ตอนที่ 1
สเปกที่สมบูรณ์แบบ
(ห้าเดือนก่อนนั้น ณ.ประเทศอังกฤษ)
ฉันชื่อ มินมิน อายุ 31 ปี ตอนนี้อยู่ที่ประเทศอังกฤษค่ะ หลังจากที่เรียนจบ ฉันก็อยากเพิ่มสกิลให้กับตัวเอง ใฝ่ฝันอยากเปิดร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง จึงระหกมาถึงที่อังกฤษ และเข้าเรียนสถาบันหลักสูตรเบเกอรี่ชื่อดังแห่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเข้ายาก และก็เรียนจบยากด้วยค่ะ แต่ว่า
‘ฉันทำได้ค่ะ’
วันนี้คือวันที่ฉันได้รับใบประกาศนียบัตรหลักสูตรการทำเบเกอรี่ชั้นสูงของที่นี่
“ยินดีด้วยนะ มินมิน” เพื่อน ๆ ในสถาบันต่างเดินเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับฉันอย่างล้นหลาม กระทั่ง...ที่มีเสียงของชายคนหนึ่งที่ฉันจำเสียงได้ตั้งแต่ประโยคแรกตามหลังมา
“ยินดีด้วยนะครับมินมิน คุณเก่งที่สุดเลย”
ฉันหันไปมองเขาด้วยรอยยิ้มหวาน และเดินไปหาเขาทันที พร้อมกับรับช่อดอกกุหลาบช่อโตจากเขา ในขณะที่เพื่อน ๆ ก็มองตามหลังกันยกใหญ่
เขาคือ...มาร์ค แฟนหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษที่คบหาดูใจกับฉันเข้าปีที่ห้าแล้ว ตอนนี้เขามาในชุดสูทเข้ารูปเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มละมุน สุภาพอ่อนโยน และเขาคือคนที่ทำให้เพื่อน ๆ ในสถาบันแห่งนี้อิจฉาตาร้อนผ่าวที่ฉันมีแฟนแสนเฟอร์เฟกต์ได้ขนาดนี้ และตลอดเกือบห้าปีที่ผ่านมาเขาทำทุกอย่างเสมอต้นเสมอปลายมาตลอด นี่แหละผู้ชายใน ‘อุดมคติ’ ที่ฉันเคยตั้งสเปกไว้เป็นข้อ ๆ และเขาคือคนเดียวที่เข้าทุกข้อเลย
‘กลายเป็นว่าฉันโชคดีในเรื่องของการเรียนและความรักไปพร้อม ๆ กันเลยล่ะ...อิอิ’
“แฟนผมเก่งแบบนี้ ต้องฉลองกันหน่อยนะครับ ผมจองดินเนอร์สุดหรูไว้ให้เราสองคนแล้วนะ รับรองว่ามินมินต้องชอบแน่ ๆ ครับ”
“ฉันตั้งตารอแล้วนะคะพี่...” ฉันยิ้มตอบกอดดอกไม้ที่เขาให้มา ก่อนที่เขาจะเปิดประตูรถยุโรปคันหรูให้ฉันเข้าไปนั่งอย่างเอาใจใส่
จนเมื่อเดินทางมาถึงสถานที่ ๆ เขาได้จองไว้ดินเนอร์ด้วยกันสุดแสนพิเศษ ฉันถึงกลับร้องอุทานออกมาด้วยความดีใจ ที่นี่น่ะเรียกได้ว่าจองยากมาก ๆ แม้ตัวฉันที่เป็นลูกคุณตระกูลดังจะจองมันได้ง่าย ๆ ก็ตาม แต่สำหรับพี่มาร์คที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจตัวเอง ก่อตั้งได้ไม่นานแบบนี้และตั้งใจจองให้ฉัน มันก็ต้องประทับใจอยู่แล้ว
เอาจริง...เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันเป็นลูกคุณหนูตระกูลร่ำรวยมากกว่าเขามาก ฉันน่ะรักเขาพร้อมจะเซอร์ไพรส์เขาโดยการให้บริษัทที่เขาเป็นเจ้าของอยู่ ได้เขาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัทของครอบครัวของฉัน ซึ่งจะทำให้บริษัทเขาได้รับการช่วยเหลือเงินทุนอย่างเต็มที่เลยล่ะ เพื่อสร้างรากฐานให้เขาได้รับการยอมรับจากครอบครัวของฉันได้ง่ายขึ้นไง แต่ฉันต้องอดใจไว้ก่อน ต้องเก็บเอาไว้เซอร์ไพร์ส หลังจากมื้ออาหารนี้สิ
“พี่มาร์คจองที่นี่ได้ด้วยเหรอคะ มินมินไม่อยากจะเชื่อเลยที่นี่มันจองยากแล้วก็แพงมากด้วยนะคะ”
“วันที่มินมินประสบความสำเร็จในการร่ำเรียนแบบนี้ เรื่องแค่นี้พี่ทำให้ได้อยู่แล้วครับ ปะไปกันเถอะ...เจ้าหญิงของพี่ในค่ำคืนนี้”
เขาผายมือมาตรงหน้าฉัน ฉันเองก็วางมือไว้ที่มือของเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะถูกเขาพาเข้าไปชั้นบนสุดของตึกแห่งนี้
ร้านอาหารไฟน์ไดน์นิ่งสุดหรูบนชั้นดาดฟ้า บรรยากาศเต็มไปด้วยแสงไฟที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม ดาดฟ้าที่มีเพียงไม่กี่โต๊ะ เขาก็จองมันมาได้ มันวิเศษมากเลยนะที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับการดูแลด้วยความรักดุจเจ้าหญิงแบบนี้
เขาดูแลฉันอย่างดี ทว่า..ในขณะที่อาหารอยู่ตรงหน้าและเรากำลังเพลิดเพลินไปกับอาหารมื้อหรู เราก็ได้พูดคุยถึงสิ่งที่ทำกันอยู่ เขามักจะพูดถึงแผนการทำงานต่าง ๆ ของตัวเอง และจบลงด้วยฉันที่อยู่ในความสำเร็จที่เขาวาดฝันไว้เสมอ แน่นอนว่า...ฉันเองก็เช่นกันที่วาดฝันถึงวันแต่งงานของเราสองคน...
“ว่าแต่บริษัทของพี่เป็นไงบ้างคะ...ช่วงนี้” ฉันเอ่ยถาม
“กำลังเติบโตด้วยดีครับ ตอนนี้ทำอะไรก็ราบรื่นไปหมด”
“งั้นมินมินก็ขอยินดีกับพี่มาร์คล่วงหน้าเลยนะคะ และเชื่อว่าบริษัทของพี่ต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนหลังจากนี้”
เขาวางช้อนลงก่อนจะกุมมือฉันไว้
“เพราะพี่มีเป้าหมายชัดเจนไงครับ เพื่ออนาคตของเรา”
“บ้า...พี่มาร์คอย่าให้ความหวังมินนะคะ”
“พี่ไม่ได้ให้ความหวังนะครับ พี่จริงจังมาก แล้วมินมินล่ะ หลังเรียนจบสถาบันนี้แล้วจะทำอะไรต่อเอ่ย...”
“อยากเปิดคาเฟ่ของตัวเองค่ะ...”
“ที่ไหนเหรอครับ”
“ที่ ๆ มีพี่มาร์คอยู่ไงคะ” เพียงฉันพูดประโยคนั้นเขาก็ลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
“พี่ได้ยินแบบนี้แล้วดีใจจังครับ เอาล่ะทานอาหารกันต่อเถอะ มีแต่ของอร่อย ๆ ทั้งนั้นเลยนะที่พี่เลือกมา”
“ค่ะพี่...” ฉันยิ้มตอบรับเขาด้วยความรักสุดหัวใจ
‘ชีวิตของฉัน...ต่อจากนี้ชีวิตของฉันต้องโรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน’
จนกระทั่ง...
“พี่ขอตัวเข้าห้องน้ำสักครู่นะครับ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น
“ค่ะพี่” ฉันยิ้มตอบพยักหน้าให้เขา
‘ครืดดดดดด’
มือถือของของเขาสั่นแจ้งเตือนว่ามีสายเข้า หน้าจอปรากฏเป็นพียงเบอร์โทรและไม่มีการบันทึกชื่อไว้ ตอนแรกฉันไม่ได้ใส่ใจและไม่อยากเสียมารยาทที่จะรับสายแทนเขา แต่เพราะสายนั้นยังคงโทรมาต่อเนื่อง ฉันเองก็กลัวว่ามันจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย สุดท้ายก็เลือกที่จะรับสายแทน...