4 ฉันเกลียดแก

1443 Words
"อื้อ~ แน่นชะมัด แม่งซิงซะด้วย ซี๊ด~" ดวงตาคมหลุบมองชุดเชื่อม ก่อนจะยกยิ้มด้วยความพึงพอใจ มื้อหน้าจับล็อคเอวบางไว้มั่นกระแทกตัวเข้าไปทีเดียวจนสุดทาง "อ๊ะ!~~ เจ็บ! โอ้ย... เจ็บนะ" เสียงหวานดังแผ่วเบาขาดห้วง แรงแม้จะเอ่ยปากพูดยังแทบไม่เหลือ ทั้งจุกทั้งเจ็บจนหายใจแทบไม่ออก ไม่ใช่เพราะถูกปิดช่องทางการหายใจ แต่เพราะความใหญ่ของเขามันคับแน่นจนอึดอัด ช่องทางรักคับแคบถูกรุกล้ำจนฉีกขาด หยดเลือดบริสุทธิ์เลอะเปรอะเปื้อนแก่นกายใหญ่จนเปียกชุ่ม เอวสอบยังไม่วายขยับเข้าออกเนิบนาบเปิดปากทาง เมื่อเห็นว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอ "ซี๊ด~ ผ่อนคลายหน่อย อย่าเกร็งสิ" อัคนีปวดแน่นจนแทบขยับไม่ได้ ทั้งคับแคบทั้งเกร็งจนรัดแน่นไปหมด แต่ก็ยังไม่วายที่จะขยับเข้าออก จะว่าไปแน่นๆแบบนี้ก็เสียวดีเหมือนกันแฮะ พลัก พลัก พลัก! "หยุดก่อน อื้อ! เบา... หน่อยเจ็บ!..." ฟันคมเล็กคบกับริมฝีปากล่างไว้แน่น จังหวะการหายใจติดขัดจนสูดอากาศแทบไม่ทัน ปึ่ก! ปึ่ก! ปึ่ก! แรงกระแทกที่เนิบนาบในตอนแรกเปลี่ยนเป็นรุนแรงขึ้น ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวยามศีรษะโน้มลงมาคบกันเนื้อเนินอก พร้อมขบกัดเม้มริมฝีปากดูดดึงอย่างซาดิสม์ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนน่ารังเกลียด ภายในห้องที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงกระแทกกระทั้นของเนื้อ และเสียงครวญครางปนเสียงสะอื้นของหญิงสาวดังขึ้นจากลำคอ เธอไม่รู้สึกมีอารมย์ความรู้สึกเสียวเลยสักนิด ภายในกายสาวมีเพียงแค่ความเจ็บแสบ ที่ทำเอาเธอต้องกลั้นใจเป็นพักๆ ยิ่งเขากระแทกลงมาหนักหน่วงมากเท่าไร ความเจ็บแสบก็ยิ่งพุ่งสูงมากเท่านั้น อัคนีกัดกรามแน่น อัดสะโพกกระแทกกายใหญ่หอมใส่ร่างเล็กอย่างบ้าคลั่ง ฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นยอดอกอวบนุ่มอย่างรุนแรง ใบหน้าแดงก่ำเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ "แยกขาออก" คำสั่งเสียงเข้มกระเส่า รู้สึกว่าความต้องการของตัวเองมันปลดปล่อยออกมาไม่สุด แม้ตอนนี้จะยังคงตอกกระแทกกายใส่หญิงสาวตรงหน้าอยู่ "อะ... โอ้ย! เบาหน่อยได้ไหม จุกไปหมดแล้ว" "........" อัคนีไม่พูดอะไร มีเพียงเสียงครางกระเส่าติดขัดของสาวสวยที่ดังเท่านั้น ส่วนชายหนุ่มเจ้าของร่างแกร่งกำยำ ยังคงเอาแต่ตอกกระแทกใส่กายสาวไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งร่างกายรับรู้ได้ถึงความเสียวซ่าน ในตอนที่ใกล้พุ่งแตะขอบสวรรค์ อัคนีกระแทกกระทั้นตอกย้ำแน่นความหนักหน่วงเข้าไปในโพรงนุ่ม กดแช่ท่อนเอ็นค้างไว้กระตุกปลายน้ำเชื้อสีขุ่น ก่อนค่อยๆขยับรีดน้ำภายในโพรงอ่อนสองสามครั้ง แล้วถอดท่อนเอ็นออกมาจากร่องแคบช้าๆ กลิ่นคาวกามผสมกลิ่นเลือดบริสุทธิ์ดีขึ้นจมูก ลมหายใจหอบกระชั้นจนอกแกร่งโยกขึ้นลง หลุบมองหญิงสาวผู้โชคร้ายที่ต้องได้รับกรรม ทางที่เจ้าหล่อนไม่ได้รู้กับเหตุการอะไรเลย ก่อนจะขยับออกมาจัดการดึงผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอว เดินเข้าห้องน้ำโดยไร้คำถาม ปล่อยให้คนตัวเล็กนอนแน่นิ่งหายใจติดขัด พร้อมสะอื้นไห้อยู่ตรงนั้นอย่างไม่ใยดี ร่างบางนอนขดตัวสะอื้นไห้อยู่บนเตียง ราวกับถูกทิ้งให้แตกสลายเพียงลำพัง มือเล็กสั่นเทาค่อยๆดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างตัวเองอย่างแผ่วเบา เหมือนกับว่ามันจะช่วยปกป้องหัวใจที่แหลกสลายไปแล้วได้บ้าง ทุกการขยับเพียงนิดเดียวกลับเรียกความเจ็บแสบให้แล่นวาบไปทั่วร่าง เจ็บจนหายใจไม่เต็มปอด เจ็บจนต้องกัดริมฝีปากแน่น กลั้นเสียงร้องเอาไว้ไม่ให้ดังออกมา น้ำตาไหลไม่หยุดทั้งที่ไม่เหลือเรี่ยวแรงจะร้องไห้แล้ว ความเจ็บปวดไม่ได้อยู่แค่ที่ร่างกาย แต่มันฝังลึกลงไปถึงหัวใจจนแทบขาดออกเป็นเสี่ยงๆ "ฉันไม่ได้ป้องกันไปหายากินซะ เพราะฉันเองก็ไม่ได้อยากให้เธอได้ลูกที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน" อัคนีเอ่ยคำพูดนั้นออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะหยิบมวนบุหรี่ราคาแพงขึ้นมาคาบไว้ที่ริมฝีปาก ไฟแช็กถูกจุดขึ้น ควันสีเทาลอยคลุ้งภายในห้องทันทีที่เขาสูดมันเข้าไปจนเต็มปอด ราวกับต้องการกลบอะไรบางอย่างที่ยังคุกรุ่นอยู่ในอก ร่างสูงยังนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ผิวกายเปียกชื้นสะท้อนแสงสลัวภายในห้อง เขาเดินไปนั่งเอนกายบนเก้าอี้อย่างสบายใจ ยกขาทั้งสองข้างขึ้นพาดบนโต๊ะอย่างคนที่ไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย สีหน้าเรียบนิ่ง ดวงตาคมวาวเย็น ควันบุหรี่ถูกพ่นออกมาอย่างช้าๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ราวกับทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้น เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยในชีวิตของเขาเท่านั้น “ฉันกลับได้หรือยัง” ได๋เอ่ยเสียงแผ่ว ร่างบางค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก แต่เพียงแค่ร่างกายขยับ น้ำหนักกดทับลงบนที่นอน ความเจ็บแปลบก็แล่นวาบขึ้นมาทันที “ซี๊ด… เจ็บจัง… อึก!” เธอเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด มือเล็กกำผ้าห่มไว้แน่น ราวกับมันเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยบรรเทาความเจ็บแสบนั้นได้ อัคนีนั่งมองภาพนั้นอย่างเงียบๆ ดวงตาคมวาวเย็น ไล่สายตาไปตามท่าทางอ่อนแรงของเธอ ก่อนริมฝีปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ “หึ…” เสียงหัวเราะเบาๆหลุดออกมาจากลำคอ ไม่ใช่เสียงขบขัน หากแต่เป็นเสียงของคนที่กำลังพอใจ พอใจที่ได้เห็นอีกฝ่ายเจ็บปวด พอใจที่ความแค้นในใจได้ระบายออกมาแล้วบางส่วน ได๋ค่อยๆพยุงร่างอ่อนแรงของตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ ทุกย่างก้าวหนักอึ้งราวกับขาถูกถ่วงด้วยโซ่ เธอค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งบนชักโครกอย่างหมดแรง มือเล็กกำขอบอ่างแน่น ริมฝีปากบางถูกกัดจนเจ็บ เพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา สายตาของเธอค่อยๆเลื่อนต่ำลง มองร่องรอยแดงเป็นจุดๆที่กระจายอยู่บนผิวกาย ร่องรอยที่ไม่ใช่บาดแผลบนร่าง แต่เป็นตราประทับของความอัปยศและความหวาดกลัว หัวใจของเธอเหมือนถูกบีบแน่น ความเกลียด ความขยะแขยง และความรู้สึกสกปรก ถาโถมเข้ามาพร้อมกันจนอยากจะกรีดร้องให้ดังออกมาจนสุดเสียง “ฉันเกลียดแก… ไอ้ชั่ว…” เสียงนั้นแผ่วเบาราวกับเป็นเพียงลมหายใจที่หลุดออกมาจากอก เธอไม่กล้าเปล่งเสียงให้ดังไปมากกว่านั้น ไม่ใช่เพราะไม่มีความแค้น แต่เพราะความกลัวว่าถ้าเขาได้ยิน อาจทำให้ฝันร้ายกลับมาอีกครั้ง ได๋ก้มหน้าลงน้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนตัก เธอกลั้นเสียงร้องไห้นั้นจนตัวสั่นเทา เธอใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานไม่นัก เมื่อรวบรวมเรี่ยวแรงได้เพียงพอ ได๋จึงค่อยๆเปิดประตูออกมา และในวินาทีนั้นเองร่างของเธอก็ชะงักค้าง เมื่อเธอเห็นผู้ชายคนนั้นยืนอยู่ตรงหน้าห้องน้ำ ราวกับเฝ้ารออยู่ก่อนแล้ว “อะ… อึก!” เสียงหลุดออกมาจากลำคออย่างห้ามไม่ได้ หัวใจเธอกระตุกแรงจนใจหายแว๊บ สองเท้าแข็งทื่อ ไม่อาจก้าวถอยหรือเดินต่อได้ บ้าจริงมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ กะจะให้ตกใจตายไปเลยหรือไง “จะนอนอยู่ในห้องน้ำเลยรึไง” น้ำเสียงของเขาเรียบเย็นชา “เปล่าค่ะ…” คำตอบแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ได๋ก้มหน้าลงทันที สายตาจับจ้องอยู่ที่พื้น เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง “อย่าสำออยให้มันมาก แค่นั้นไม่ตายหรอก” ประโยคนั้นเหมือนคำพูดธรรมดา แต่ทำให้คนฟังถึงกับกำมือแน่น สำหรับเขาอาจจะไม่ตาย แต่สำหรับเธอความเจ็บนี้มันอาจทำให้ตายได้เลยละ แต่ก็อย่างว่าเขาไม่ใช่คนที่ต้องได้รับความเจ็บปวด ไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้ว่ามันทรมานมากแค่ไหน เธอกำมือแน่นพยายามกลั้นอารมณ์ทั้งหมดเอาไว้ “ฉัน… ฉันจะกลับได้เมื่อไหร่คะ” เสียงถามสั่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เพราะความหวาดกลัวที่ยังไม่จางหาย เธอไม่ขออะไรทั้งนั้น ขอเดียวที่อยากได้คือขอเพียงได้ออกไปจากที่นี่
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD