Chapter1

1333 Words
Chapter1 “วันนี้ก็อีกแล้วใช่ไหมลีอาห์” “อืม แต่ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก” “เธอนี่มัน...” ลูกปัดแหงนหน้ามองฟ้าพลางเป่าลมออกจากปาก “ทำไมถึงได้มีความอดทนสูงแบบนี้นะ อยู่ต่อหน้าฉันคนนี้ เธออ่อนแอลงสักหน่อยก็ไม่มีใครว่าหรอก” “นานมากแล้ว” “หื้ม? อะไรอีกล่ะทีนี้” “นานมากแล้วที่ฉันรู้ว่า ถ้าหากแสดงความอ่อนแอออกมาเมื่อไรจะยิ่งทำให้คนพวกนั้นได้ใจแล้วรังแกฉันหนักมากยิ่งกว่าเดิม” เพราะแบบนั้นฉันเลยเรียนรู้วิธีการเก็บกดอารมณ์และความรู้สึก ลูกปัดถลกแขนเสื้อคลุมออก ลากไล้สายตามองดูร่องรอยฟกช้ำบนแขนเรียวด้วยแววตาห่วงใยระคนโกรธเกรี้ยว ก่อนจะเอายาในกระเป๋ามาทาให้ฉันพร้อมเสียงบ่นกระปอดกระแปด “ยังจะมีหน้ามายิ้มให้ฉันอีก ชิ!” “ตอนนี้เธอเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันยิ้มได้นี่นา ขอบคุณนะลูกปัด” “ขอบคุณอะไร เอาไว้ฉันหาทางช่วยเธอออกจากคนเลวพวกนั้นก่อนเถอะค่อยมาขอบคุณ เพราะมันคงจะทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งใจมากทีเดียว” “บางทีฉันอาจจะหลุดพ้นจากชะตากรรมเลวร้ายในเร็วๆ นี้” “ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ” “ทรัพย์สมบัติของคุณพ่อโดนเผาผลาญไปหมดแล้ว ธุรกิจก็ตกต่ำเพราะการบริหารงานไร้ประสิทธิภาพ ไหนจะหนี้สินธนาคารและนอกระบบ ล่าสุดมาขอลดเงินเดือนฉันลงอีก” “ลดลงเท่าไร” “13,000 เหลือ 9,000” ในยุคข้าวยากหมากแพงมันไม่ง่ายเลยที่จะอยู่ได้อย่างสบายด้วยเงินเพียงเท่านี้ แถมยังมีคนคอยหาเรื่องสร้างความทุกข์ใจให้ฉันไม่เว้นวันอาศัยอยู่รอบตัวเต็มไปหมด ไม่ใช่ว่าไม่เคยดิ้นร้นหนีหรอกนะ ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ฉันเคยลองขอความช่วยเหลือจากเพื่อนสนิทสมัยเด็กที่มาเที่ยวเล่นที่บ้าน ฉันคิดว่าตัวเองจะต้องรอดพ้นจากชะตากรรมเลวร้ายนี้แน่ๆ ขอแค่พรั่งพรูทุกอย่างออกมา เหอะ! มันช่างน่าตลกสิ้นดี! ความคิดของเด็กน้อยตื้นเขินเกินไป สุดท้ายฉันกลายเป็นเด็กขี้โกหกที่ชอบเรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ และโดนคุณอาเหมันต์ลงโทษด้วยการใช้เข็มขัดเฆี่ยนตีพร้อมคำพูดขู่ฆ่า ‘ถ้ายังไม่อยากตายตามพ่อก็อย่าสร้างเรื่องให้ฉันและครอบครัวเสียชื่อเสียงแบบวันนี้อีก ไม่งั้นฉันจะจับเธอโยนลงบ่อจระเข้’ เด็กน้อยในวัยหกขวบร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวสั่นเทาด้วยความกลัว อ่า... บ้าจริง!! ฉันรีบดึงตัวเองออกจากความทรงจำโหดร้ายเมื่อรู้สึกเหมือนถูกฉุดดึงให้จมดิ่งลงสู่หุบเหวลึกอันมืดมิด ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกและผ่อนลมหายใจออกจนสุด ทำแบบนั้นช้าๆ หลายครั้งจนเข้าสู่สภาวะปกติ “คนพวกนั้นมันระยำตำบอนมาก นับว่าโชคดีนะที่เธอสอบได้ทุนเรียนฟรี” อย่างที่ลูกปัดพูดนั่นแหละ นอกจากสอบได้ทุนเรียนฟรีฉันยังเรียนอยู่ชั้นปีที่สี่ คณะศิลปศาสตร์ ด้วยอายุเพียงแค่ยี่สิบปีเท่านั้น บอกตรงๆ ว่ามันเหนื่อยมากแต่เพราะอยากหลุดพ้นจากกรงขังจึงต้องเร่งเวลาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ให้เร็วขึ้น “ฉันพอจะมีเงินเก็บที่คุณอาเหมันต์ไม่รู้อยู่บ้าง” “เธอแอบเอาไว้ดีแล้วใช่ไหม” “อืม เงินก้อนสุดท้ายที่คุณพ่อเหลือเอาไว้มันเหมือนกับสมบัติชิ้นสุดท้ายที่มีคุณค่า ฉันเก็บมันไว้อย่างดีเลยล่ะ” “ดีๆ ตอนนี้ใกล้เรียนจบแล้ว ว่าแต่เธออยากทำงานอะไรเหรอ” “แอร์โฮสเตสของสายการบินต่างประเทศ ฉันไม่รู้ว่าเส้นสายของคุณอามีมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ คุณอาไม่มีเส้นสายต่างประเทศไว้คอยรังแกฉันแน่นอน” “ถูกของเธอ ขนาดตอนฝึกงานปีสามยังเกือบซวย ดีนะที่เธอเลือกฝึกงานกับบริษัทคู่แข่ง ไม่งั้นจบเห่แน่” “แล้วลูกปัดล่ะ” “ฉันไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษ บางทีฉันอาจจะลดหุ่นโอ่งให้เพรียวแล้วหอบกระเป๋าเสื้อผ้าบินตามเธอไปก็ได้ แอร์โฮสเตสเงินดีจะตาย” “ดีเลยสิ ถ้าเราอยู่ด้วยกันต้องดีมากแน่ๆ” “ฉันก็คิดแบบนั้น” เรานั่งคุยสัพเพเหระกันต่อจนกระทั่งถึงเวลาเข้าเรียน พอถึงเวลาเลิกเรียนก็ไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตข้างมหาวิทยาลัยด้วยกัน ใช้เวลาอยู่นานเป็นชั่วโมงก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน เวลา 15.00 น. ทันทีที่เดินผ่านประตูรั้วเข้ามาก็รับรู้ถึงบรรยากาศเงียบสงัดชวนวังเวงพิกล ราวกับฉันเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ ชักจะไม่ชอบมาพากลซะแล้วสิ “ตอนนี้ยังมีอะไรน่ากลัวมากกว่าคนพวกนั้นอีกเหรอลีอาห์” พึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปเก็บของที่บ้านหลังเล็กแล้วเดินย้อนกลับมาที่บ้านหลังใหญ่ หอบตะกร้าเก็บเสื้อผ้าที่ตากเอาไว้เมื่อเช้าไปรีด ทว่า.... “เกิดอะไรขึ้น” ตั้งใจจะมาแอบดื่มน้ำเย็นในครัวสักหน่อย กลับพบว่าภายในบ้านไม่มีเฟอร์นิเจอร์เหลืออยู่เลย ซึ่งเหตุผลเดียวที่พอจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ “คุณอาเหมันต์ขายเฟอร์นิเจอร์พวกนี้สินะ” คิดได้ดังนั้นจึงรีบวิ่งขึ้นบันไดเพื่อสำรวจชั้นบนทีละห้อง ของใช้ราคาแพงถูกนำไปด้วยทั้งหมด ฉันเดาจากสภาพห้องเละเทะคาดว่าคนพวกนั้นคงจะรีบร้อนกันมาก คล้ายกำลังหนีบางอย่างอันมีชื่อเรียกว่า ‘เจ้าหนี้’ นอกระบบจากบ่อนเถื่อนและคาสิโนต่างประเทศ “พระเจ้ากำลังลงโทษคนเลวอยู่สินะ” วินาทีนั้นเหมือนมองเห็นแสงสว่าง ณ ปลายอุโมงค์ หัวใจฉันชุ่มฉ่ำราวกับได้รับน้ำจากฝน ฉันอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มกว้างมอบให้แก่การเป็นไทของตัวเองในวันนี้ สักพักหนึ่งฉันเดินลงมาข้างล่าง ตั้งใจจะโทรขอความช่วยเหลือจากลูกปัด เพราะที่บ้านเธอมีรถกระบะคันหนึ่ง คงพอจะมาช่วยข้นของให้ฉันได้ในวันนี้หรืออาจจะพรุ่งนี้ตอนเช้า และหลังจากนั้น... “เอ๋? หลังจากนั้นเราจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ บ้าจริง! ทำไมถึงไม่คิดถึงเรื่องที่ซุกหัวนอนก่อนล่ะยัยลีอาห์บ้า นั่นคือเรื่องสำคัญอันดับแรกเลยนะ” ฉันตำหนิตัวเองพลางดีดหน้าผากเรียกสติ และทันใดนั้นเอง ฉันเบรกตัวเองกะทันหันเมื่อมีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินเข้ามายืนออกันอยู่ในห้องโถงรับแขก ‘ซวยแล้ว!’ นั่นคือเสียงตะโกนจากข้างในใจ อย่างไรก็ตาม ฉันยังทำใจดีสู้เสือเพราะคิดว่าตัวเองไม่มีความเกี่ยวข้องกับหนี้สินของคุณอาเหมันต์ “พวกคุณคือ...?” “รอมาสเตอร์สักครู่นะครับ” ไม่รอได้ไหม? ขอไปเลยตอนนี้ได้หรือเปล่า? ฉันอยากถามคำถามเหล่านั้นกับเขาแต่ท่าทางนิ่งขรึมของชายฉกรรจ์แต่ละคนมันช่างน่าพรั่นพรึงจนลิ้นแข็ง ไม่กี่อึดใจต่อมา เจ้านายของชายฉกรรจ์เหล่านั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้น ถึงแม้หน้าตาของเขาจะหล่อเหลาอย่างหาตัวจับได้ยากมากแค่ไหน ฉันกลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับเสน่ห์เบื้องหน้าที่สยบผู้หญิงมานักต่อนัก ในทางตรงกันข้ามฉันกลับอยากหนีไปให้ไกล เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตอันน่ายำเกรงและนัยน์ตาสีดำอันเย่อหยิ่งที่เหมือนกำลังคุกคามฉันด้วยการดูแคลนคนที่อยู่ต่ำสุดในห่วงโซ่อาหาร “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งคุณหนูลีอาห์ ฉัน... ‘ดาวิชญ์ เมอดิสัน’ หรือ ‘ธีโอดอร์ เกรย์ ซิลเวสเตอร์’ ผู้ที่จะมาเป็นเจ้าหนี้ของเธอนับตั้งแต่วินาทีนี้จวบจนวันที่เธอจะชดใช้หนี้ฉันหมดในแบบที่ฉันต้องการ” อ....อะไร? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD