6 รู้สึกดีขนาดนั้นเลยหรอ

1540 Words
ร้านได๋วิดดิ้ง “ได๋… ได๋อยู่ไหน!” อิฐเรียกชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความร้อนใจ หลังจากโทรศัพท์หาน้องสาวไม่รู้กี่สิบสาย แต่ปลายทางกลับเงียบงันไร้การตอบรับ เขาตัดสินใจขับรถตรงมาที่ร้านทันที และภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ร้านที่เคยมีแต่ความเรียบร้อยและความประณีต บัดนี้กลับเละเทะราวกับผ่านพายุ ชุดแต่งงานบางส่วนหล่นกองอยู่กับพื้น รอยกระจัดกระจาย “ได๋… ทำไมร้านถึงเละขนาดนี้… แล้วเธอไปไหน” อิฐพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วลงอย่างคนเริ่มรู้สึกไม่ดี สายตากวาดมองไปรอบร้านอย่างร้อนรน แต่ไม่พบแม้เงาของหญิงสาว มีเพียงโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะ ครืด… ครืด… เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบคว้ามันขึ้นมาดู ชื่อที่โชว์บนหน้าจอคือเปรี้ยวใจ “ฮัลโหลเปรี้ยวใจ” “ฮัลโหลค่ะพี่อิฐ ใช่พี่อิฐหรือเปล่าคะ” “ใช่... พี่เอง” “หนูโทรหาได๋ตั้งหลายสายแล้วค่ะ แต่ได๋ไม่รับเลย หนูเป็นห่วงมาก” หัวใจของอิฐกระตุกแรงขึ้นทันที เพราะปกติแล้วถ้าหายไปแบบนี้ส่วนมากก็คือต้องอยู่กับเปรี้ยวใจ แต่วันนี้เปรี้ยวใจเองก็บอกว่าไม่เห็น “พี่ก็โทรหาได๋เหมือนกัน ไม่รับสายเลย พี่เลยเข้ามาที่ร้านแต่ไม่เจอได๋” ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ “แล้ว… แล้วได๋จะไปไหนล่ะคะพี่” อิฐกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ สายตายังคงจับจ้องไปที่ร้านที่พังยับเยิน “นั่นแหละ… พี่ก็อยากรู้เหมือนกัน” และในวินาทีนั้นเอง ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นขึ้นมาจับหัวใจเขาอย่างรุนแรง เพราะลึกๆเขาคิดว่าการหายไปของได๋ไม่ใช่เรื่องดีแน่ “แถวๆนั้นมีใครเห็นได๋บ้างไหมคะ พี่ลองถามคนแถวนั้นดูบ้างหรือยัง” เสียงของเปรี้ยวใจดังขึ้นปลายสาย น้ำเสียงเริ่มสั่นอย่างปิดไม่มิด “พี่ยังไม่ได้ถามใครเลย พี่เพิ่งมาถึงเหมือนกัน แต่ร้านเละเทะไปหมด พี่เองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” “ร้านเละเทะงั้นเหรอคะ…” น้ำเสียงของเปรี้ยวใจเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะต่ำลงอย่างคนเริ่มกลัว “พี่อิฐ… หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับยัยได๋” อิฐเม้มริมฝีปากแน่น ใจเต้นแรงขึ้นมาในทันที “พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” “เอางี้นะคะพี่ พี่รอหนูอยู่ที่ร้านก่อน เดี๋ยวหนูรีบไปหา เราจะได้ช่วยกันคิดช่วยกันหา” เธอสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพูดต่อ “ถ้าร้านเละขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องปกติแน่ๆค่ะ อีกอย่างได๋ไม่เคยไม่รับสายหนูเลยไม่ว่าอยู่ที่ไหน ต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็ต้องรับ หรืออย่างน้อยก็โทรกลับแต่ครั้งนี้ไม่ใช่” อิฐกำโทรศัพท์แน่น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นขึ้นสันหลัง “ใช่… ถ้าได๋จะไปไหน เธอไม่มีทางทิ้งโทรศัพท์ไว้แน่” “เพราะงั้นหนูว่าเรื่องนี้ไม่ดีแน่ๆค่ะพี่อิฐ” ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนที่อิฐจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “โอเค พี่จะรออยู่ที่นี่ไม่ไปไหน” “ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูรีบไปนะคะพี่” สายถูกตัดลงทิ้งไว้เพียงร้านที่เงียบงัน และความรู้สึกอันเลวร้ายที่เริ่มกัดกินหัวใจของอิฐมากขึ้นทุกวินาที เพียงไม่นานเปรี้ยวใจก็มาถึง เธอแทบจะวิ่งเข้ามาภายในร้านทันทีที่รถจอดสนิท ภาพตรงหน้าทำให้เธอชะงัก ร้านได๋วิดดิ้งที่เคยสะอาดเรียบร้อย กลับกลายเป็นร้านที่เละเทะไปหมด เปรี้ยวใจกวาดสายตามองไปรอบร้านพร้อมหัวใจเต้นแรง ก่อนจะหันไปหาอิฐที่ยืนกำหมัดแน่น สีหน้าร้อนรนอย่างเห็นได้ชัด “พี่อิฐคะ… สรุปเจอได๋หรือยังคะ” “ยังเลย พี่ไปถามคนแถวนี้มาแล้ว เค้าบอกว่าเห็นรถคันหนึ่งมาจอดหน้าร้าน” เสียงอิฐแหบพร่า เปรี้ยวใจชะงักพร้อมขมวดคิ้ว “รถคันหนึ่ง” “ใช่… แล้วคนในรถเป็นผู้ชายสองคน เขาลงมากระชากได๋ออกไปจากร้านต่อหน้าต่อตา ตั้งแต่นั้นก็ไม่เห็นได๋อีกเลย” อิฐกลืนน้ำลายแรง “อะไรนะคะ! หมายความว่า… ได๋โดนฉุดขึ้นรถงั้นเหรอคะพี่อิฐ” เปรี้ยวใจอุทานเสียงสั่น “ใช่…” ความเงียบอึดอัดปกคลุมร้านทันที หัวใจของเปรี้ยวใจเย็นวาบ ความกลัวถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว “แบบนี้มันไม่ปกติแล้วค่ะพี่อิฐ เราต้องไปแจ้งตำรวจนะคะ เดี๋ยวนี้เลย” เธอพูดเสียงจริงจังทั้งที่มือสั่น อิฐพยักหน้าอย่างไม่ลังเล “พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เราไปแจ้งความไว้ก่อน อย่างน้อยให้ตำรวจเริ่มตามตัวได้เร็วที่สุด” เปรี้ยวใจสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความกลัวในใจ “งั้นไปกันเลยค่ะพี่ ตอนนี้ทุกนาทีมันสำคัญมากๆ” ทั้งสองคนสบตากัน ก่อนจะรีบออกจากร้านไปทันที เอี๊ยด!! เสียงเบรกดังลั่นหน้าร้านได๋วิดดิ้ง ยังไม่ทันที่อิฐกับเปรี้ยวใจจะก้าวพ้นประตู รถสีดำสนิทคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดกระแทกพื้นที่หน้าร้านอย่างไม่ไว้หน้าใคร จนคนทั้งสองต่างก็ชะงักแล้วมองนิ่งมาที่รถหรูทันที “โอ้ย… ซี๊ด~” แรงสะเทือนจากการหยุดรถกะทันหัน ทำให้ร่างของได๋ที่นั่งอยู่เบาะหลังไหลมากระแทกเบาะหน้าอย่างแรง ความเจ็บแล่นปราดขึ้นมากลางกายสาวจนเธอต้องกัดฟันแน่น