Chapter5
บ่ายวันจันทร์หลังจากกินชาบูร้านญี่ปุ่นชื่อดังบนห้างสรรพสินค้าอิ่ม ฉันและลูกปัดก็ได้ปรึกษาหารือกันว่าเราจะไปดูหนังกันต่อ ซึ่งตอนที่กำลังจะขึ้นบันไดเลื่อนได้มีสาวสวยคนหนึ่งเดินมายื่นโบชัวร์ให้ฉันพร้อมอธิบายรายละเอียดแบบกระชับ
“ถ้าหากหนูสนใจทำงานร่วมกับร้านของเราก็ติดต่อเข้ามาได้ตามเบอร์โทรและที่อยู่ในโบชัวร์นี้ได้เลยนะคะ พี่ชื่อโซมี”
“ได้ค่ะ”
สาวสวยกรีดยิ้มหวานให้ฉันหนึ่งแมตช์แล้วเดินกลับไปแจกโบชัวร์ต่อ ทางด้านลูกปัดซึ่งยืนอยู่ข้างๆ สะกิดแขนเรียกฉัน
“นี่”
“หื้ม?”
“สนใจป่ะ”
“ค่อนข้างสนใจเพราะค่าจ้างแพงสมกับงานล่อแหลม”
“ดูจากแผนที่ร้านใกล้กับที่ทำงานพาร์ทไทม์ของฉัน เราน่าจะเลิกงานไล่เลี่ยกัน ถ้าเธอทำงานที่นี่ฉันจะแวะมารับไปที่ป้ายรถเมลด้วยกัน”
“ฉันคงต้องบอกเจ้าหนี้ก่อน”
“นั่นสินะ แต่คงไม่มีปัญหาหรอกมั้ง ยังไงเขาก็ต้องยอมอยู่แล้วในเมื่อเธอทำงานหาเงินมาใช้หนี้เขานี่”
ฉันเล่าที่มาที่ไปของคุณเกรย์ให้ลูกปัดฟังเพียงแค่ผิวเผิน ส่วนความจริงที่เลวร้ายถูกปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้ไม่เปิดเผย ดังนั้นจึงไม่แปลกหากลูกปัดจะมีความคิดแบบคนที่มองโลกในแง่ดี
“อย่าใส่ใจเลย เราไปดูหนังกันให้สนุกดีกว่า”
“เคๆ”
เวลา 16.45 น. ฉันกลับถึงบ้านก็ลงมือทำงานของตัวเองอย่างขะมักเขม้นโดยไม่รอช้า กระทั่งหลังทำงานเสร็จจึงอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมาพบกับคุณเกรย์หลังจากไหว้วานแม่บ้านให้ช่วยไปบอก
“มีธุระอะไร”
“นี่ค่ะ” ฉันส่งโบชัวร์ที่ได้มาให้คุณเกรย์
“คือ?” แม้เขาจะกวาดสายตาบรรจงอ่านทุกตัวอักษรอย่างแตกฉานแต่ก็ยังเงยหน้าขึ้นมาถามฉันเหมือนไม่เข้าใจ “อธิบายมาหน่อยสิ”
นี่จงใจกวนประสาทกันใช่ไหม?
ต้องใช่แน่ๆ ถ้าเป็นเขาคนนี้...ไม่สามารถมองในแง่ดีได้เลยจริงๆ เพราะเขาต้องการเห็นสีหน้าที่มีความรู้สึกของฉันเวลาโดนเขารังแก
แต่เขาจะไม่สมหวังหรอกนะ
หลังจากคืนนั้นฉันก็ระมัดระวังตัวและปากอยู่ตลอด พยายามไม่ทำหรือพูดจายั่วแหย่อารมณ์เขาเหมือนครั้งที่ผ่านมา ข่มใจให้เย็นและมีสติเสมอแม้เขาจะปฏิบัติตัวหยาบคายใส่
“โบชัวร์สมัครงานของร้านนมสดค่ะ”
“รู้” คุณเกรย์บอกห้วนๆ และถึงแม้สีหน้าจะไม่แสดงความรู้สึกแต่ออร่าดำมืดที่แผ่อยู่รอบกายจนสันหลังฉันเสียววาบบอกได้ว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี “เพราะงั้นฉันถึงได้ถามเธอไง”
ณ ตอนนั้นฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกข่มกลั้นอาการสั่นสะท้านก่อนชี้แจ้ง
“ฉันอยากจะขอแบ่งเวลาออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อหารายได้เสริมมาใช้หนี้แทนคุณอาจนกว่าคุณจะหาตัวคุณอาเจอ นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการจะบอกคุณและทำมันค่ะ”
“งานที่ทำอยู่มันน้อยจนเธอมีเวลาว่างมากขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ไม่ค่ะ แต่เงินที่ได้รับแค่นั้นคงไม่ช่วยทำให้ฉันปลดหนี้คุณเร็วขึ้น”
“อวดดี ต่อให้เธอทำงานทั้งชีวิตก็ปลดหนี้ฉันไม่ได้หรอก” ร่างสูงสง่าลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานแล้วเดินมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน
“ฉันรู้ค่ะเลยต้องพยายามทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ และฉันกำลังมองหาลู่ทางทำมาหากินเผื่อเอาไว้”
“เธอคิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปเหรอ”
“ลูกหนี้ตัวจริงของคุณไม่ใช่ฉัน ฉันแค่คนที่ถูกเอาชื่อมาใช้เป็นผู้รับกรรมแทนชั่วคราวเท่านั้นเอง และฉันมั่นใจว่าถ้าหากคุณตั้งใจหาคุณอาจริงๆ คุณจะต้องเจอคุณอาแน่นอน”
“ใครจะไปรู้ ตอนนี้หมอนั่นอาจจะกลายเป็นศพไปแล้วก็ได้”
“...” อุณหภูมิเย็นเยือกจนเหมือนถูกแช่ในช่องแข็งคืบคลานเข้ามาเกาะกุมทั่วสรรพางค์ ฉันกลั้นหายใจชั่วขณะพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
“เธอคงไม่รู้ว่าหมอนั่นมีหนี้นอกระบบอีกเยอะ ถึงเธอจะรอดจากเงื้อมมือของฉันก็ยังมีเจ้าหนี้อีกหลายสิบคนที่รอจับเธออยู่”
“...”
“และเจ้าหนี้พวกนั้นคงไม่ได้จับเธอมาใช้งานเป็นคนรับใช้แบบฉันแน่ๆ เธอจะต้องถูกเอาไปเร่ขายในตลาดมืด ทำงานเป็นโสเภณีคอยบริการผู้ชายเป็นสิบเป็นร้อยต่อวัน โลกไม่ได้สวยหรูเหมือนเมื่อก่อนหรอกนะลีอาห์”
“...”
“และถ้าหากเธออยากจะชิมลางทำงานใส่ชุดคอสเพลย์วับๆ แวมๆ ยั่วลูกค้าบ้ากามในร้านนมสด ฉันขอแนะนำให้เธอมานอนอ้าขาขายตัวให้ฉันบนเตียงดีกว่า เธอจะได้ครั้งละห้าหมื่นพร้อมลดดอกเบี้ยให้ 50% ลองเก็บไปคิดดู ดอกเบี้ยปีหนึ่งกับหนี้ร้อยล้านบาทมันไม่น้อยเลยนะ”
ทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมาจากเขามีแต่พิษร้ายกาจ เสียดแทงแก้วหู กรีดลึกกลางหัวใจจนรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าว ฉันมองสบเข้าไปในดวงตาคู่คมดุจอาวุธสังหารแหลมคมก่อนจะเบือนหน้าหนี
เขาแค่นหัวเราะเยาะหยันท่าทางดังกล่าว
ฉันเม้มริมฝีปากแน่นจนเจ็บแล้วทำใจกล้าหันกลับมาเผชิญหน้า และถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจัง “เพราะเรื่องในอดีตเลยทำให้คุณต้องการที่จะเหยียบย่ำฉันใช่ไหม”
“ใช่”
“ต่อให้คุณจะกลายเป็นไอ้หน้าตัวเมียที่รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ คุณก็ยังจะทำแบบนั้นใช่ไหม”
“ใช่”
“แต่ฉันรักตัวเองและมีศักดิ์ศรีเหมือนคุณค่ะ” กะพริบตาถี่ๆ ขับไล่น้ำตาพลางเงยหน้าขึ้นสูงและพูดต่อ “ในสายตาของคุณฉันอาจจะมีค่าน้อยนิดแต่ฉันประเมินค่าตัวเองแพงมากกว่านั้นค่ะ และฉันรู้ว่าคุณสามารถขืนใจฉันได้ถ้าหากคุณต้องการจะทำมันจริงๆ”
“...” เขาเป็นฝ่ายเงียบบ้างเมื่อฉันพูดรัวแบบไม่เว้นจังหวะให้เขาได้แทรก
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเมื่อกี้นะคะ แต่ฉันจะไม่ขายให้คุณหรอกค่ะถ้าหากคุณไม่ให้ฉันคืนละสิบล้านและละเว้นดอกเบี้ยทั้งปี”
นี่ไม่ใช่การท้าทายแต่อย่างใด
ทว่าสถานะของฉันไม่มีทางเลือกเลย หากคุณอาชดใช้หนี้ให้เขาไม่ได้ฉันก็ต้องเป็นฝ่ายรับ ครั้นจะไปแจ้งตำรวจก็ไม่มีกำลังมากพอจะสู้กับอิทธิพลมืด ดังนั้นถ้าหากฉันยอมขายตัวให้เขาในราคาสิบล้านบาท เวลาสิบเดือนก็น่าจะปลดหนี้ได้หมดทันเรียนจบพอดีถ้าหากเขาเรียกฉันขึ้นเตียงทุกเดือน
มันจะเป็นแบบนั้นแน่เหรอ?
ดีไม่ดีเขาอาจจะเบื่อฉันตั้งแต่ขึ้นเตียงกับเขาคืนแรกเลยก็ได้ ทว่าฉันไม่ควรจะคิดมากกับเรื่องพรรค์นี้ ยังไงซะ นี่เป็นเพียงความคิดที่คิดเผื่อเอาไว้ถ้าหากเขาอยากซื้อตัวฉันขึ้นเตียงจริงๆ
และฉันมั่นใจว่าเขาไม่บ้าจี้ตามฉันแน่นอน
ดังนั้นฉันควรรีบตัดจบ “ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“ตกลง”