ตอนที่ 7
เพื่อนสนิท
(หนึ่งอาทิตย์ต่อมา)
ตั้งแต่ฉันกลับมาที่ไทย ฉันยังคงวนเวียนอยู่แต่ในบ้าน ไร้ซึ่งแพลนในการดำเนินชีวิต คลุกตัวอยู่แต่ในห้องนอน กิน แล้วก็นอน วนเวียนอยู่อย่างนั้น หรือไม่ก็รื้อของออกจากกล่องที่ส่งมาจากต่างประเทศ จวบจนพบเห็นถึงกล่องกระดาษกล่องหนึ่งที่เมื่อเปิดขึ้นมาก็พบแต่เรื่องราวสุดช้ำใจ
“กล่องสร้อยคองั้นเหรอ กระเป๋างั้นเหรอ หรือไม่ก็นาฬิกางั้นเหร นี่มันของครอบรอบที่คบกัน ปีที่หนึ่ง สอง สาม และสี่นี่นา...”
ฉันหยิบขึ้นมาจ้องมันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คิดจะโยนมันลงถังขยะ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจทิ้งไม่ลง...ไม่ใช่ว่ายังอาลัยอาวรณ์นะ แต่แค่รู้สึกว่ามันน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ อย่างเช่น...แจกให้กับป้าแม่บ้านไงล่ะ
“เบื่อจังแฮะ...หาอะไรทำดีนะ” ด้วยความเบื่อหน่ายที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ฉันก็กลับเข้าโซเชียลที่ไม่ได้โพสต์อะไรมาเกือบห้าปี ดีนะที่ความจำดียังจำไอดี พาสเวิร์ดได้...
จากนั้นก็ถ่ายรูปวิวนอกหน้าต่างห้องนอน แล้วโพสต์รูปลงโซเชียลพร้อมแคปชั่นสั้น ๆ
[
MinMin : (รูปภาพ) Back to Home… กลับมาอยู่บ้านเราแล้วนะ
]
ทันทีที่ฉันโพสต์รูปออกไป กล่องข้อความก็เด้งแจ้งเตือนว่ามีคนแชทเข้ามาทันที ทำเอาฉันเลิกคิ้วสงสัย ใครกันที่จะทักฉันมาเร็วได้ขนาดนี้กัน นึกไม่ออกเลยแหะ
Jane : คุณหนูมินมิน! หายหัวเข้ากลีบเมฆไปเลยนะยะ! กลับมาไทยตั้งแต่เมื่อไหร่กันทำไมไม่บอกกันบ้าง
“ฮ่า...” ฉันหลุดขำออกมาเมื่อเห็นข้อความจาก ‘เจน’ เพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวตอนมหาลัยของฉันเอง ช่วงแรก ๆ ที่ฉันไปต่างประเทศเราก็วิดีโอคุยกันบ่อย ๆ นะ แต่หลังจากที่นางได้ทำงานจนหัวยุ่ง และฉันก็เข้าเรียนสถาบันทำขนม เราก็ห่างการติดต่อ จนท้ายสุดก็ห่างหายกันไป
MinMin : ฉันกลับบ้านมาได้ราวอาทิตย์หนึ่งแล้วล่ะ
Jane : ตอนนี้สะดวกคอลไหม มีเรื่องอยากคุยด้วยเยอะเลย
MinMin : เอาสิ! เดี๋ยวฉันกดคอลเอง
จากนั้นฉันก็เป็นฝ่ายคอลหาเจนเอง และเมื่อหน้าจอปรากฏใบหน้าของเจน เพื่อนฉันก็โพล่งพูดขึ้นทันที
(โอ๊ย! ให้ตายเถอะ คิดถึงแกจะบ้า นึกว่าแกจะสิงอยู่ที่อังกฤษไปจนตายแล้วซะอีก)
“ฮ่า...ก็เกือบแล้วนะที่จะอยู่ที่นั่นถาวร”
(แล้วนี่...จะกลับอังกฤษอีกทีวันไหน)
“ไม่กลับแล้วล่ะ ฉันกลับบ้านอยู่ยาวแล้ว”
(จริงเหรอ!) เจนดูตกใจมากที่ได้ยิน
“จริงสิยะ ฉันจะโกหกทำไมกัน แล้วแกล่ะอยู่ที่ไหน”
(ก็ที่เดิมนี่แหละ...แต่ฉันจะลาออกกลับบ้านเกิดแล้วนะ)
“หืม...บ้านเกิด ทางเหนือเหรอ”
(ใช่...ฉันกำลังจะหนีกรุงกลับเหนือแล้วล่ะ เบื่อรถติด เบื่อฝุ่น เบื่อคนจะบ้าอยู่แล้ว ประจวบกับที่บ้านเรียกไปช่วยงานที่บ้าน ฉันก็เลยคิดว่า จะหนีมาทำงานงก ๆ เหนื่อย ๆ ทำไมทั้งที่ที่บ้านก็ประกอบธุรกิจทำไร่รายได้เยอะกว่าทำงานบริษัทนี่อีก) เจนระบายออกมายาวเหยียด ดูท่าชีวิตเพื่อนก็หนักหนาเอาการเหมือนกันสินะ
“แล้วกลับไปทำอะไรเหรอ ที่ว่าธุรกิจบ้านแก”
(ทำไร่ทำสวนเนี่ยแหละ)
“ปลูกอะไรเนี่ย จะสู้แดดสู้ฝนเหรอคนบอบบางอย่างแกอ่ะเจน ฮ่า...” ฉันพูดพลางหัวเราะพอคิดว่ายัยเจนต้องเป็นชาวสวน ตัวนางก็ปุกปิกไม่ต่างกับฉัน
(ที่บ้านฉันอยู่บนดอย...ที่นั่นไม่ได้ร้อนนักหรอก เขาปลูกกาแฟกัน ช่วงนี้กำลังเตรียมเก็บเกี่ยวด้วย แกอยากมาเที่ยวบ้านฉันไหมล่ะ มาสูดอากาศบนดอยให้ชื่นใจ)
พอฉันได้ยินที่เจนพูดว่าที่บ้านปลูกกาแฟ หูฉันก็พึ่งทันที...และเรื่องโปรเจกต์ของพี่นินเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟก็ผุดตามมาในหัว หรือว่าฉันจะปลีกวิเวกไปพักผ่อนให้ลืมความเศร้า พ่วงด้วยไปดูไร่กาแฟเผื่อช่วยพี่นินด้วยนะ
‘แบบนี้มันยิงปืนนัดเดียว ได้นกสองตัวเลยนี่หว่า’
“เจน...ถ้าฉันจะไปบ้านแกด้วยจะได้ไหม”
(ทำไมจะไม่ได้ล่ะ อยากไปพักผ่อนกี่วันดี สามวัน ห้าวัน หรือเจ็ดวันดีล่ะ) ยัยเจนพูดด้วยใบหน้าอารมณ์ดี
“หนึ่งเดือน ไม่ก็มากกว่านั้น”
(เฮ้ย! เอาจริงเหรอ) ใบหน้าของเจนดูตกใจมากที่ฉันพูดว่าจะไปมากกว่าหนึ่งเดือน
“ทำไมต้องตกใจ ฉันไปด้วยไม่ดีใจรึไง”
(เปล่า...ฉันแค่คิดว่าหนึ่งเดือนแกจะอยู่ได้เหรอ แกมันลูกคุณหนูตัวจริงเลยนะมิน บนดอยมันไม่ได้สะดวกสบายเหมือนเมืองนอกหรือบ้านแกนะ จะไหวเหรอ)
“แกพูดเหมือนบ้านแกไม่มีไฟฟ้า หรืออินเทอเน็ตเข้ายังงั้นแหละ”
(มันก็มีแต่ไม่ใช่เรื่องนั้นที่น่าห่วง ฉันเป็นห่วงเรื่องวิถีชีวิต การอยู่การกินต่างหาก ถ้าแกไปเที่ยวสามถึงห้าวันไปเอาบรรยากาศก็คงสนุกอยู่หรอก แต่ถ้าต้องอยู่เป็นเดือน...มันออกจะเหนื่อยนะ)
“แล้วแกทำไมอยู่ได้”
(เอ้า...มันบ้านเกิดฉันนะ ฉันอยู่มาตั้งแต่เด็ก มันเป็นวิถีชีวิตของฉันอ่ะ)
“ถ้าแกอยู่ได้ฉันก็อยู่ได้น่า แกไม่ต้องห่วงฉันขนาดนั้นเจน” ฉันพูดด้วยสีหน้ามั่นอกมั่นใจ
(นะ...แน่ใจนะ?) ยัยเจนเอ่ยถามฉันอีกครั้ง และฉันก็ทำสีหน้ามั่นอกมั่นใจ จะมีอะไรมาระส่ำความรู้สึกฉันได้อีกไม่มีแล้วล่ะ ขนาดรักห้าปีที่บัดสบ ฉันยังยิ้มและยืนไหว ยังไม่ตาย...
“แน่ใจ...ฉันบอกว่าไหว ก็ไหวสิ ฉันตัดสินใจแล้วน่ะ อีกอย่าง ที่ฉันไปอยู่นานเพราะอยากไปเรียนรู้เรื่องกาแฟซะหน่อย”
(เออ...เอาแบบนั้นก็ได้)
“แล้วฉันต้องไปเจอแกที่ไหน ต้องเดินทางยังไง”
(ลืมไปซะสนิทเลย...ฉันต้องบอกแกก่อนนะ พอดีฉันมีธุระด่วนต้องแวะตัวเมืองก่อนขึ้นดอย ถ้าแกมากับฉัน...ฉันกลัวจะเสียเวลา เอางี้ดีไหม แกบินตามมาทีหลังแล้วนั่งรถสองแถวขึ้นดอยไปรอที่บ้านฉันก่อนเลยนะ ไหวป่าว?)
“รถสองแถวเหรอ ได้สิ...ไม่ใช่ว่าไม่เคยนั่งซะหน่อย”
(เหอะ ๆ แกอย่างเอารถสองแถวทั่วไปเทียบกับตามตัวเมืองนะยะ ยิ่งถ้าตอนฝนตกละก็บันเทิงเลยล่ะ)
“ฮ่า...สบายมากย่ะ ระดับฉันแล้ว แบบไหนมาก็ไม่กลัว จิ๊บ ๆ ”
(งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ เราจะขึ้นเครื่องไปลงที่ตัวเมืองทางเหนือพร้อมกัน จากนั้นฉันจะไปส่งแกที่รถสองแถมก่อน ยังไงรถคันนั้นก็ไปส่งจนถึงหมู่บ้านอยู่แล้วล่ะ)
“โอเคเจน...ไว้เจอกัน”