“เปล่า!” ไอยราตอบ “ฉันไม่ทนแล้วโว๊ยยย ไอ้ผัวเฮงซวยมันต้องโดนฉัน”
ว่าแล้วไอยราก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่แม้แต่จะเหลือบตามองอลิสที่พยายามจะฉุดรั้ง
เธอเดินตรงไปยังโต๊ะ ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เริ่มหันมาสนใจและซุบซิบนินทา
รสิกากำลังหัวเราะอย่างอ่อนหวานกับคิรันเมื่อไอยรามาถึง รอยยิ้มนั้นคือฟางเส้นสุดท้าย
แน่นอนว่า ไอยราเธอไม่ได้มองรสิกาแม้แต่ปลายหางตา แต่พุ่งตรงไปที่ คิรัน ผู้เป็นสามี ก่อนจะคว้าแขนของเขาที่กำลังวางอยู่บนโต๊ะแล้วออกแรง กระชากลากให้ลุกขึ้นมาทันที!
“ไปคุยกัน!” ไอยรากล่าวเสียงเย็น
คิรันชะงักด้วยความประหลาดใจ แววตาคมกริบของเขามีความหงุดหงิดระคนไม่พอใจ
“คุณไอยรา! คุณทำอะไรคะ!” รสิกาลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าตื่นตระหนก สายตาเริ่มสำรวจผู้คนรอบข้างที่จ้องมองมาอย่างสนใจ
ไอยราหันไปมองรสิกาด้วยสายตาที่ เย็นชาจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปเอง
“ฉันจะจัดการกับผัวฉัน... เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย หรือเธออยากให้ฉันฟ้องเธอข้อหาทำร้ายร่างกายในที่สาธารณะรสิกา?” ไอยราเน้นเสียงด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามและอำมหิต
“ฉัน..ยังไม่ได้ทำอะไร คุณจะมาฟ้องฉันได้ยังไง..กัน” รสิกาตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ใบหน้าหวานฉายแววหวาดกลัว
อี๋ พบคนสตอเบอรี่ ฉันยังไม่ได้ทำไรแม่นี้เลยสักนิด แต่มาบีบน้ำตาหาพระมารดามันเรอะ?
ไอยราเหยียดยิ้มร้ายกาจ เธอเดินเข้าประชิดรสิกาอีกครั้งอย่างคุกคามจนแม่นั่นตัวสั่น
“ไม่ต้องลงมือทำอะไรหรอกรสิกา... แค่ฉันเห็นหน้าเธอตอนนี้ ฉันก็ถือว่าถูกเธอดูถูกแล้ว!” ไอยราพูดด้วยน้ำเสียงเย็น
“แล้วอีกอย่าง... กล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่เมียหลวง? ฉันมีสิทธิ์ฟ้องเธอได้ทุกข้อหาที่ฉันต้องการ! รวมถึงข้อหาบุกรุกและทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย!”
รสิกาเงียบไปทันที ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่ยืนตัวสั่น ด้วยความอับอายและตระหนกที่ถูกต้อนจนมุม
คิรันรีบกระชากแขนตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของไอยรา
ก่อนจะดึงไอยราออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
“เธอทำบ้าอะไรอีก!” คิรันกล่าวขึ้นเมื่อมาถึงมุมทางเดินที่ไร้ผู้คน
“ทำไม! กลัวว่านางเอกจอมปลอมจะเสียใจหรือไง!” ไอยราตวาดกลับด้วยความแค้น
“เธออยากจะให้คนทั้งโลกเห็นว่าเธอเป็น คนบ้าใช่มั้ย?”
“เออ ไอมันบ้าแบบนี้แหละ เพราะงั้นเฮียก็ปล่อยไอไปสักที ไอจะไปมีผัวใหม่ไม่เอาเฮียแล้ว ผู้ชายเหี้ย ๆ แบบนี้ไม่อยากเอา!”
“ไอยรา!!”
“ทำไม!!”
