะ” ทั้งคู่ก็เดิน
จนมาถึงรถ “ขับรถดีๆนะคะ” หรรษาเอ่ยขึ้น
มาวินพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะก้าวขึ้นรถไป
แล้วหรรษาก็หันไปไหว้ลาพ่อของมาวินเช่นกัน
รถของสองพ่อลูกขับออกไปพร้อมๆกัน หรรษา
เดินกอดพ่อกับแม่เข้ามาในบ้าน ด้วยความ
คิดถึง “คิดถึงป๊ากับแม่จังเลยค่ะ” หรรษาเอ่ย
“ยัยหนูของแม่ผอมลงไปเยอะเลยนะลูก”
“ก็อาหารที่แคนทีนมันน่าเบื่อ ไม่ค่อยอร่อย
แต่พนักงานทุกคนต้องทนกินกันค่ะ เพราะมัน
ประหยัดค่าใช้จ่ายแต่มื้อ หนูโชคดีได้พี่เจต
ที่คอยซื้อของกินจากข้างนอกมาฝากค่ะ
กับเพื่อนร่วมงานอีกคนที่ทำกับข้าวให้กิน
ไม่งั้นหนูต้องแย่แน่ๆเลย อ่อว่าแล้วก็..”
หรรษามองเข้าไปในครัว รีบเดินเข้าไปสั่งบาง
อย่างกับแม่บ้าน ก่อนจะเดินกลับมาหาพ่อกับ
แม่แล้วก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับบริษัทต่อ จนถึงเวลา
ที่เธอต้องเตรียมอาบน้ำเข้านอน ขณะที่หรรษา
กำลังนอนเล่นมือถืออยู่ แชทเด้งแจ้งเตือนจาก
เบอร์ที่ไม่รู้จัก “อย่านอนดึกล่ะ” หรรษาอ่านถึง
กับงงว่าเบอร์ของใคร เธอลองคลิกเข้าไปดู
โปรไฟล์ก็เผยรอยยิ้มขึ้น (อ่อ ประธานยิ้มยาก
นี่เอง นึกว่าใคร กลัวคนอื่นไม่รู้เลยมั้งว่าเป็น
ผู้บริหารบริษัทผลิตและขายน้ำตาลเนี้ย ถึงได้
ใช้รูปโปรไฟล์ซะเชยขนาดนี้) หรรษาส่งแค่
สติ๊กเกอร์นอนห่มผ้ากลับไป ปลายทางเห็น
แชทตอบกลับ ถึงกับยิ้มปนขำขึ้น
(คิดไว้แล้วเชียว ว่าเธอยังไม่นอน ยัยหมูหรร)
มาวินปิดแชท แล้วก็เข้านอนทันที..
>>เช้าวันรุ่งขึ้น
รถของมาวิน วิ่งเข้ามาจอดที่บ้านของหรรษา
เวลา 09.30 น. “เอ้า! วินเข้ามาด้านในกินมื้อ
เช้าด้วยกันก่อน ยัยหนูยังไม่ลงมาเลย”
หญิงสูงวัยเอ่ยเชิญชวน “ครับ คุณป้า”
มาวินเดินเข้ามาในบ้านก็เห็นของบางอย่าง
กองไว้ข้างๆประตู “อันนี้ของยัยหนูเขาจะเอาไป
ใช้ที่นู้นจ๊ะ สงสัยจะเบื่ออาหารที่นั่นจริงๆ”
หญิงสูงวัยเอ่ยขึ้นพร้อมใบหน้ายิ้มแย้ม
หรรษาเดินลงมาพอดี เห็นท่านประธานกำลัง
มองของที่เธอจะเอาไป ด้วยความสงสัย
“พวกหม้อชาบู หมูกระทะค่ะ หรรษาว่าจะเอาไป
ทำชาบูกินที่ห้องกับสายธาร พี่เจตหลังเลิกงาน
หรือช่วงวันหยุดค่ะ” สาวน้อยเอ่ยขึ้น
“ดูท่าทางจะสนิทกับผู้ช่วยของฉันมากเลยนะ”
“ก็มีแค่สายธารกับพี่เจตนี่แหระค่ะ จะให้
หรรษาตัวคนเดียวหรือยังไงค่ะ ไปค่ะ เราไปกิน
มื้อเช้ากัน” หรรษาเอ่ยชวนอย่างสนิทสนม
จนทำให้มาวินที่กำลังรู้สึกหงุดหงิดในความ
สนิทสนมของเธอกับผู้ช่วยของเขา อยู่ๆก็รู้สึก
อารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าแปลกใจ ระหว่างทั้งคู่
กินมื้อเช้ากันอยู่ เสียงรถแท็กซี่ก็ขับมาส่งเจต
พอดี ก็ทำให้มาวินเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง
เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องรู้สึกหัวเสียถึงขนาด
นั้น เขาอาจจะมองไปถึงความเหมาะสม เพราะ
หรรษาไม่ใช่แค่พนักงานธรรมดา และเขาเอง
มีหน้าที่ที่ต้องคอยดูแลเธอให้เป็นอย่างดี
>>หลังกินมื้อเช้าเสร็จ หรรษาก็ได้ร่ำลาพ่อแม่
รถก็ถูกขับออกจากกรุงเทพฯ มุ่งตรงไปยังจุด
หมายปลายทางคือจังหวัดระยอง ขณะอยู่บน
รถ หรรษาผู้แอบหาวไปแล้ว 10 กว่ารอบ
“หลับสักงีบสิ ยังอีกชั่วโมงกว่าๆเลย..”
ไม่มีเสียงตอบรับ ตอบกลับใดๆจากหรรษา
มาวินหันไปมอง เขาถึงกับกลั้นขำเอาไว้แทบ
ไม่ไหว เพราะเธอหลับไปก่อน ที่เขาจะเอ่ย
บอกซะอีก มาวินหันไปสั่งให้ผู้ช่วยอย่างเจต
แวะที่คอนโดเพื่อเอาของใช้ส่วนตัวของเขา
ไปพักที่ห้องพนักงาน “คุณวินแน่ใจหรอครับจะ
ไปอยู่ที่นั่น เอ่อ มันค่อนข้างลำบากนะครับ”
“ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ขนาดหรรษายังอยู่ได้”
“ก็คุณหรรษามีทางเลือกซะที่ไหนล่ะครับ”
“งั้นฉันก็ยิ่งไม่ควรเอาเปรียบเธอ ที่มาอยู่อย่าง
สุขสบายที่นี่ แต่ถ้านายอยากมาอยู่ก็ได้นะ
ฉันอนุญาต” “เหอะ คุณวินก็พูดไปได้นะครับ
ทั้งคุณวิน คุณหรรษา ไปอยู่ห้องพนักงาน
แล้วจะให้ลูกน้องอย่างผมมาอยู่คอนโดหรูๆ
เนี้ยนะ หึ! มีหวังโดยพ่อด่าไม่พอ แถมต้อง
เตรียมหางานใหม่อีก” มาวินพ่นขำขึ้นในลำคอ
พอเก็บของเสร็จ รถก็ขับตรงเข้าโรงงานผลิต
หรรษารีบเอาของสำคัญที่ขนมาจากกรุงเทพฯ
ขึ้นไปเก็บไว้ที่ห้อง โดยไม่เห็นว่าประธานหนุ่ม
เดินตามขึ้นมาพร้อมกับสัมภาระส่วนตัวเช่นกัน