Chapter3
ลีอาห์ได้รับคำสั่งให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกับเกรย์โดยอาศัยห้องใต้บันไดเป็นที่ซุกหัวนอน อย่างไรก็ตาม ลีอาห์ไม่หลงระเริงความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างสุขสบายเมื่อบ้านหลังนี้เปรียบเสมือนดงเสือดงตะเข้ ความปลอดภัยสำหรับเธออยู่ในระดับต่ำสุด ดังนั้นไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไรจะต้องระมัดระวังตัวมากเป็นพิเศษ
เพราะใครเล่าจะรู้....
ภายใต้ความเงียบสงบ ณ ขณะนี้ สัตว์ดุร้ายที่กำลังจับจ้องเธออยู่ทุกฝีก้าวมันจะเปิดเผยตัวตนอันดิบเถื่อนแล้วกระโจนตะครุบร่างเธอไปขย้ำเมื่อไร
“ว้ายยย!!” คนรับใช้ร้องหวีดว้ายหลังจากที่เธอใช้เท้าเตะถังน้ำสำหรับถูพื้นคว่ำ ท่าทางดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเสแสร้งแกล้งทำ
ลีอาห์หันกลับมามองดูนิ่งๆ พลางคิดในใจ ‘เริ่มแล้วสินะ’ ตัวก่อกวนรายแรกที่เธอเตรียมตัวเตรียมใจว่าจะต้องได้เผชิญหน้าสักวันหนึ่ง
“ขอโทษนะเมื่อกี้ฉันมองไม่เห็น”
“ค่ะ”
“งั้นเดียวฉันช่วยนะ”
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไรดีกว่าเพราะมันคือหน้าที่ของฉันคนเดียว”
“ถึงยังไงฉันก็ผิด”
“...” ไม่มีการตอบกลับ
ลีอาห์ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองต่ออย่างขะมักเขม้น แม้มีคนยืนขวางทางอยู่ทนโท่ก็ปฏิบัติเหมือนธาตุอากาศไร้ตัวตน ไม่แม้แต่จะแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาทั้งสิ้น ทำเอาคนที่ตั้งใจมาก่อกวนถึงกับไปต่อไม่เป็น ครั้นพอจะสวมบทนางมารร้ายรังแกนางเอกอีกครั้งก็เกิดความรู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมาจนต้องเป็นฝ่ายยอมล่าถอย
เย็นวันศุกร์ในสัปดาห์ต่อมา
“ลีอาห์เป็นยังไงบ้าง”
“เธอดูเป็นงานมากกว่าที่คิดค่ะ จะว่าไปแล้ว ถ้าหากตัดเรื่องรูปร่างหน้าตาออกก็เหมือนลูกชาวบ้านธรรมดาที่ดูมีความสู้ชีวิตมาก ดิฉันลองสำรวจข้าวของเครื่องใช้ที่เธอนำติดตัวมา ไม่มีของใช้ราคาแพงสักชิ้นเดียว”
“อืม”
อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าทั้งหมดเป็นแค่การแสดง เหมันต์โง่ก็จริงแต่ก็มีความเจ้าเล่ห์แบบคนโง่ที่คิดมักจะคิดอะไรตื้นๆ อย่างเช่น ฝึกหลานสาวให้เชื่องแล้วส่งมาโปรยเสน่ห์เขาเพื่อหวังเอาผลประโยชน์ในอนาคต
เกรย์มองในแง่ร้ายอย่างคนมีอคติ
และเนื่องจากเกรย์เพิ่งมีบทบาทในตำแหน่งทายาทผู้สืบทอดของตระกูลซิลเวสเตอร์แบบเต็มตัว ช่วงเวลาที่เขาจับตาเฝ้ามองศัตรูจึงน้อยนิดเกินกว่าจะทราบได้ว่าลีอาห์ถูกเหมันต์เลี้ยงดูให้เติบโตมาด้วยวิธีไหน
“มาสเตอร์ต้องการสั่งอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ”
“คืนนี้ให้ลีอาห์เตรียมตัว เอาชุดนี้ไปให้เธอใส่”
“ได้ค่ะ”
อิงกริดหรือแม่บ้านผู้ดูแลเหล่าคนงานภายในบ้านรับคำสั่ง ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับถุงเสื้อผ้าแบรนด์หรูโดยมีเป้าหมายที่ห้องใต้บันได
ก๊อกๆ!!
“ลีอาห์อยู่หรือเปล่า”
รอไม่กี่อึดใจประตูห้องก็เปิดพร้อมกับเสียงขานรับสั้นๆ “ค่ะ”
“นี่ของเธอ” อิงกริดส่งถุงใบใหญ่ให้ลีอาห์รับเอาไว้ “คืนนี้มาสเตอร์มีธุระข้างนอกและเธอต้องติดตามไปด้วย”
“ได้ค่ะ”
“เธอแต่งหน้าเป็นใช่ไหม”
“พอได้ค่ะ”
“ต้องการให้ฉันช่วยหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“โอเค ถ้าเธอไม่ต้องการให้ฉันช่วยก็อย่าทำให้มาสเตอร์หงุดหงิดหรือขายหน้าล่ะ ฉันขอเตือนเธอเอาไว้ก่อนด้วยความปรารถนาดี”
“ฉันจะจำเอาไว้ค่ะคุณแม่บ้าน”
หญิงสาวปิดประตูก่อนจะสำรวจของข้างในถุงใบใหญ่ที่มีกล่องเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับแยกกันเป็นสัดเป็นส่วน จากนั้นก็นำของที่อยู่ในกล่องออกมากางผึ่งบนเตียงและยืนเท้าสะเอวมองด้วยความหนักใจ
“ชุดเซ็กซี่จัง”
ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องใส่และต้องแต่งหน้าให้เซ็กซี่เข้ากับชุดอย่างเสียมิได้
เวลา 21.30 น. เกรย์และลีอาห์เดินทางถึง Cosmo Club สถานบันเทิงชื่อดังแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในนัดหมาย หน้าที่ของเธอคือเดินตามเขาต้อยๆ ต่อให้มีความสงสัยว่าเขามาทำอะไรกับใครที่นี่ก็ไม่มีสิทธิ์เอ่ยปากถาม
“จิ๊!” มีเสียงดังจากชายหนุ่มซึ่งเดินนำหน้า
ดูเหมือนเขากำลังรู้สึกไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง กระทั่งสองเท้าหยุดเดินก่อนร่างสูงสง่าจะหมุนตัวหันหลังกลับ หญิงสาวเห็นแบบนั้นจึงทำแบบเดียวกับชายหนุ่มจนเขาสบถคำหยาบคาย
“เชี้ยเอ๊ย!”
“?” เป็นอะไรของเขาขึ้นมาอีกนะ
“ขาไม่ได้สั้นทำไมเดินช้านักวะ!?” เป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการคำตอบ พริบตานั้นมือหนาเอื้อมมาคว้าแขนเรียวและกระชากดึงเข้าไปใกล้ๆ “ผอมบางยังกับไม้เสียบผี หัดกินของดีมีประโยชน์ซะบ้างนะ จะได้มีเรี่ยวมีแรงใช้หนี้ให้ฉัน”
“?” จนถึงตอนนี้ก็ยังคงไม่เข้าใจการกระทำของเขาอยู่ดี
และยิ่งไม่เข้าใจมากกว่าเดิมเมื่อเกรย์โอบเอวเธอแล้วพาเดินไปพร้อมกัน
“สวัสดีครับ ท่านรอมิสเตอร์เกรย์อยู่ทางด้านนี้”
“อืม”
ยิ่งเดินลึกเข้าไปบรรยากาศยิ่งพิศวง ชายหนุ่มยิ้มมุมปากพลางชำเลืองมองคนข้างกาย แต่กลับต้องผิดหวังเมื่อหญิงสาวไม่แสดงท่าทีหวาดกลัวเหมือนลูกนกตัวน้อยแบบที่เขาต้องการออกมาให้เห็น
โคตรไม่สบอารมณ์เลยว่ะ เชี้ยเอ๊ย!
ในเวลาต่อมา เกรย์เผชิญหน้าอยู่กับคู่ค้าทางธุรกิจนามว่า ‘อาคม’ โดยข้างกายมีหญิงสาวพราวเสน่ห์นั่งขนาบข้างกายไม่ห่าง
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลและปืนกระบอกนี้นะ”
“ผมจัดการให้ท่านได้ทุกอย่างขอแค่เงินสมน้ำสมเนื้อ ท่านรู้ดีนี่”
“หึๆ” อาคมหัวเราะพลางเอ่ยแซว “ไม่ว่าจะเจอกันกี่ครั้ง คุณก็ยังคงเป็นคนไร้อารมณ์ขันได้เสมอต้นเสมอปลายเสมอเลยนะ”
“ชีวิตผมมีแต่เรื่องให้ต้องเอาจริงเอาจังตั้งแต่เด็ก”
“ฉันพอจะเข้าใจ” อาคมวางปืนในมือลงก่อนจะเลื่อนสายตามายังหญิงสาวพราวเสน่ห์ที่ยังไม่ได้ถูกแนะนำตัว “ว่าแต่เธอคนนี้คือ...?”
“ของเล่นชิ้นใหม่”
“น่าเสียดายแทนนางฟ้าของฉันที่อดบริการเอาใจคุณ เพราะดูเหมือนว่าคุณจะให้ความสนใจของเล่นชิ้นใหม่นี้เป็นพิเศษ”
“เธอเหมือนกับของเล่นชิ้นอื่น ไม่มีค่าอะไรขนาดนั้น”
อาคมเป็นหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบห้าปี ผ่านร้อนผ่านหนาวกับประสบการณ์ความรักมาโชกโชน แม้ต่างฝ่ายต่างนิ่งเฉยต่อกันจนไม่มีพิรุธ ทว่าลางสังหรณ์มันบอกว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่มีเงื่อนงำ
การต้อนคนแบบเกรย์ให้จนมุมได้คือความสนุกอย่างหนึ่ง
อย่าเอาชนะเจ้าเด็กคนนี้สักครั้งชะมัด
คิดได้ดังนั้นจึงเอ่ยลองดี.... “งั้นฉันขอเธอบนเตียงของฉันคืนนี้ได้หรือเปล่า”
ลีอาห์รู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งขณะหัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก ระหว่างนั้นก็ลุ้นเอาคำตอบจากเขาด้วยความหวัง พลางภาวนาขอให้เกรย์อย่าได้ซ้ำเติมชีวิตที่แย่อย่างบัดซบของเธออีกเลย
ทว่า...
เปลวเพลิงแห่งความแค้นมันได้แผดเผาความเป็นมนุษย์ของเกรย์จนมอดไหม้ไปหมดแล้ว เกรย์เหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนตอบด้วยน้ำเสียงไร้ซึ่งความแยแส
“ได้สิ ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วถ้าหากเจ้าตัวยินยอม”
“ฉันไม่ชอบบังคับขืนใจผู้หญิงซะด้วยสิ” อาคมโลมเลียเรือนร่างเย้ายวนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “หนูล่ะ ยินยอมจะขึ้นเตียงกับฉันหรือเปล่า ฉันเป็นคนใจใหญ่มากนะ หนูอยากได้บ้าน รถหรู กระเป๋าแบรนด์เนม หรือเงินสดฉันก็สามารถให้หนูได้ทุกอย่าง”
ความเงียบคืบคลานเข้ามาทีละเล็กทีละน้อยจนบรรยากาศเริ่มกดดัน
ใบหน้างดงามก้มลงมองมือตัวเองที่กุมประสานกันแน่นบนตัก ‘ฉันกลัว’ รู้สึกกลัวมากจนอยากวิ่งหนีไปให้ไกล แต่เมื่อทำแบบนั้นไม่ได้ก็ต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์เลวร้ายนี้อย่างมีชั้นเชิง
“ได้ค่ะ แต่ฉันเป็นหนี้มาสเตอร์ร้อยล้านไม่รวมดอกเบี้ย ขอเพียงแค่ปลดหนี้ก้อนโตนี้ได้เร็วๆ คืนนี้ฉันก็พร้อมที่จะเป็นผู้หญิงของท่าน”