เผลอซี๊ดปากออกมาโดยห้ามไม่อยู่ “หึ! รู้สึกดีขนาดนั้นเลยเหรอ” เสียงหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้นจากเบาะด้านหน้า ก่อนจะหันมามองเธอด้วยแววตาไร้อารมณ์ แต่แฝงความพอใจอย่างไม่ปิดบัง “ไม่ค่ะ” ได๋ตอบทันควัน น้ำเสียงแข็งกร้าว สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนเจ็บขึ้นมาที่กลางอก อัคนียกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ “แต่ดูเหมือนวันนี้จะเป็นวันดีของฉันนะ เหมือนว่าพี่ชายของเธอจะอยู่ที่นี่พอดีเลย” เขาเหลือบสายตามองออกไปนอกกระจก ประตูรถถูกเปิดออกอย่างแรง อัคนีก้าวลงจากรถช้าๆ ราวกับนักล่าที่กำลังเดินเข้าหาเหยื่อ สายตาคมกริบจ้องตรงไปยังอิฐที่ยืนนิ่งอยู่หน้าร้าน อิฐกำหมัดแน่นหัวใจเต้นแรงเมื่อ "พี่อิฐคะ" เปรี้ยวใจรีบคว้าแขนอิฐไว้แน่น เมื่อเห็นว่าสายตาของคนที่มาเยือนดูไม่ปกติ อิฐจ้องกลับอย่างไม่ถอย “แกเป็นใคร” รอยยิ้มเยาะผุดขึ้นบนใบหน้าของอัคนี “มึงใช่ไหม ที่ชื่อไอ้อิฐ” เสียงของอัคนีดังขึ้นต่ำๆแข็งกระด้าง ดวงตาคมกริบจ้องตรงไปยังชายที่ยืนอยู่หน้าร้าน ราวกับกำลังตรึงเหยื่อเอาไว้ไม่ให้หนี “เออ กูเอง” อิฐตอบกลับทันควัน ไม่หลบสายตา แม้ในอกจะร้อนระอุจนแทบระเบิด “งั้นก็มารับน้องสาวของมึงไปซะ” คำพูดนั้นจบลงพร้อมกับเสียงเปิดประตูรถด้านหลังอย่างแรง อัคนีเอื้อมมือเข้าไปแล้วกระชากร่างของได๋ลงมาจากรถโดยไม่ปรานี “โอ้ย!...นี่! ฉันเจ็บนะ!” ได๋เซถลาแทบล้ม เท้าของเธอไม่มีความมั่นคงเลย มือเล็กยกขึ้นกุมท้องน้อยไว้แน่น ความเจ็บแล่นวาบขึ้นมาจนใบหน้าขาวซีด เธอแทบยืนตัวตรงไม่ไหว แต่ก็ยังถูกแรงมือของเขาดึงรั้งให้ต้องยืนอยู่ตรงนั้น “อย่าสำออยนัก ลงมาได้แล้ว” น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับความเจ็บของเธอเป็นเพียงเรื่องน่ารำคาญ “มึงทำอะไรน้องกู!” อิฐตะโกนเสียงดัง ก้าวพรวดเข้ามาเมื่อเห็นสภาพของได๋ ผมที่เคยเรียบร้อยกลับยุ่งเหยิง เสื้อผ้ายับยู่ยี่ ใบหน้าขาวซีดไร้เลือดฝาด ทุกอย่างบอกชัดว่าเธอผ่านอะไรมา ถึงแม้ว่าไม่ควรที่จะคิดแบบนั้น แต่ดูจากสภาพของได๋แล้วมันคิดไปแบบอื่นไม่ได้เลยจริงๆ หมัดของอิฐกำแน่นจนเส้นเลือดปูด หัวใจเขาแทบขาดเมื่อเห็นน้องสาวในสภาพนั้น “แกทำอะไรเธอ!” "หึ..." อัคนีแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอิฐอย่างท้าทาย “ก็แค่เอาตัวมาคืนให้เจ้าของไง หรือมึงลืมไปแล้วว่าพี่ชายอย่างมึง เคยทำอะไรไว้กับน้องสาวของกู” เขาพูดช้าๆและจงใจเน้นทุกคำพูด ได๋เงยหน้าขึ้นมองอิฐพร้อมทั้งน้ำตาคลอ แต่เธอก็ยังกัดฟันแน่นไม่ยอมร้องออกมา ในขณะที่อิฐยืนอยู่ตรงนั้น ระหว่างความโกรธ และความกลัวว่าจะสูญเสียน้องสาวไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD