สายเรียกเข้า..คุณป้า(แม่หรรษา)
“สวัสดีครับคุณป้า” ประธานหนุ่มเอ่ยรับสาย
“ดีจ๊ะวิน เห็นว่าช่วงบ่ายมีประชุมที่กรุงเทพฯ
วินมาเข้าร่วมด้วยไหมจ๊ะ” ปลายสายเอ่ยถาม
“ผมกำลังจะเตรียมตัวเดินทางครับ น่าจะถึง
กรุงเทพฯช่วงเที่ยงๆ น้องหรรษาไปด้วยครับ”
“อ่อ กำลังจะถามพอดีเลย งั้นมื้อเที่ยงป้าจะจอง
ร้านอาหารรอนะวิน” ปลายสายมีน้ำเสียงดีใจ
“ได้ครับ ใกล้ๆถึงผมจะโทรหาอีกทีครับ”
พอวางสายเสร็จ เขาก็รีบเตรียมตัวเพื่อออก
เดินทาง..ไม่ถึง 10 นาที ท่านประธานก็เดินออก
จากห้อง มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะของหรรษา
“ไปกันได้แล้ว หรรษา”
เขาพูดจบก็เดินไปที่ลิฟท์แบบไม่รอ ส่วนหรรษา
ก็รีบเก็บของและเดินตามท่านประธานไป..
เจตทำหน้าที่ขับรถ หรรษากำลังจะเดินไปนั่ง
เบาะฝั่งข้างคนขับ “หรรษา!!มานั่งตรงนี้”
เสียงดุลอยออกมานอกรถ หรรษาค่อยๆก้าว
ขึ้นรถ แล้วนั่งข้างๆท่านประธานจอมดุ
(ผู้ชายอะไร หน้าตาก็ดี แต่ดุชิบ! ช่างประหยัด
รอยยิ้มเสียจริงๆ เล้ยยย พ่อคุณ หึ่ยย ขนลุก)
ระหว่างที่รถกำลังขับเคลื่อนไป หรรษาใช้เวลา
ว่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการเผลอหลับ
หัวของเธอเอนไปกระแทกกับขอบประตูรถอยู่
หลายครั้ง ปึ๊ก!! ปึ๊ก!! ประธานหนุ่มได้แต่จ้อง
มองใบหน้าของเธอ ไม่มีทีท่าว่าเธอจะตื่น
ปึ๊ก! ปึ๊ก! หัวของเธอยังโขกกับขอบประตูรถ
จนเขาอดขำแทบไม่ไหว ต้องหันหน้าไปทาง
หน้าต่างรถ แล้วก็หันกลับมาจับหัวของเธอ
เอนพิงที่แขนของเขาแทน (ยัยคุณหนูหมูหรรนี่
ตลกจริง หัวโขกดังขนาดนั้น เธอก็ยังไม่ตื่น
ฉันล่ะ เหลือจะเชื่อ”
>> บริษัท เอสบีแอล กรุ๊ป จำกัด (กรุงเทพฯ)
รถขับมาจอดที่ร้านอาหารอิตาเลี่ยนแห่งหนึ่ง
ไม่ไกลจากบริษัท “คุณวินครับ คุณวิน คุณวิน”
ท่านประธานสะดุ้งตื่นขึ้นด้วยความตกใจ
“หืมม ว่าไงเจต” ประธานหนุ่มเอ่ยถามขึ้น
“ถึงที่ร้านอาหารแล้วครับ” ผู้ช่วยหนุ่มมองไปที่
หรรษาที่กำลังหลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดของ
ท่านประธาน “หรรษา ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว”
สาวน้อยค่อยๆรู้สึกตัว มองไปรอบๆก็ตกใจ
รีบขยับตัวออกจากอ้อมกอดของท่านประธาน
“ขอโทษค่ะ ท่านประธาน” หรรษารีบเช็คเสื้อผ้า
หน้าผม ดูความเรียบร้อย กำลังจะเอื้อมหยิบ
เอกสารสำหรับการประชุม “เอกสารไว้ที่นี่ก่อน
เดี๋ยวไปกินข้าวเที่ยงกันก่อน เจตด้วยไปกิน
ด้วยกัน คุณท่านชวน หรรษาหันไปมองหน้า
ของท่านประธานทันทีที่เอ่ยถึงคุณท่าน
จากนั้นทั้ง 3 คนก็เดินตรงไปยังโต๊ะอาหารที่มี
ผู้เป็นแม่ของหรรษานั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“หู้ยยยย คุณแม่ขา” หรรษาวิ่งเข้ามาสวมกอด
ผู้เป็นแม่ด้วยความคิดถึง “อ่าว งั้นท่านประธาน
ก็รู้ว่าหนูเป็นใครสิค่ะ” ผู้เป็นแม่พยักหน้าตอบ
“ก็ใช่นะสิ ที่มาวินต้องไปประจำที่นู้นชั่วคราว
ก็เพราะ คุณป๊าของหนูเลยจ๊ะ” หรรษาหันมา
มองท่านประธาน ริมฝีปากคว่ำใส่
“ชิ!! รู้แล้วยังแกล้งใช้งานกันอยู่ได้ อีกนิดเดียว
ท่านประธานก็จะย้ายหนูไปตัดอ้อยแล้วค่ะ”
มาวินพ่นขำในลำคอ “มาๆแม่สั่งอาหารไว้ละ
นั่งเลย เจตก็นั่งกินด้วยกันนี่แหระ ขอบใจมาก
สำหรับเรื่องคืนนั้น ถ้าไม่ได้เจต ฉันก็ไม่รู้เลยว่า
ลูกสาวคนเดียวของฉันจะเป็นอย่างไร”
“เรื่องอะไรครับ คุณป้า..มันมีเรื่องอะไรหรอเจต
ไม่เห็นนายบอกฉันเลย” หญิงสูงวัยโบกมือ
ส่ายๆห้าม “ช่างมันเถอะวิน เรื่องมันผ่านมา
จะเป็นเดือนแล้ว อีกอย่าง ยัยหนูของป้าก็
ปลอดภัยดี ป้าเตือนยัยหนูแล้ว ห้ามออกไป
ไหนดึกๆดื่นๆอีก” มาวินรู้สึกไม่พอใจกับเรื่อง
ราวที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน “งั้นผมขอตัวสักครู่
เจต ฉันขอคุยธุระด้วยหน่อย” มาวินลุกเดิน
ออกจากโต๊ะไป เจตก็รีบเดินตามไปติดๆ
“ไหนเล่ามา มันเกิดอะไรขึ้น” มาวินยืนกอดอก
“คือวันนั้นคุณหรรษาไปหาเพื่อนที่ตึกเอครับ
แล้วก็เดินกลับมาที่ตึกซี ช่วง 3 ทุ่มกว่าๆ เอ่อ!!
มันมีกลุ่มพวกผู้ชายในฝ่ายผลิตที่พักอยู่ตึกบี
เขานั่งดื่มกันอยู่ตรงหน้าตึกพอดี คุณหรรษา
เดินผ่านมา พวกนั้นก็ผิวปากทักทาย เอ่ยแซว
ผมนั่งเล่นที่ริมระเบียง แล้วหันไปเห็นพอดี
ก็เลยรีบลงไปรับคุณหรรษาได้ทันครับ
ผมขอโทษครับ ที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคุณวิน
ผมเห็นว่า..” ผู้ช่วยหนุ่มก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด
มือหนาชกเข้าที่เสาลานจอดรถ ปั๊กๆๆ เต็มแรง
“ปัดโถ่ว โว้ยยย!! เจต แล้วนายก็ปล่อยให้
เรื่องนี้มันผ่านมาจะเป็นเดือนเนี้ยนะ ถ้าลูกของ
คุณท่านเป็นไรขึ้นมา ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
แค่ดูแลลูกสาวเขา ฉันยังทำไม่ได้เลย”
หรรษาที่แอบยืนดูอยู่ก็รีบวิ่งออกมา
“อย่าว่าพี่เจตเลยนะคะ แล้ววันนั้นมันก็ไม่ได้
มีเรื่องอะไรเลยค่ะ หรรษาเป็นคนผิดเองค่ะ
ที่กลับช้าไปหน่อย อย่าโกรธพี่เจตได้ไหมค่ะ”
สาวน้อยยืนหน้าหงอยอยู่ข้างๆ สายตาก็มอง
ไปที่หลังมือของประธานหนุ่มที่เริ่มมีเลือดซึมๆ
ออกมา “พี่เจต ในรถมีที่ทำแผลไหมค่ะ”
ผู้ช่วยหนุ่มก็พาท่านประธานไปทำแผลที่รถ
ก่อนจะกลับมาที่โต๊ะอาหาร..
>>ช่วงบ่าย
การประชุมผู้บริหารระดับสูงก็ดำเนินไป จนจบ
“วินค่ะ” สาวสวยเซ็กซี่เดินเข้ามาสวมกอดทันที
แบบไม่ได้สนใจสายตาของใคร มือหนารีบดึง
แขนของสาวสวยออกทันที “รุจี คุณทำบ้าอะไร”
น้ำเสียงของความไม่พอใจเอ่ยถามขึ้น
“อ่าว ก็จีไม่ได้เจอวินมาตั้งเกือบเดือนนี่ค่ะ”
“อย่าทำอะไรบ้าๆแบบเมื่อกี๊อีก ผู้บริหารอยู่
กันเต็มขนาดนี้” รุจีมองไปรอบๆไปสะดุดตา
กับสาวน้อยสวยใส “เด็กคนนี้ใครค่ะเนี้ย”
“เลขาส่วนตัวของวินเอง” รุจีขมวดคิ้วอย่าง
สงสัย “วินไม่เคยมีเลขา นอกจากคุณเจตแล้ว
ทำไมอยู่ๆถึงมีเลขาได้ค่ะ งานที่ระยองมันเยอะ
มากเลยหรอค่ะ ถึงต้องมีเลขาส่วนตัว”
ทันทีที่รุจีเห็นเลขาของมาวิน เธอก็เริ่มรู้สึก
ไม่ไว้ใจ เพราะความสะสวยของเด็กสาวคนนั้น
ช่างสะดุดตา ยิ่งมาอยู่ใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่
เธอหมายตาไว้อย่างมาวิน เธอกลัวว่ามาวิน
จะหลงรักเด็กสาวสวยใสตรงหน้าเข้าสักวัน
โดยที่รุจีเองก็ไม่รู้ ว่าสาวน้อยตรงหน้าเป็นใคร
พอมาวินพูดคุยกับผู้บริหารระดับอาวุโสเสร็จ
เขาก็เดินเข้าไปทักทายพ่อกับพ่อของหรรษา
ที่กำลังยืนคุยกันอยู่ “เอ่อ วินจะขอตัวกลับก่อน
นะครับคุณพ่อ คุณลุง”
“อ่าว ไม่ค้างกรุงเทพฯสักวันล่ะ ลุงหัสดินจะได้
กอดลูกสาวสักคืน” มาวินครุ่นคิด “ถ้างั้นก็ได้
ครับ เผื่อคุณลุงจะอยากสัมภาษณ์งานลูกสาว”
“เย็นนี้แวะไปกินมื้อเย็นที่บ้านด้วยกันสิวะ นพ
มาด้วยกันนะวิน” หัสดินผู้เป็นพ่อของหรรษา
เอ่ยชวนสองพ่อลูก “เออ ได้ดิ” “ได้ครับคุณลุง”
สองพ่อลูกตอบรับคำชวน จากนั้น..ทั้ง 3 คนก็
ยืนคุยเรื่องงานกันต่อ ก่อนที่จะแยกย้ายแล้วไป
เจอกันอีกทีช่วงอาหารมื้อเย็น มาวินเดินมายืน
ข้างๆหรรษา “พักที่นี่คืนนึง เดี๋ยวเสร็จงานแล้ว
จะขับรถไปส่งที่บ้านนะ” หรรษาได้ยินน้ำเสียง
อ่อนหวานจากปากของท่านประธานสายโหด
เธอถึงกับงง “รับทราบค่ะ ท่านประธาน”
จากนั้นมาวินก็เดินไปคุยงานกับเจตต่อ แล้วก็
ให้เจตกลับบ้านก่อนได้เลย เพราะเขาจะขับรถ
ไปบ้านของหรรษาด้วยตัวเอง