พอมาวินคิดได้ ก็ให้เจตหามือถือที่หรรษาไม่รู้
กดโทรหา..ทนายหัสยา
“สวัสดีครับ ใช่คุณทนายหัสยาหรือเปล่าครับ”
มาวินยิ้มกว้างพร้อมกับกลั้นขำเอาไว้
“ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับทำคดีค่ะ แต่แนะนำ
ทนายท่านอื่นให้ได้ค่ะ ถ้าคุณยังสนใจ”
“อ่าว แย่จัง คุณหัสดินอุตส่าแนะนำมาเลยนะครับ
บริษัทกำลังแย่ครับ ถูกพนักงานยักยอกทรัพย์”
“เอ่อ ถ้างั้นสะดวกแอดแชท แล้วส่งรายละเอียด
คดีมาก่อนได้ไหมค่ะ จะช่วยดูให้ก่อนแล้วจะนัด
วันเพื่อพูดคุยกันอีกทีค่ะ” มาวินยิ้มไม่หยุดที่ได้
แกล้งเมียตัวเอง “คุณทนายสวยไหมครับ มีแฟน
หรือยัง ถ้าผมอยากจะจีบคู่แข่งเยอะไหมครับ“
“ขอโทษนะคะ ขอคุยเฉพาะในส่วนของงานค่ะ
แต่ถ้าคุณจะมาพูดจาถามเรื่องส่วนตัว ขออนุญาต
ไม่รับว่าความให้นะคะ” หรรษากดวางสายทันที
มาวินหัวเราะลั่นขึ้นมาทันที (โหดวะ เมียใครวะ
แหม!! พอเป็นทนายคำพูดจริงจังสุดๆโคตรน่ารัก
ชิบหายเลยโว้ยยย) มาวินนั่งพูดนั่งยิ้มอยู่คนเดียว
เหมือนกับคนบ้า เขารู้สึกภูมิใจในตัวของหรรษา
ส่วน..หรรษา พอวางสายก็ขมวดคิ้วพรางครุ่นคิด
(ป๊าแนะนำลูกความแบบนี้มาได้ยังไงเนี้ย หึ!
เดี๋ยวก็ไม่รับทำคดีให้ซะเลย พูดจากวนชะมัด)
เจตเดินเข้าไปในห้องท่านประธานตามคำเรียก
“คุยอะไรกับคุณทนายครับ เห็นนั่งหน้าหงิกเลย“
มาวินหัวเราะขึ้น “แค่จะขอจีบเอง ถึงกับหน้าหงิก
เลยหรอไง” เจตได้แต่อมยิ้ม “เดี๋ยวก็โดนโกรธ
จริงหรอกครับ คุณวินไปแกล้งเธอแบบนั้น”
“เออ ไม่แกล้งแล้วก็ได้วะ ใครจะไปคิดล่ะ เด็กน้อย
ของฉันในวันนั้น จะโตถึงขนาดเป็นทนายได้แล้ว”
“คงเป็นทนายที่สวยและเก่งที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
เลยครับ ผมไปแอบเช็คประวัติมา 2 ปีที่ผ่านมา
รับทำไป 5 คดี ชนะคดีหมดเลยครับ”
“คุณลุงกำลังคิดอะไรอยู่นะ ลูกสาวเก่งขนาดนี้
ให้มาเป็นแค่พนักงานชั่วคราวอยู่ที่นี่” จนถึง
ตอนนี้มาวินเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ เจตขมวดคิ้ว
“เป็นไปได้ไหมครับ ว่าส่งคุณหรรษามาสืบอะไร
บางอย่างที่นี่ เพราะทนายก็จะหาหลักฐานเก่ง
แถมเป็นแค่พนักงานธรรมดา มันก็ดูไม่น่าสงสัย
แล้วทุกครั้งที่พวกเขาประชุมเสร็จทีไร พอออกมา
คุณหรรษาก็หายตัวตลอด” มาวินเริ่มคิดตาม
“หมายถึงอาจจะมีการโกงจากโรงงานหรอ”
“มันก็น่าคิดนะครับ ยังขอให้คุณวินมาประจำที่นี่
ชั่วคราว ช่วยดูแลคุณหรรษาอย่างเงียบๆ ทั้งๆที่
งานทางกรุงเทพฯเยอะกว่า” มาวินครุ่นคิดหนัก
“นั่นสิ ฉันเคยแอบสงสัยอยู่นะ แต่ก็คิดว่าคุณลุง
คงอยากฝึกให้ลูกสาวทำงานเป็น เลยส่งมาที่นี่
ถ้าถึงขั้นเป็นทนายผ่านมาหลายคดีก็คงไม่ใช่ล่ะ
แถมยังเอาชื่อหรรษา มาเป็นชื่อจริงและสวมรอย
นามสกุลปลอมในประวัติของพนักงานอีก เดี๋ยว
เจตเตรียมรถรอเลย บ่ายๆฉันจะเข้ากรุงเทพฯ
ฉันคงต้องคุยกับพ่อกับคุณลุง ยังมีอะไรที่ฉันไม่รู้”
**เวลาบ่าย 2 โมง
มาวินกับหรรษา โดยมีเจตขับรถให้ มุ่งหน้าเข้า
กรุงเทพฯแบบกระทันหัน “ทำไมอยู่ๆถึงได้พากัน
เข้ากรุงเทพฯด่วนแบบนี้ค่ะ พี่วิน” หรรษาที่นั่งรถ
มาด่วนแบบโดยบังคับให้มา” มาวินนิ่งเงียบไม่ได้
ตอบอะไรอยู่ครู่นึงก่อนจะเอ่ยขึ้น “พี่มีคำถามต้อง
ถามคุณลุงหลายคำถามอ่ะ” น้ำเสียงที่มาวินเอ่ย
ตอบทำให้หรรษารู้สึกขนลุกซู่ .. รถหรูเลี้ยวเข้า
บ้านของหรรษาทันที โดยมีมานพผู้เป็นพ่อได้มา
ถึงอยู่ก่อนแล้ว มาวินเดินตามหลังผู้เป็นพ่อและ
พ่อตา และไม่ลืมที่จะหันมาเรียกหรรษาตามเข้า
ไปด้วยกัน ทั้ง 4 ลงนั่งในห้องทำงานของหัสดิน
“ผมรวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆที่ลุงดำรงค์
ยักยอกเงินของบริษัททั้งหมดเสร็จแล้วครับ”
ทั้งหัสดินและมานพหยิบเอกสารเปิดดู มาวินหัน
มามองหรรษาก่อนจะเอ่ยขึ้น “ผมมีหลายคำถาม
ที่สงสัยครับคุณลุง ทำไมคุณลุงถึงส่งหรรษาไป
ฝึกงานที่ระยองและเป็นแค่พนักงานชั่วคราวครับ”
หัสดินมองหน้ามานพ ก่อนจะพยักหน้าใส่กัน
“เอาหล่ะในเมื่อวินสงสัย ลุงก็จะบอก โรงงานที่
ระยองมีการลักลอบขนยาเสพติด โดยใช้การ
ปะปนขนส่งมากับน้ำตาลของเรา สายสืบที่ลุงรู้จัก
เขามาแจ้งข่าวให้ลุงรู้และเขาบอกว่าถ้าบุกจับ
คนที่จะโดนข้อหาและถูกดำเนินคดีนี้ก็คือลุงกับ
มานพและวิน ฉะนั้นสายสืบเลยให้โอกาสลุงไป
สืบหาหลักฐานของคนที่มันบงการเบื้องหลัง
ซึ่งลุงสงสัยว่าเป็นดำรงค์ ลุงเลยส่งหรรษาไปใน
นามพนักงานชั่วคราวและส่งวินไปช่วยดูแลหาก
เกิดเรื่องอะไรกับหรรษา ตอนนี้เราก็ได้หลักฐาน
มาเกือบครบแล้ว ด้วยฝีมือของพนักงานชั่วคราว”
หัสดินเอ่ยขึ้นพรางมองไปที่ลูกสาวอย่างภูมิใจ
“โถ่ว คุณลุงไม่ไว้ใจผมหรอครับ ถึงไม่ยอมบอก
อะไรเลย ปล่อยให้หรรษาไปเสี่ยงอันตรายอยู่คน
เดียวแบบนั้น” หัสดินขำขึ้นในลำคออย่างเอ็นดู
“ลุงไว้ใจวิน แต่เรื่องแบบนี้ยิ่งรู้น้อย มันยิ่งเนียน
ต่อให้วินไม่รู้ วินก็ดูแลยัยหนูของลุงเป็นอย่างดี”
“ถึงว่า ชอบหายตัวบ่อยๆไม่ค่อยจะอยู่โต๊ะเลย”
มาวินหันไปแซะหรรษาที่นั่งเงียบอยู่
“แล้วคืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับ”
“ที่ลุงสั่งให้วินเพิ่มกำลังการผลิตเพิ่ม กำหนดล่อง
สินค้าล็อตนี้จะเข้ามาที่กรุงเทพฯอีก 2 วัน ตำรวจ
จะปลอมตัวเข้าไปเป็นคนขับรถ ทีนี้หล่ะ พวกเรา
จะได้รู้สักทีว่าใช่ดำรงค์ไหม วินกับยัยหนูก็จบงาน
ที่นู้นโดยสมบูรณ์” มาวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“แล้วคุณทนายหัสยานี่ จะไม่พูดอะไรสักหน่อย
เลยหรอครับ ปลอมตัวได้เนียนจังเลยนะครับ”
หรรษาตาเบิกกว้างขึ้นทันที “อย่าบอกนะว่าสาย
นั้นคือพี่วินอ่ะ” มาวินอมยิ้ม “ใช่ครับ พี่เอง”
“หนูรับทำบางคดีเองค่ะ ก็เลยไม่คิดว่าจะยึดอาชีพ
นี้เพื่อหากิน อยู่เกาะพ่อ เกาะพี่วินกินอร่อยกว่า”
หัสดิน มานพ มาวิน หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“นี่พ่อก็รู้หรอครับว่าหรรษาเป็นทนาย”
“รู้สิ ตอนหนูหรรษาสอบทนาย พ่อยังแนะนำคนติว
สอบแบบดุๆให้อยู่เลย” มาวินจ้องมองหรรษาด้วย
สายตาที่ภูมิใจและเอ็นดู “มีแต่ผมสินะ ที่ไม่รู้อยู่
คนเดียวเนี้ย ถ้าคุณลุงไม่ส่งแชทมา ผมคงโง่อีก
นานเลย” “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ พี่วินก็พูดเกินไป”
พอทั้ง 4 พูดถึงแผนขั้นต่อไปเสร็จ มาวินก็หาย
ข้องใจเปลี่ยนมาเป็นกังวลและห่วงหรรษาแทน
หากเกิดมีเรื่องอะไรผิดพลาดขึ้นมา มาวินมานั่ง
ดูเอกสารพรางๆระหว่างรอหรรษาคุยกับพ่อเธอ
และพ่อของเขา อยู่ไม่ไกล
“คุณวินดูเครียดๆไปนะครับ” ผู้ช่วยหนุ่มเอ่ยขึ้น
“อืม ฉันกลัวมากเจต ถ้าทุกอย่างมันเกิดมีอะไร
ผิดพลาดขึ้นมา ฉันเป็นห่วงหรรษา”
“ผมจะช่วยดูอีกแรงครับ คุณวินไม่ต้องเป็นห่วง”
มาวินยังคงหันกลับไปมองหรรษาที่ยืนยิ้มร่าอยู่
(หวังว่าเรื่องพวกนี้มันคงจะจบด้วยดีและไม่ต้อง
มีใครเป็นอะไร) มาวินก้มหน้าดูเอกสารกับเจตต่อ