เสียงถอนหายใจหนักหน่วงของคิรันดังขึ้นในห้องทำงานส่วนตัว
เขาเดินไปหยิบแก้วบรั่นดีราคาแพง แต่แทนที่จะดื่ม เขากลับวางมันลงบนโต๊ะอย่างแรง
“นายครับ… คุณไอยราดูโกรธมาก” วินัยเริ่มเปิดประเด็นด้วยความระมัดระวัง “นายลองคุยกับคุณแด้วยคำพูดที่เบา ๆ กว่านี้มั้ยครับหรือเราจะบอกคุณไอไปเลย”
คิรันหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น
“กูเคยพยายามบอกแล้ว” เขานั่งลงบนเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง ยกมือขึ้นกุมขมับ
“แต่มึก็รู้ว่าเมียกูดื้อแค่ไหน สุดท้ายก็คงขอเข้ามาเสี่ยงด้วยอีก” คิรันสารภาพเสียงแผ่ว เขาเงยหน้ามองวินัย ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “หรือกูจะเปลี่ยนแผนดีว่ะ?”
“มึงจำได้มั้ยว่า ไอเคยเกิดอุบัติเหตุเมื่อหลายเดือนก่อน”
วินัยพยักหน้า สีหน้าเคร่งเครียด “ผมจำได้ครับนาย... คุณไอยราเกือบถูกรถชน”
คิรันกำมือแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน
“ใช่! วันนั้นกูเกือบเสียไอไป ทั้งที่กูให้คนคุมกันไว้หนาแน่น แต่ก็ยังมีช่องโหว่ให้คนของพวกมันแทรกเข้ามาได้ ความผิดพลาดครั้งนั้นทำให้กูได้รู้ว่า...ตราบใดที่กูยังจัดการศัตรูไม่ได้กูก็ต้องให้ไอห่างจากกูให้มากที่สุด”
“ผมรู้ครับนาย...นายทำไปเพราะรัก” วินัยกล่าวอย่างเห็นใจ
“ไอ้ธงชัยมันก็กล้าใช่เล่น ถึงได้ส่งตัวลูกสาวมันเข้ามาใกล้ชิดกูขนาดนี้ หึ”
คิรันหันหลังกลับไปอย่างเด็ดขาด แต่ก่อนที่เขาจะทันได้เดิน วินัยก็กล่าวแทรกขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
“นายครับ...มีเรื่องด่วนกว่านั้นครับ”
คิรันชะงักฝีเท้า “อะไรของมึงอีก!”
“ป๋าชัยวัฒน์... เรียกตัวนายเข้าพบครับ” วินัยรายงานด้วยน้ำเสียงตึงเครียด “ท่านส่งคนมาแจ้งอย่างเป็นทางการ...บอกว่าต้องการคุยกับนายเดี๋ยวนี้”
ใบหน้าของคิรันที่เคยเย็นชากลับแข็งกร้าวขึ้นทันที เขารู้ดีว่าการเรียกตัวครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะป๋าชัยวัฒน์คือ มาเฟียเก่า ที่แม้จะวางมือไปแล้ว แต่คำสั่งของเขาก็ยังคงทรงอำนาจที่สุด