ไอยราก้าวเข้าสู่ เพนต์เฮาส์สุดหรู ที่เธอใช้เป็นที่พักใจยามร้าวฉาน สายตาเธอปะทะกับโซฟาตัวยาว...มุมโปรดที่ครั้งหนึ่ง เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและคำมั่นสัญญา ที่เขาเคยมอบให้
พลันภาพความทรงจำเมื่อครั้งยังรักกันดี ก็ไหลทะลักเข้ามาในห้วงความคิด
ทำไม จู่ ๆ ทุกอย่างก็ เปลี่ยนไป ได้ง่ายดายขนาดนี้?
แล้วความรู้สึกของเธอล่ะ? หัวใจที่ทุ่มเทให้เขามาตลอดจะเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน!
ถ้าไม่ได้คิดจะจริงจัง...แล้วจะมาสวมแหวนแต่งงานกับเธอทำไม!
ก่อนที่น้ำตาจะไหลลงมามากกว่านี้ มือเรียวสั่นเทาก็กดโทรศัพท์หา อลิส เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่รู้ถึงทุกรอยร้าวในชีวิตคู่ของเธอ
“ยัยไอ! แล้วแกบอกจากบ้านมาแบบนี้ ก็เข้าทางนังเมียน้อยนั่นดิ?” เสียงของอลิสดังลอดสายมาอย่างร้อนรน เต็มไปด้วยความเป็นห่วง แต่ก็แฝงด้วยความขุ่นเคืองแทนเพื่อน
ไอยราปาดน้ำตาก่อนจะนั่งไขว่ห้างบนโซฟาพลางคลี่ยิ้มร้าย
“ฉันก็เปิดโอกาสให้ผัวชั่วได้พลอดรักกันให้เต็มที่ไงล่ะ จะได้มีหลักฐานเอามาฟ้องหย่าเยอะๆ จบ!”
“เออวะ จีเนียส! แล้วเรื่องฟ้องหย่าจริงจังใช่ไหม คราวนี้ไม่กลับไปตายรังแล้วนะ”
“จริงจังดิ!” ไอยราตอบ “ฉันจะฟ้องหย่าเรียกร้องทุกอย่างที่ฉันควรจะได้ โดยเฉพาะหุ้นใหญ่ในบริษัทของเฮียที่ป๋าเคยสนับสนุน ไม่สนใจแล้ว! ให้ธุรกิจเฮียรันเจ๊งยับไปเลย!”
อลิสถอนหายใจ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเห็นด้วย ดวงตาวาวระริก
“ดี! ถ้าไม่ร้ายแล้วจะอยู่ได้ยังไง ในเมื่อมีแต่คนจ้องจะแย่ง! ฉันล่ะ ถูกใจจริง ๆ ที่แกสั่งให้คนเอาขยะไปทิ้งหน้าบ้าน โครตจะเริ่ด”
“แค่เริ่มต้นเท่านั้นแหละ” ไอยรา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปที่ถ่ายจากหน้า ซึ่งเป็นข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกิจของคิรัน
“ธุรกิจที่เขาใช้บารมีของป๋าฉันปูทางให้ขึ้นมา ฉันจะทำลายทิ้งให้หมด ในเมื่ออยู่กันดี ๆ ไม่ได้ ก็ตายไปเลยทั้งผัวทั้งชู้นั่นล่ะ”
อีกด้านหนึ่ง
คิรันขับรถเข้ามาในคฤหาสน์ของตัวเอง ทันทีที่รถหยุดสนิท เขาก็ต้องชะงักกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า บ้านหลังใหญ่ที่เคยโอ่อ่าสง่างาม บัดนี้กลับถูกรุมล้อมด้วยกองขยะ นานาชนิด เศษซากของเสียถูกขนมาทิ้งกองโตอยู่หน้าประตูทางเข้าอย่างน่าขยะแขยง
เขามองไปยังบริเวณสวนหน้าบ้านที่ไอยราเคยทุ่มเงินปลูกจัดอย่างประณีต ตอนนี้มันเหลือเพียงพื้นดินโล่ง ต้นไม้ทุกต้นถูกตัดจนเตียน ไม่เหลือแม้แต่เศษหญ้าสักก้าน!
ไม่จำเป็นต้องสืบหาตัวการ เพราะมีผู้หญิงคนเดียวเท่านั้นที่กล้าทำเรื่องบ้าบอถึงขนาดนี้
“ไอยรา...ตั้งใจจะปั่นประสาทฉันใช่ไหม” เสียงตวาดของคิรันดังก้องไปทั่วคฤหาสน์ที่ตอนนี้เงียบสนิท ไร้ซึ่งเสียงของคนรับใช้
เมื่อเข้ามาในห้องนั่งเล่น ภาพความเสียหายยิ่งชัดเจนขึ้น ร่องรอยการทำลายยังคงอยู่ ทั้งเศษกระจกที่แตกละเอียดและข้าวของที่กระจัดกระจาย
คิรันกำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน แต่ขณะที่กำลังยืนจมอยู่ในอารมณ์กรุ่นโกรธ รสิกา ก็เดินลงมาจากบันไดในชุดเสื้อยืดตัวเดิมของเขา
ใบหน้าหวานใสของเธอมีร่องรอยการร้องไห้ แต่แววตากลับแฝงด้วยความมาดมั่นที่ซ่อนอยู่
“คุณคิรัน...กลับมาแล้วเหรอคะ” รสิกากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “รินขอโทษนะคะที่ต้องมาเห็นบ้านในสภาพแบบนี้ รินพยายามทำความสะอาดแล้ว แต่คุณไอยราดูน่ากลัวมากฉันก็เลยไม่กล้าเข้าไปยุ่ง”
เธอทำท่าทางน่าสงสาร เพื่อให้คิรันเห็นใจ และใช้โอกาสนี้รุกคืบเข้าไปในพื้นที่ของเมียหลวง
“อีกอย่างคุณคิรันคะ...รินเห็นว่าห้องนอนใหญ่...น่าจะมีแต่ความทรงจำที่ทำให้คุณปวดใจ ริน...รินว่ารินจะเข้าไปช่วยทำความสะอาดและย้ายของใช้ที่จำเป็นของรินเข้าไปอยู่ชั่วคราว”
รสิกากำลังตีเนียน แต่คิรันกลับหันมามองเธอด้วยสายตาเย็นชา แววตานั้นว่างเปล่า ไม่ได้มีประกายของความเสน่หาอย่างที่รสิกาคาดหวัง
“เธอหมายความว่ายังไงที่คิดจะย้ายเข้าห้องนั้น?” คิรันถามเสียงต่ำ
“เอ่อ...รินเห็นว่ามันสกปรกมากเลยนะคะ มีเศษกระจกแตกเต็มไปหมด รินคิดว่าคุณไอยราคงไม่กลับมาแล้ว”
คิรันก้าวเข้าไปหารสิกาอย่างช้าๆ ออร่ารอบตัวของเขาไม่ได้แสดงความรักใคร่ แต่กลับแผ่ความเย็นเยือกออกมาจนน่ากลัว
รสิกาหยุดยิ้มทันทีเมื่อความรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“รสิกา...” คิรันเรียกชื่อเธอเสียงต่ำ “เธออยู่พื้นที่ของเธอหรือห้องทำงานของฉันก็ได้ แต่เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนใหญ่!”
รสิกาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“คะ? ทำไมล่ะคะ? คุณไอยราก็...ไม่ได้ต้องการมันแล้วนี่คะ”
คิรันยิ้มเย็น รอยยิ้มที่ทำให้รสิกาเริ่มหวาดหวั่นไม่ต่างจากไอยราเมื่อครู่
“ถึงเธอจะร่านอยากจะขึ้นมาเป็นคุณนายขนาดไหน ก็อย่าคิดจะสะเออะอยากเป็นเจ้าของสิ่งที่ฉันยังไม่ได้อนุญาต!” คิรันพูดจารุนแรงและหยาบคายจนรสิกาหน้าชา
“ห้องนอนใหญ่นั้น...เป็นพื้นที่ที่เมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉันเคยอยู่ ไม่ว่าไอยราจะทำตัวเป็นขยะที่ฉันอยากเฉดหัวทิ้งแค่ไหน! แต่คนที่มีสิทธิ์ทำอะไรไอยราก็มีแค่ฉันเท่านั้น”
“แต่คุณคิรัน...” รสิกาพยายามอ้อนวอน แววตาเริ่มแสดงความเจ็บปวดจริงจัง
“หน้าที่ของเธอคือทำตามที่ฉันสั่ง จนกว่าฉันจะเบื่อ...อย่าพยายามแทนที่ใคร ฉันไม่ชอบ!”
คิรันตอกย้ำด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
“เข้าใจที่ฉันพูดไหม รสิกา!”
รสิกากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ได้แต่พยักหน้ารับด้วยความหวาดกลัว แล้วมองร่างสูงของอีกฝ่ายที่ค่อย ๆ เดินออกไป
เมื่ออีกฝ่ายลับหายตา รสิกาก็กำหมัดแน่น! เธอไม่ได้สนใจคำพูดที่รุนแรงของคิรันเลยแม้แต่น้อย แต่กำลังครุ่นคิดถึงห้องนอนใหญ่ที่คิรันยังคงหวงแหน
ดี! ยัยนั่นออกไปได้ก็ดี! ถึงคิรันจะปากร้ายแค่ไหน แต่ฉันก็มีโอกาสอยู่ข้างๆ เขาแล้ว
รสิกาเหลือบมองไปที่กองขยะและสภาพบ้านที่โล่งเตียน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วกดโทรออกไปยังเบอร์โทรศัพท์หนึ่ง
“พ่อคะ... ทุกอย่างเป็นไปตามแผนค่ะ ผู้หญิงคนนั้นออกจากบ้านแล้ว และตอนนี้คิรันก็เหลือแต่รินคนเดียวค่ะ... เขาเชื่อใจรินแล้ว”
“ทำดีมากลูก” หลังจากวางสายจากผู้เป็นพ่อแล้ว รสิกาก็คลี่ยิ้มร้ายกาจออกมา รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีเค้าโครงของความใสซื่อ
ปกป้องยัยเมียหลวงขี้วีนนั่นอย่างออกหน้าออกตา โง่จริง ๆ เลยนะ! คิดว่าฉันเป็นแค่เด็กข้างถนนที่รอกินเศษอาหารงั้นเหรอ?
คิดผิดแล้วล่ะ!