คิรันกำลังโมโหถึงขีดสุดแต่ก็ต้องชะงักทันทีเมื่อดวงตาคมกริบของเขาเหลือบมองไปยังมือของไอยราที่พันด้วยผ้าพันแผลสีขาว
เลือดสีแดงสดที่ซึมออกมาจากผ้าพันแผลอย่างชัดเจนความโกรธที่เคยมีพลันมลายหายไปชั่วขณะ คิรันทำท่าจะเอื้อมมือไปจับมือเธอ
“มือนั่น...ไปโดนอะไรมา!!” เสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดจนน่าตกใจ
ไอยราปัดมือเขาออกอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความรังเกียจ
“อย่ามาทำเป็นห่วง!”
“เฮียพา ยัยรสิกา มาเย้ยหน้าถึงนี่! แถมเสื้อโค้ทที่ฉันซื้อให้ก็เอาไปให้ยัยนั่นใส่! พาเข้าบ้าน เฮียคิดว่าฉันเป็นอะไรกันแน่!”
คำถามนั้นดังก้องอยู่ในหูของคิรัน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาอีกครั้ง
เขากำหมัดแน่น พยายามจะซ่อนความอ่อนแอที่เผลอแสดงออกมา
“เธอทำตัวเองทั้งนั้น ไอยรา! ถ้าเธอไม่อยากทำตัวเป็นนางร้าย ฉันจะทำแบบนี้ทำไม!”
ไอยราหัวเราะเยาะ “ดี! ในเมื่อเฮียรักยัยนั่นมาก! ฉันก็จะทำลายทุกอย่างที่เฮียมี! เฮียรู้ดีนะว่าคนอย่างฉันไม่มีทางยอมอะไรง่าย ๆ และฉันจะไม่หยุดด้วย!”
ไอยราเงยหน้ามองคิรันด้วยดวงตาที่แดงก่ำ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงสะอื้นที่ถูกกดไว้ในลำคอเผยให้เห็นถึงความเจ็บปวด
“เฮีย...รู้ไหม เรื่องเดียวในชีวิตที่ไอเสียใจ...คือการที่ไอมารักเฮีย...เชื่อว่าเฮียจะรักและดูแลไออย่างดี”
ไอยรากล่าวด้วยเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ “เฮียเคยบอกไอว่า จะให้ไอเป็นเหมือนเจ้าหญิง! แต่ตอนนี้เป็นเฮียที่ทำร้ายไอ! มันเจ็บ..เจ็บมากนะ! เฮียทำแบบนี้กับไอได้ไง!”
คิรันยืนนิ่ง ไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา แต่แววตาคมกริบนั้นกลับซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้จนยากจะอ่านออก
ไอยรามองใบหน้าที่ไร้การตอบสนองของเขา ความหวังสุดท้ายที่อยากให้เขาอธิบายหรือขอโทษก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
เธอเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว
“นี่ไอพูดเพื่ออะไรอีก...ฮ่ะ ๆ แม่งโครตจะหลงผิด!” ไอยรากล่าวด้วยเสียงที่เย็นชาจนน่ากลัว “ต่อไปนี้ เฮียจะไปตายที่ไหนก็ไป อย่ามาให้ไอเห็นหน้าอีก”
เธอหันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้คิรันยืนนิ่งอยู่คนเดียวในมุมทางเดินที่มืดสลัวนั้น
ไม่นานนัก วินัย ลูกน้องคนสนิทของคิรันรีบเข้ามาหาเจ้านายด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นสภาพของคิรันที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น
“นายครับ..นายจะไม่บอกอะไรคุณไอยราหน่อยหรอครับ?” วินัยถามอย่างระมัดระวัง
“ปล่อยให้คุณไอเข้าใจผิดแบบนั้น...ผมว่ามันไม่ดีแน่ครับ”
คิรันเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาฉายแววเย็นชาและดุดันอีกครั้ง
“ไม่ต้อง!” คิรันตอบเสียงต่ำ “เรื่องนี้ ยัยนั่นไม่ควรมารับรู้”
วินัยมองหน้าเจ้านายอย่างสงสาร แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เพราะเขารู้ดีว่าคิรันกำลังแบกรับความลับอันตรายไว้ทั้งหมด