Chapter9

1205 Words
Chapter9 สิ่งที่ทำในเย็นวันนั้นจนถึงรุ่งสางของอีกวันส่งผลให้ฉันกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานหลายวัน ส่วนคุณเกรย์ที่ลอยตัวเหนือทุกอย่างก็ได้เดินทางไปอเมริกา ทำให้ฉันหายใจหายคอสะดวกเพราะยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคุณเกรย์ในเร็วๆ นี้ อย่างน้อยก็ขอเวลาทำใจสักหน่อยเถอะ สิ่งที่เราทำมัน... อ่า! ฉันไม่อยากพูดและนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นเลย มันทั้งโหดร้าย เร่าร้อน และน่าละอายเป็นที่สุด ฉันควรจะลืมมันซะให้หมด มหาวิทยาลัย F “เดี๋ยวฉันไปซื้อข้าวที่โรงอาหาร เธอนั่งรอตรงนี้แหละ” “นี่จ้ะ” ฉันหยิบเงินให้ลูกปัด “ซื้อผลไม้มาด้วยนะลูกปัด ถ้าได้แตงโมหรือเมล่อนจะดีมาก เธออยากกินอะไรก็ใช้เงินนี่ซื้อได้เลย” “ไม่เอาหรอก” “ต้องเอาสิ” “ได้ไง” “ต้องได้สิ ฉันขาดเรียนหลายวันต้องพึ่งพาเธอหลายอย่าง ถือว่านี่เป็นการตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ และฉันไม่ได้ขัดสนเหมือนเมื่อก่อน” คุณเกรย์เป็นเจ้าหนี้ที่โหดเหี้ยมแต่เป็นเจ้านายที่ใจกว้าง เงินค่าแรงรายวันของฉันที่ได้มาจากการทำงานบ้าน แม้ถูกหักออกสามสิบเปอร์เซ็นต์ก็ยังเหลือกินเหลือใช้มากกว่าเมื่อก่อน อีกทั้งตอนนี้ฉันก็ปลดหนี้ไปแล้วสามสิบล้านหนึ่งแสนห้าพันบาท หากวันนี้ฉันจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยสองสามร้อยกับเพื่อนสนิทที่ช่วยเหลือเกื้อกูลฉันมาตลอดจะเป็นไรไป “โอเค ถ้าเธอยืนยันแบบนั้นฉันจะรับเอาไว้ละกัน” “ขอบใจนะ” “จ้าๆ” คล้อยหลังลูกปัดไปครู่เดียวฉันก็ปวดท้องเบาอยากเข้าห้องน้ำจึงลุกขึ้นเดินไปแบบไม่ระวังตัว โดยหารู้ไม่ว่านั่นเป็นการเปิดโอกาสให้อันตรายบุกโจมตี “โอ๊ยยย!!” ฉันถูกกระชากผมจากทางด้านหลัง สะดุ้งตัวโหยงตกใจ นิ่วหน้าอ้าปากร้องลั่น ก่อนจะได้ยินเสียงคุ้นเคยข้างหูที่ฉันต้องการเจอตัวอยู่พอดี “เสวยสุขคนเดียวเลยนะลีอาห์” “เติร์ก” “เอาเงินที่ไอ้หมอนั่นปรนเปรอเธอมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ อย่าให้ฉันต้องออกแรงใช้กำลังจนเธอต้องเจ็บตัว” ความเลวทรามที่มีคงจะกลืนกินจิตใต้สำนึกของเติร์กไปหมดแล้วจริงๆ สินะถึงได้ใจกล้าหน้าด้านมาขู่กรรโชกรีดไถเอาเงินจากผู้ถูกกระทำอย่างฉัน คิดถึงตรงนี้ก็หัวร้อนด้วยความเหลืออด “ไม่!!” ฉันตะโกนลั่นต่อต้าน สถานะของฉันตอนนี้ไม่ได้ตกเป็นเบี้ยล่างของพวกคนใจร้ายอีกแล้วดังนั้นฉันไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรอีก “เติร์ก!! ฉันสิต้องเอาเงินจากแกไอ้ชาติชั่ว วันนี้ฉันจะจับแกไปใช้หนี้คุณเกรย์ให้ได้เลย” พลั้งงงง!! เติร์กออกแรงผลักฉันชนผนังสุดกำลัง วินาทีที่ถูกภัยร้ายคุกคามฉันเลือกที่จะข่มความเจ็บปวด พยายามลุกขึ้นยืนตั้งหลักอย่างทุลักทุเล “น้ำหน้าอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้” ว่าพลางแสยะยิ้ม กวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเย้ยหยัน เห็นแบบนั้นฉันจึงเชิดหน้าอย่างอวดดีแล้วคว้าท่อนเหล็กที่อยู่ใกล้มือยกขึ้น “นั่นมันฉันเมื่อก่อน” “ฮ่าๆ ฮ่าๆ” คนฟังระเบิดเสียงหัวเราะด้วยสีหน้าอันเหี้ยมเกรียมก่อนถ่มน้ำลายลงบนพื้น “ถุย!!” และย่างสามขุมเข้ามาอย่างมั่นใจ ถึงเวลาของการเอาคืนแล้ว ฉันก้าวเท้าไปข้างหน้าก่อนจะฟาดท่อนเหล็กในมือใส่หัวเติร์ก แน่นอนว่าคนมีอาวุธเป็นฝ่ายได้เปรียบ อีกทั้งเติร์กยังประเมินฉันต่ำ ตอนนี้เขาจึงล้มพับจมกองเลือดอยู่บนพื้น ปากก่นด่า แขนยกขึ้นตั้งการ์ดปกป้องตัวเอง “สัสเอ๊ย!! มึงหยุดเดี๋ยวนี้นะอีบ้า!!” เมื่อก่อนฉันเคยขอร้องเขาให้หยุดรังแกฉันเหมือนกัน ไม่ว่าจะร่ำร้องอ้อนวอนอย่างน่าเวทนาเท่าไร สิ่งที่ฉันได้รับกลับมากลับยิ่งโดนรังแกหนักกว่าเก่า แล้วทำไมฉันจะต้องเมตตาเขาด้วย คิดได้ดังนั้นฉันจึงออกแรงสุดกำลัง ฟาดท่อนเหล็กใส่เติร์กไม่ยั้งมือจนเขาอยู่ในสภาพสะบักสะบอม แต่ก็ยังหาช่องว่างวิ่งหนีเอาตัวรอดสุดชีวิต “ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ ครั้งต่อไปกูเอามึงหนักแน่ลีอาห์” “เติร์กกลับมานะ!!” ฉันวิ่งถือท่อนเหล็กตะโกนตามหลังจนสะดุดขาตัวเองล้มหน้าคว่ำเพราะความเร่งรีบ “โอ๊ยยย!!” ภาพเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบถูกบันทึกวิดีโอผ่านกล้องโทรศัพท์ของชายฉกรรจ์ลึกลับ ซึ่งถูกวางให้เป็นผู้ติดตามชีวิตประจำวันของลีอาห์ เขาเฝ้ามองหญิงสาวตลอดเวลาอยู่เงียบๆ กระทั่งมั่นใจว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้วจึงเดินกลับมาที่รถ ร่างข้อความบอกเล่าเรื่องราวและแนบวิดีโอส่งรายงานให้เจ้านาย “ทำไมเธอมีสภาพแบบนั้นลีอาห์” “เติร์กมาที่นี่และเราสู้กัน เดี๋ยวกินข้าวเสร็จฉันจะไปขอภาพจากกล้องวงจรปิดส่งให้ตำรวจ ฉันต้องตามจับหมอนั้นส่งให้คุณเกรย์ให้ได้เลย” “เธอไม่เป็นไรใช่ไหม บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ลูกปัดจับไม้จับมือฉันพลิกไปพลิกมา กวาดสายตามองหาบาดแผล “มีแต่รอยฟกช้ำแล้วเลือดพวกนี้มาจากไหนเนี่ย” “ฉันเอาท่อนเหล็กฟาดเติร์กนะ เลือดชั่วมันนั่นแหละ” แปะๆ!! แปะๆ!! ลูกปัดปรบมือชมเชยด้วยสีหน้าแสนภาคภูมิใจ “เริดค่ะเริด ในที่สุดเธอก็กล้าที่จะสู้กลับสักที” “เขาและฉันต่างตกอยู่ในสภาพจนตรอกเหมือนกัน ถ้าเป็นฉันเมื่อก่อนที่ตกเป็นเบี้ยล่างคงไม่กล้าสู้กลับหรอก” “แค่นี้เธอก็เก่งแล้วเพื่อนรัก ไม่เป็นไรนะลีอาห์” “อื้อ!” “โอ๋ๆ” ลูกปัดดึงฉันเข้าไปกอด ลูบหัวปลอบประโลม วินาทีนั้นบ่อน้ำตาฉันแตกอย่างกลั้นไม่อยู่ และไม่สนใจด้วยคนรอบข้างจะมองด้วยความรู้สึกแบบไหน เวลา 15.00 น. ฉันได้ภาพจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งตำรวจพร้อมกับอาจารย์ที่ปรึกษาหนึ่งท่าน หลังจากดำเนินการธุระแล้วเสร็จก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนความคืบหน้าที่จะได้หลังจากนี้ต้องรอการติดตามจากทางตำรวจอีกที “แม่บ้านคะ” “มีอะไรเหรอ” “คุณเกรย์จะกลับไทยวันไหนเหรอคะ พอดีฉันมีธุระด่วน หรือถ้าหากคุณเกรย์ติดต่อมา ช่วยบอกให้ทีนะคะว่าฉันเจอลูกชายคุณอาแล้ว ตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งตามหาตัวเขาอยู่” “ธุระสำคัญเธอรอคุยกับมาสเตอร์เองดีกว่า แต่ฉันจะบอกธุระของเธอให้มาสเตอร์รู้เอาไว้ก่อน อีกประมาณสามถึงสี่วันมาสเตอร์ถึงจะกลับ” “ขอบคุณค่ะ” “วันนี้งานของเธออยู่ในห้องเก็บของ ทำความสะอาดแล้วจัดให้มันเป็นระเบียบ เสร็จแล้วก็ไปรดน้ำต้นไม้ข้างนอก” “ได้ค่ะ” แม้เพิ่งหายป่วยและได้แผลฟกช้ำกลับมาฉันก็ยังไม่อิดออดที่จะทำงานอย่างขะมักเขม้น ส่วนเรื่องงานพาร์ทไทม์ร้านนมสดคงต้องพับเอาไว้ก่อน เนื่องจากห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง เพราะครั้งต่อไปเติร์กคงเล่นงานฉันคืนหนักแน่ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD