คิรันยืนอยู่กลางห้องทำงานส่วนตัว ดวงตาคมกริบฉายแวว เกรี้ยวกราด มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของความโมโหที่ปะทุขึ้นในอก
เขามองไปยังแก้วบรั่นดีราคาแพงที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม
“ทำตัวบ้า ๆ ได้ไม่เลิก!” เสียงสบถต่ำในลำคอเต็มไปด้วยความหงุดหงิดที่เกินจะควบคุม
ในที่สุด คิรันก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ก่อนจะพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ด้วยอารมณ์เดือดดาล
KIRUN : ทำแสบนักนะ
I : ฉันทำได้มากกว่านี้อีก หมาบ้าแบบฉันเวลากัดไม่เลือกหน้าก็แบบนี้แหละ เฮีย แล้วคอยดูว่า คนแบบเฮียจะเอาอยู่มั้ย
พอพิมพ์ไปไม่ถึงหนึ่งนาที ข้อความยาวเหยียดก็ส่งกลับมา ศิรันมองโทรศัพท์ก่อนจะพิมพ์ตอบไปเขาถอนหายใจอย่างข่มอารมณ์
KIRUN : ทำตัวเป็นเด็กเรียกร้องความสนใจ
I : เออ เป็นเด็กก็ยังดีกว่าแก่หัวหงอกแบบเฮียก็แล้วกัน ฉันรู้นะที่เฮียไปย้อมผมสีแดงแจ๋น่ะ เพราะกลบผมงอกใช่มั้ยล่ะ แก่ไม่อยู่ส่วนแก่ มีฉันเป็นเมียเด็กหน้าตาดีแบบฉันนี่ประเสริฐแล้วยังไม่สำนึก อยากไปมีเมียน้อย เอาเลยเฮีย หน้าอย่างฉันเนี่ย หาเด็กหนุ่มเอ๊าะ ๆ กว่าเฮียได้เป็นสิบ
ใบหน้าของคิรัน บึ้งตึงจนน่ากลัว โมโหจนควันแทบออกหู เขากำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเอ็นบนหลังมือขึ้นชัด
ริมฝีปากหยักขบเข้าหากันราวกับต้องใช้แรงทั้งหมดในร่างเพื่อไม่ให้ตัวเองระเบิดอารมณ์ใส่ของทุกอย่างที่อยู่ใกล้
ภาพเด็กผู้ชายหน้าใสอายุยี่สิบต้น ๆ มายืนยิ้มใส่เมียของเขา
มองเธอด้วยสายตาลุกวาบแบบที่เขาเอง... ไม่เคยแสดงให้เธอเห็น ทันใดนั้นเลือดลมในกายก็ขึ้นหน้าทันที หัวใจเต้นโครมครามด้วยโทสะที่ปะทุอย่างรวดเร็ว
คิรันเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ ดวงตาคมเข้มวาวโรจน์ราวกับมีไฟสาดขึ้นจากก้นบึ้งของอก
เขาไม่อยากยอมรับเลยว่า...แค่จินตนาการว่า ไอยรา ไปยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น แค่คิดว่า มีไอ้เด็กเมื่อวานซืน ที่ไหนก็ไม่รู้มายืนในที่ที่ควรเป็นของเขาก็รู้สึกอยากฆ่าคนขึ้นมาทันที
กรามคิรันขบแน่นจนเป็นสัน คิ้วคมกดลงต่ำ ลมหายใจหนักจนอกขยายขึ้นลงถี่ ๆ
เขาอยากพุ่งไปกระชาก ไอยรา กลับเข้าบ้าน อยากตะโกนใส่ว่า
“อย่าคิดแม้แต่จะมองผู้ชายคนอื่น!”
แต่สิ่งเดียวที่เขากล้าทำ คือจ้องหน้าจอ เหมือนมันเป็นตัวแทนของเธอ
คิรันสบถออกมาคำหนึ่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับ นิ้วเขากดแรงจนเกือบทำให้กระจกหน้าจอแตก!
KIRUN: เธอกล้าหรอ
แต่ก่อนที่เขาจะพิมพ์จบประโยค ไอยราก็ส่งข้อความมาอีก
I: เนี่ย! พิมพ์ตอบฉันยังไม่ทันเลย! แก่! ฉันไม่อยากคุยกับคนแก่ที่ทำอะไรเชื่องช้าแล้ว ไปโหลดแอปหาคู่ดีกว่า เซง!
คิรันเริ่มเดือดดาลมากขึ้น นิ้วมือหนาจะกดแป้นพิมพ์ว่าหยุดเดี๋ยวนี้แต่สายตาก็พร่ามัวจนกดตัวอักษรผิดพลาดไปหมด
KIRUN: หยุเเีดยี่น...
I: โอ๊ย! เห็นไหม? แก่จนสายตาฝ้าฟาง!
ความโมโหทำให้คิรันตัดสินใจทิ้งโทรศัพท์แล้วคว้าขึ้นมาใหม่เพื่อโทรเข้าเบอร์ไอยราโดยตรง แต่ก็มีเสียงขึ้นเป็นสัญญาณว่าตัดสาย!
นี่ ยัยเด็กนั่นกล้าตัดสายเขาเรอะ!
เขาพยายามกดโทรอีก แต่ก็มีเสียงข้อความเด้งขึ้นหน้าจออย่างรวดเร็ว
I: ไม่รับนะ ฉันไม่คุยกับคนแก่หรอก! แค่นี้แหละนะ เฮีย เตรียมเซ็นใบหย่าด้วย!
คิ้วหนาขมวดขึ้นเป็นปมใหญ่ คิรันจ้องโทรศัพท์แล้วกดโทรไปอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงสัญญาณใดๆ จึงพยายามพิมพ์ข้อความส่งไป
KIRUN: เธอมันก็แค่...
ข้อความนั้นค้างอยู่ในกล่องข้อความ ไม่สามารถส่งออกได้
KIRUN โดนบล็อก
ไอ-ยะ-รา!!!
คิรัน โยนโทรศัพท์มือถือราคาแพงกระแทกเข้ากับผนังห้องจนเกิดเสียงดัง
“ยัยบ้า!!”
เขายืนหอบหายใจด้วยความคับแค้น ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดประตูออกอย่างแรง หยิบเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกดโทรออกหา วินัย ลูกน้องคนสนิทที่ดูแลเรื่องส่วนตัว
“ไอ้นัย! ไปร้านประจำเดี๋ยวนี้!” คิรันตวาดเสียงดัง
“ครับนาย! มีอะไรด่วนหรือเปล่าครับ?” วินัยตอบรับอย่างตกใจกับน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดผิดปกติของเจ้านาย
“ไปซื้อ...ยาย้อมผมสีดำสนิท มา! เอาแบบดำที่สุด! กูจะไม่ย้อมผมสีแดงอีกแล้ว!”
วินัยเงียบไปครู่หนึ่ง เขางุนงงกับคำสั่งนี้อย่างมาก เพราะเจ้านายเพิ่งย้อมสีแดงนี้มาได้ไม่ถึงเดือน และก็ดูภูมิใจในสีผมใหม่นี้มาก
“อ้าว...ทำไมล่ะครับนาย? สีแดงมันดูเท่ดีออกนะครับ นายบอกว่ามันดูหนุ่มขึ้นไม่ใช่เหรอครับ?” วินัยถามด้วยความไม่เข้าใจ
คิรัน ตะคอกกลับมาเสียงดังลั่นจนเส้นเอ็นคอปูดโปน “มึงไม่ต้องเสือก! กูบอกให้ไปซื้อก็ไปซื้อ! แล้วไม่ต้องพูดถึงคำว่าหนุ่มหรือสีแดงอีก!!”
วินัยถึงกับเหงื่อตก ไม่กล้าถามต่อ ได้แต่รับคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“ครับนาย! ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้เลยครับ!”