Chapter2
ก่อนที่คุณอาเหมันต์จะเข้ามาทำลายทุกอย่างให้พัง ความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อของเขาและคุณพ่อของฉันคือ ‘เพื่อนสนิท’ ขณะที่ความสัมพันธ์ของเราสองคนคือ ‘คู่หมั้น’ ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว
เท่าที่ฉันจำได้ คุณอาแอรอนถูกคุณอาเหมันต์กลั่นแกล้งทางธุรกิจ ไม่กี่ปีต่อมา คุณอาแอรอนกลายเป็นบุคคลล้มละลายที่มีหนี้สินติดตัว ชีวิตสุขสบายเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ย่ำแย่อย่างไร้ที่พึ่งพาจนพาลูกชายคนเดียวบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากคุณอาเหมันต์
ทว่าปีศาจตนนี้ไม่ได้ใจดีนักเมื่อทุกอย่างดำเนินไปตามแผนการร้าย
ทั้งๆ ที่คุณพ่อกำชับเอาไว้ในพินัยกรรมแล้วแท้ๆ ว่าห้ามทอดทิ้งเพื่อนสนิทของท่านคนนี้เด็ดขาด แต่ก็อย่างว่าละนะ ขนาดลูกสาวที่ฝากฝังเอาไว้เป็นอย่างดียังทำร้ายได้ขนาดนี้แล้วนับประสาอะไรกับเพื่อนสนิทของคุณพ่อ
คุณอาเหมันต์ดูถูกดูแคลนด้วยคำพูดต่ำช้า บอกว่าคุณอาแอรอนทำให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเราเสียหาย เปรียบเทียบกับเนื้อร้ายอันตรายที่ต้องรีบตัดทิ้งก่อนมันจะลุกลามไปทำลายส่วนสำคัญต่างๆ
วินาทีนั้นคงเป็นวินาทีที่โลกของสองพ่อลูกแตกสลาย
ชั่วขณะหนึ่งฉันมองเห็นเปลวเพลิงแห่งความแค้นลุกโชนอยู่ในดวงตาของคนตรงหน้า บอกให้ฉันรู้ว่าต่อให้เวลาจะผ่านไปกี่สิบปี เขายังคงจดจำเหตุการณ์เลวร้ายในวันนั้นได้ขึ้นใจ
และตอนนี้คือ...
ช่วงเวลาแห่งการทวงคืนความแค้นในอดีต
ในตอนนั้นเองทั่วสรรพางค์พลันเกิดอาการหนาวสั่นจนขนลุกซู่ เบื้องหน้าที่เห็นไม่ใช่ ดาวิชญ์ เมอดิสัน เด็กชายอ่อนโยนและใจดีคนเดิมหากแต่เป็น ธีโอดอร์ เกรย์ ซิลเวสเตอร์ วายร้ายแสนอันตรายที่มีเป้าหมายจะขย้ำฉันให้แหลกลาญอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา
ไม่ได้การละ
ฉันต้องรีบชี้แจ้งว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนี้ก้อนนี้ ถึงแม้ฉันจะเป็นหลานสาวแต่ทุกวันนี้ยังต้องทำงานแลกเงินและที่ซุกหัวนอนอยู่เลย
“คุณอาเหมันต์พาครอบครัวหนีไปแล้วค่ะ ดังนั้นคุณคงต้องไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อตามหาลูกหนี้ของคุณ เพราะฉันไม่สามารถชดใช้หนี้ที่ฉันไม่ได้ก่อให้คุณได้”
“ถ้าไม่ใช่เพราะในสัญญามีชื่อของเธอระบุไว้ฉันคงไม่มายืนพ่นน้ำลายให้สูญเปล่าอยู่ตรงนี้หรอก อีกอย่างนะ ฉันมีคลิปวิดีโอที่หมอนั่นสั่งเสียเอาไว้ให้ผู้ที่จะต้องชดใช้หนี้แทนในกรณีที่มันไม่มีปัญญาหรือตายจากโลกนี้ไปแล้ว”
“...” จุกจนพูดไม่ออก
“เธอสามารถไปแจ้งความได้นะหากคิดว่ามันไม่ยุติธรรม” เขาแสยะยิ้มมุมปากอย่างมาดร้ายก่อนจะกล่าวเสริมว่า “แต่ถ้าเธอมีสมองก็ลองใคร่ครวญดูสักนิดว่าเธอจะเอาปัญญาที่ไหนมาสู้กับคนแบบฉัน”
“...” ฟ้าไม่มีตาและไม่มีพระเจ้าอยู่บนโลกใบนี้
วินาทีนั้นฉันรู้สึกหมดสัทธากับทุกสิ่งอย่าง เหนื่อยหน่ายกับภาระอันหนักอึ้งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ ทั่วเนื้อตัวพลันไร้เรี่ยวแรงจนยืนต่อไม่ไหว ในใจฉันได้แต่ร้องตะโกนถาม ‘ทำไม!?’ หลายครั้งต่อหลายครั้งขณะล้มทรุดอยู่กับพื้น
แหมะ!
อดสูและอัดอั้นตันใจจนไม่รู้จะแสดงออกมายังไง น้ำตาหยดแรกจากหลายปีหยดกระทบพื้น ก่อนที่เหลือจะทะลักทลายราวกับสายน้ำพร้อมแรงสะอื้น
“ไงคุณหนู”
“ฮือๆ ~”
“ชีวิตตกต่ำถึงขั้นนั่งเชิดหน้าทำคอแข็งเหมือนเดิมไม่เป็นแล้วหรือไง หึ!ดวงตาที่กำลังหลั่งน้ำตาอยู่นี้มันอะไร อย่าบอกนะ เธอกำลังคิดที่จะใช้ความอ่อนแอจอมปลอมเพื่อเรียกคะแนนสงสารจากฉันน่ะ”
“ฮือๆ ~ ฮือๆ ~”
“น่าสมเพชชะมัด ฉันคนนี้กับฉันในอดีตไม่เหมือนกันหรอกนะ”
ฉันยกฝ่ามือทั้งสองขึ้นมาปิดบังใบหน้า ไม่ใช่เพราะต้องการเชยชมความงดงามแต่ไม่อยากให้เขามองเห็นความอ่อนแออันน่าสมเพช ทว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิดเดียว
“มาสเตอร์”
“ธุระของฉันยังไม่หมด” ร่างสูงย่อกายลงนั่งบนส้นเท้าและจับมือฉันออกจากใบหน้าพลางเชยคางเรียวจนใบหน้านองน้ำตาเงยขึ้น “อาของเธอติดหนี้ฉันร้อยล้านไม่ร่วมดอกเบี้ย ในสัญญาระบุว่าถ้าเธอชดใช้ด้วยเงินไม่ได้ก็ต้องเอาร่างกายของเธอมาชดใช้แทน”
“ฮะ...ฮึก!”
“สงสัยหมอนั่นคงเห็นว่าตัวเองมีหลานสาวหน้าตาสวยเลยคิดจะเอามาใช้เป็นเหยื่อล่อตกปลาในบ่อทอง แต่อย่าใฝ่สูงนักล่ะ ต่อให้เธอมานอนแหกแข้งแหกขาให้ฉันเอาก็เป็นได้แค่ ‘เมียของเล่น’ เท่านั้น”
คางเรียวถูกบีบจนกระดูกแทบหัก แต่ความเจ็บปวดจากคำพูดของเขาเสียดแทงลึกเข้าไปยังส่วนลึกในก้นบึ้งหัวใจ เจ็บจนอยากกรีดร้องแต่กรีดร้องไม่ออก
สักพักหนึ่งเขาสะบัดมือออกจนหน้าฉันหันและเซล้มอีกครั้ง
ร่างสูงสง่ายืนขึ้น
“จนกว่าจะชดใช้หนี้ฉันหมดอย่าคิดว่าจะหนีฉันได้ คืนนี้เธอจงเก็บของและเตรียมตัวซะ บ้านหลังนี้กำลังจะถูกธนาคารยึดและเธอต้องไปอยู่กับฉัน”
พูดธุระจบแล้วเขาก็เดินจากไป
ฉันนั่งอยู่ที่เดิมและเอาแต่ร้องไห้ ผิดหวัง เสียใจ ท้อแท้ ทุกอย่างมันกำลังจะไปได้ดีแท้ๆ แต่กลับต้องมาพังทลายลงเพียงชั่วพริบตา ฉันคิดไม่ตก มืดแปดด้านอย่างไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับปัญหานี้ยังไง
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ฉันยันกายที่มีอาการเหน็บชาบริเวณขาลุกขึ้นยืนและเดินกะเผลกๆ กลับไปยังบ้านหลังเล็กอันเป็นพื้นที่เซฟโซนของฉัน ณ ตอนนี้
อย่างไรก็ตาม ไม่มีที่ไหนปลอดภัยเมื่อฉันรู้ว่าเขาทิ้งคนเอาไว้ที่นี่เป็นสิบเพื่อจับตาดูฉันตลอดยี่สิบชั่วโมง ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้ฉันไม่เป็นอันกินอันนอนทั้งคืนจนเช้า
ธีโอดอร์ เกรย์ ซิลเวสเตอร์
ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสีหน้าไม่สบอารมณ์รุนแรงเมื่อฉันยังไม่เตรียมตัว อีกทั้งยังไม่แม้แต่จะอาบน้ำอาบท่า เมื่อวานอยู่ในสภาพแบบไหนเช้าวันนี้ก็ยังอยู่ในสบายแบบนั้นพร้อมด้วยใบหน้าซีดโทรม
“เธอจะเอาแบบนี้ใช่ไหม”
“ฉัน....แค่กๆ” เหมือนฉันจะป่วยซะแล้วละ ไอไม่หยุดเลย “แค่กๆ ฉันขอเวลา 2 - 3 ชั่วโมง”
“เธอคิดว่ากำลังขอใคร”
“แค่กๆ”
“บัดซบ!!” สบถลั่นอย่างหัวเสีย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนสบถใส่ ฉันคุ้นชินกับสถานการณ์แบบนี้จนเฉยชา จึงมองเขานิ่งๆ แตกต่างจากเมื่อวานที่ดูมีอารมณ์อ่อนไหวมากกว่าปกติ เพียงแค่แตะนิดเดียวก็พร้อมร่วงหล่นสู่พื้นดินเหมือนใบไม้แห้ง
ฉันมองเขาแน่นิ่งด้วยแววตาว่างเปล่ากระทั่งเขายอมตอบตกลง
“2 ชั่วโมง ฉันเป็นคนมีความอดทนต่ำอย่าทำให้ฉันหมดความอดทนถ้าไม่อยากเจอพฤติกรรมเลวทราม”
หมุนตัวเดินกลับเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวและเก็บของ