ตอนที่ 12 เฮียจะไปตายที่ไหนก็ไป

1035 Words
“เปล่า!” ไอยราตอบ “ฉันไม่ทนแล้วโว๊ยยย ไอ้ผัวเฮงซวยมันต้องโดนฉัน” ว่าแล้วไอยราก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่แม้แต่จะเหลือบตามองอลิสที่พยายามจะฉุดรั้ง เธอเดินตรงไปยังโต๊ะ ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เริ่มหันมาสนใจและซุบซิบนินทา รสิกากำลังหัวเราะอย่างอ่อนหวานกับคิรันเมื่อไอยรามาถึง รอยยิ้มนั้นคือฟางเส้นสุดท้าย แน่นอนว่า ไอยราเธอไม่ได้มองรสิกาแม้แต่ปลายหางตา แต่พุ่งตรงไปที่ คิรัน ผู้เป็นสามี ก่อนจะคว้าแขนของเขาที่กำลังวางอยู่บนโต๊ะแล้วออกแรง กระชากลากให้ลุกขึ้นมาทันที! “ไปคุยกัน!” ไอยรากล่าวเสียงเย็น คิรันชะงักด้วยความประหลาดใจ แววตาคมกริบของเขามีความหงุดหงิดระคนไม่พอใจ “คุณไอยรา! คุณทำอะไรคะ!” รสิกาลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าตื่นตระหนก สายตาเริ่มสำรวจผู้คนรอบข้างที่จ้องมองมาอย่างสนใจ ไอยราหันไปมองรสิกาด้วยสายตาที่ เย็นชาจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปเอง “ฉันจะจัดการกับผัวฉัน... เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย หรือเธออยากให้ฉันฟ้องเธอข้อหาทำร้ายร่างกายในที่สาธารณะรสิกา?” ไอยราเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามและอำมหิต “ฉัน..ยังไม่ได้ทำอะไร คุณจะมาฟ้องฉันได้ยังไง..กัน” รสิกาตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าหวานฉายแววหวาดกลัว อี๋ พบคนสตอเบอรี่ ฉันยังไม่ได้ทำไรแม่นี้เลยสักนิด แต่มาบีบน้ำตาหาพระมารดามันเรอะ? ไอยราเหยียดยิ้มร้ายกาจ เธอเดินเข้าประชิดรสิกาอีกครั้งอย่างคุกคามจนแม่นั่นตัวสั่น “ไม่ต้องลงมือทำอะไรหรอกรสิกา... แค่ฉันเห็นหน้าเธอตอนนี้ ฉันก็ถือว่าถูกเธอดูถูกแล้ว!” ไอยราพูดด้วยน้ำเสียงเย็น “แล้วอีกอย่าง... กล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่เมียหลวง? ฉันมีสิทธิ์ฟ้องเธอได้ทุกข้อหาที่ฉันต้องการ! รวมถึงข้อหาบุกรุกและทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย!” รสิกาเงียบไปทันที ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่ยืนตัวสั่น ด้วยความอับอายและตระหนกที่ถูกต้อนจนมุม คิรันรีบกระชากแขนตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของไอยรา ก่อนจะดึงไอยราออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย “เธอทำบ้าอะไรอีก!” คิรันกล่าวขึ้นเมื่อมาถึงมุมทางเดินที่ไร้ผู้คน “ทำไม! กลัวว่านางเอกจอมปลอมจะเสียใจหรือไง!” ไอยราตวาดกลับด้วยความแค้น “เธออยากจะให้คนทั้งโลกเห็นว่าเธอเป็น คนบ้าใช่มั้ย?” “เออ ไอมันบ้าแบบนี้แหละ เพราะงั้นเฮียก็ปล่อยไอไปสักที ไอจะไปมีผัวใหม่ไม่เอาเฮียแล้ว ผู้ชายเหี้ย ๆ แบบนี้ไม่อยากเอา!” “ไอยรา!!” “ทำไม!!” คิรันกำลังโมโหถึงขีดสุดแต่ก็ต้องชะงักทันทีเมื่อดวงตาคมกริบของเขาเหลือบมองไปยังมือของไอยราที่พันด้วยผ้าพันแผลสีขาว เลือดสีแดงสดที่ซึมออกมาจากผ้าพันแผลอย่างชัดเจนความโกรธที่เคยมีพลันมลายหายไปชั่วขณะ คิรันทำท่าจะเอื้อมมือไปจับมือเธอ “มือนั่น...ไปโดนอะไรมา!!” เสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดจนน่าตกใจ ไอยราปัดมือเขาออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรังเกียจ “อย่ามาทำเป็นห่วง!” “เฮียพา ยัยรสิกา มาเย้ยหน้าถึงนี่! แถมเสื้อโค้ทที่ฉันซื้อให้ก็เอาไปให้ยัยนั่นใส่! พาเข้าบ้าน เฮียคิดว่าฉันเป็นอะไรกันแน่!” คำถามนั้นดังก้องอยู่ในหูของคิรัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาอีกครั้ง เขากำหมัดแน่น พยายามจะซ่อนความอ่อนแอที่เผลอแสดงออกมา “เธอทำตัวเองทั้งนั้น ไอยรา! ถ้าเธอไม่อยากทำตัวเป็นนางร้าย ฉันจะทำแบบนี้ทำไม!” ไอยราหัวเราะเยาะ “ดี! ในเมื่อเฮียรักยัยนั่นมาก! ฉันก็จะทำลายทุกอย่างที่เฮียมี! เฮียรู้ดีนะว่าคนอย่างฉันไม่มีทางยอมอะไรง่าย ๆ และฉันจะไม่หยุดด้วย!” ไอยราเงยหน้ามองคิรันด้วยดวงตาที่แดงก่ำ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงสะอื้นที่ถูกกดไว้ในลำคอเผยให้เห็นถึงความเจ็บปวด “เฮีย...รู้ไหม เรื่องเดียวในชีวิตที่ไอเสียใจ...คือการที่ไอมารักเฮีย...เชื่อว่าเฮียจะรักและดูแลไออย่างดี” ไอยรากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ “เฮียเคยบอกไอว่า จะให้ไอเป็นเหมือนเจ้าหญิง! แต่ตอนนี้เป็นเฮียที่ทำร้ายไอ! มันเจ็บ..เจ็บมากนะ! เฮียทำแบบนี้กับไอได้ไง!” คิรันยืนนิ่ง ไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา แต่แววตาคมกริบนั้นกลับซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้จนยากจะอ่านออก ไอยรามองใบหน้าที่ไร้การตอบสนองของเขา ความหวังสุดท้ายที่อยากให้เขาอธิบายหรือขอโทษก็มลายหายไปจนหมดสิ้น เธอเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว “นี่ไอพูดเพื่ออะไรอีก...ฮ่ะ ๆ แม่งโครตจะหลงผิด!” ไอยรากล่าวด้วยเสียงที่เย็นชาจนน่ากลัว “ต่อไปนี้ เฮียจะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามาให้ไอเห็นหน้าอีก” เธอหันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้คิรันยืนนิ่งอยู่คนเดียวในมุมทางเดินที่มืดสลัวนั้น ไม่นานนัก วินัย ลูกน้องคนสนิทของคิรันรีบเข้ามาหาเจ้านายด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสภาพของคิรันที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น “นายครับ..นายจะไม่บอกอะไรคุณไอยราหน่อยหรอครับ?” วินัยถามอย่างระมัดระวัง “ปล่อยให้คุณไอเข้าใจผิดแบบนั้น...ผมว่ามันไม่ดีแน่ครับ” คิรันเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววเย็นชาและดุดันอีกครั้ง “ไม่ต้อง!” คิรันตอบเสียงต่ำ “เรื่องนี้ ยัยนั่นไม่ควรมารับรู้” วินัยมองหน้าเจ้านายอย่างสงสาร แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะเขารู้ดีว่าคิรันกำลังแบกรับความลับอันตรายไว้ทั้งหมด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD