ตอนที่8 มิติ

1484 Words
ลี่อิงหมดสติเพราะเสียเลือดมาก จิตวิญญาณจึงออกจากร่างไปเยือนอีกมิติหนึ่งที่นางไม่คุ้นเคย ที่นั้นมีหมอกปกคลุมไปทั่วบริเวณ และมีมวลดอกไม้ที่กำลังออกดอกเบ่งบาน ผีเสื้อบินว่อนไปมา ลี่อิงเดินตามทางไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้เช่นกันว่าจะไปที่ใด ก่อนจะมาหยุดที่กระท่อมหลังหนึ่ง ที่รายล้อมไปด้วยบ่อดอกบัว ก่อนประตูกระท่อมจะเปิดออกมา ลี่อิงถึงกับตกตะลึงนี่มันไทเฮา พระนางมาทำอะไรที่นี่? หรือว่านางกำลังอยู่ในความฝัน? “เจ้าไม่ได้ฝันหรอก ที่นี่เป็นมิติแห่งหนึ่งและโชคชะตาก็พาเจ้ามาที่นี่ สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ ข้าไม่รู้ว่าดอกบัวบ่อใดเป็นของเจ้า บ่อมีอยู่สี่บ่อสี่สี สีชมพู สีแดง สีม่วง สีน้ำเงิน เจ้าก็ลองสัมผัสดูเถิด หากเป็นของเจ้ามันจะเปล่งแสงออกมา” ลี่อิงเดินเข้าไปสัมผัสดอกบัวแต่ละสีจนมาถึงดอกบัวสีชมพู เพียงสัมผัสดอกบัวที่ยังไม่เบ่งบาน ก็เริ่มเบ่งบานและเปล่งประกายสีชมพูเจิดจ้า ก่อนจะมีเม็ดแก้วสีชมพูใสวางอยู่บนดอกบัว ลี่อิงหันมามองไทเฮาว่าให้ทำอย่างไรต่อไป “เจ้าหยิบมันและกลืนมันลงไป” ลี่อิงรีบทำตามที่ไทเฮาบอก “ดื่มน้ำในบ่อตามลงไปด้วย” ร่างกายลี่อิงยามนี้เริ่มมีพลังบางอย่างไหลเวียน และอัดแน่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนต้องกระอักเลือดออกมา ก่อนร่างกายจะเริ่มปรับเปลี่ยนสมดุลร่างกายให้กลับมาเป็นปกติ อยู่ๆ ดอกบัวอีกดอกก็เริ่มผลิบาน ด้านในดอกบัวมีหนังสือโบราณอยู่เล่มหนึ่ง ก่อนหนังสือจะเปล่งแสงและลอยเข้าไปในจี้หยกที่นางสวมอยู่ บ่อดอกบัวสีชมพูก็เริ่มหดตัวเล็กลงและลอยเข้ามาอยู่ในจี้หยกเช่นกัน ไทเฮาเดินมาจับมือลี่อิงก่อนจะเอ่ยขึ้น “ทุกอย่างเป็นเรื่องของโชคชะตา เจ้าก็จงใช้ความรู้ความสามารถที่เจ้ามีช่วยเหลือผู้คน ตัวข้าก็แก่ชราลงทุกวัน หากมีเจ้ามาเพิ่มข้าก็คงไม่ต้องกังวลแล้ว อีกสามสีคงต้องรอข้าก็ฝากเจ้าด้วย” ไทเฮาเอ่ยขึ้น “เพคะหม่อมฉันจะทำอย่างสุดความสามารถ” ลี่อิงหมดสติไปถึงสามวัน พอรู้สึกขึ้นมานางก็รู้สึกได้ว่าร่างกายเกือบหายเป็นปกติดี อาการเจ็บปวดบาดแผลก็ไม่มีเช่นเดียวกัน ไทเฮาบอกว่าน้ำในบ่อสามารถรักษาพิษและต้านพิษได้ และยังเป็นยาบำรุงอีกด้วย ขอบคุณสวรรค์ที่ประทานสิ่งที่วิเศษเช่นนี้ให้กับนาง พอลี่อิงลืมตาก็ถึงกับตกใจสุดขีด เมื่อเห็นองค์หญิงห้านั่งหลับอยู่ข้างเตียง องค์ชายรอง องค์ชายสาม องค์สายสี่ นั่งอ่านตำรากันอยู่คนละมุม เหตุใดพวกเขาถึงต้องลำบากมานั่งเฝ้านางด้วย เฉินลู่เสียนเมื่อเห็นลี่อิงขยับตัวและลืมตา ก็รีบขยับเข้ามาถามไถ่ทันที “เจ้าฟื้นแล้ว รู้สึกเป็นเช่นไรบ้าง? เจ็บปวดตรงที่ใดหรือไม่? “หม่อมฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้วเพคะ ขอบพระทัยองค์หญิง” “เจ้าหมดสติไปหลายวันข้าเป็นห่วงเจ้ามาก ท่านแม่ทัพก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ข้าจึงบอกให้เขาไปพักบ้างเลยอาสาอยู่เฝ้าเจ้าแทน เอ่อองค์ชายก็กังวลว่าเป็นเพียงแค่สตรีหากคนร้ายบุกมา อาจจะไม่ปลอดภัยได้ จึงอาสาอยู่เป็นเพื่อนข้าด้วย” “ขอบพระทัยองค์ชายเพคะ” “ไม่ต้องขอบใจคราวหน้าคราวหลัง ก็ไม่ต้องพาองค์หญิงออกไปเดินข้างนอก รู้มั้ยมันอันตรายมากขนานไหน หากองค์หญิงเป็นอะไรไปเจ้าจะรับผิดชอบไหวรึ” เฉินฮ่าวรันที่ยังคงโกรธเคืองนางอยู่ สาดคำพูดใส่นางทันทีเมื่อเห็นว่านางฟื้นแล้ว ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในใจลี่อิงเช่นเดียวกัน ใช่หากวันนั้นองค์หญิงเป็นอะไรไป นางและครอบครัวจะเป็นอย่างไร นางไม่น่าพาองค์หญิงออกไปเดินตลาดเลย “หม่อมฉันขอโทษเพคะ จะไม่ให้มีเรื่องแบบนี้อีก หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้วอย่างอยู่คนเดียวได้หรือไม่เพคะ” น้ำเสียงของลี่อิงเริ่มสั่นเครือเพราะพยายามอดกลั้นไม่ให้ร้องไห้ออกมา “พี่สี่ท่านพูดอะไรออกมา นางปกป้องข้าจนเจ็บขนานนี้ ยังจะมาต่อว่านางอีก ท่านใจร้ายเกินไปแล้ว” ลู่เสียนตะโกนออกไปอย่างเหลืออด กับพฤติกรรมของพี่ชาย “ใช่เจ้าอย่าใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น” องค์ชายรองเอ่ยขึ้นบ้าง “พี่รองไม่รู้ก็ต้องคิดสิ ฐานะองค์หญิงไปไหนมาไหน หากไม่มีองครักษ์คุ้มครองอันตรายมากแค่ไหนพี่รองก็รู้ ส่วนนางเป็นสตรีธรรมดาใครจะไปใส่ใจ” “พี่สี่!..เจ้าสี่” ทั้งสามคนร้องออกมาด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าเขาจะใช้คำพูดที่ทำร้ายจิตใจคนได้ถึงเพียงนี้ แต่ทันใดประตูก็ถูกพลักเข้ามาอย่างแรง ชุนไห่มีหน้าตาโกรธขึ้งอย่างน่ากลัว ชุนไห่กำหมัดแน่นพยายามระงับความโกรธ “พวกท่านกลับไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงก็ด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกับบุตรสาวไร้วาสนาให้การรับใช้ จากนี้ไปก็ต่างคนต่างอยู่เถิด เชิญพ่ะย่ะค่ะ” “ท่านแม่ทัพข้าอยากอยู่ที่นี่อีกสักพักได้หรือไม่?” “องค์หญิงท่านกลับไปเถิด อยู่ที่นี่กระหม่อมคงไม่สามารถปกป้องดูแลชีวิตของพระองค์ได้ อยู่ที่วังน่าจะปลอดภัยกว่า หากไม่มีสิ่งใดแล้วก็เชิญพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายทั้งสามและองค์หญิงมองหน้ากัน ก่อนจะพากันเดินออกไป ชุนไห่เดินไปนั่งข้างเตียงของลี่อิง ก่อนจะยกมือลูบศรีษะนางอย่างปลอบโยน ลี่อิงลุกขึ้นมาแล้วสวมกอดบิดาแล้วสะอื้นเบาๆ “ท่านพ่อ ท่านไม่โทษข้าใช่หรือไม่?” “เด็กโง่ข้าจะไปโทษเจ้าได้อย่างไร ยังเจ็บปวดบาดแผลอยู่หรือไม่ เสี่ยวไจ๋ยกยามา” เสี่ยวไจ๋พอได้ยินก็รีบยกยาเข้ามาทันที ชุนไห่ประคองลี่อิงให้ดื่มยา ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้นางอย่างแผ่วเบา “ท่านพ่อร่างกายข้าดีขึ้นมาก ช่วงที่ข้าหลับไปถึงได้รู้ว่า จี้หยกที่ข้าสวมอยู่มีมิติ ซึ่งหาสามารถเข้าไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ และสามารถนำยาและสิ่งของออกมาได้อีกด้วย ต่อไปท่านก็ไม่ต้องกังวล ว่าใครจะทำร้ายอะไรข้า มิตินี้คล้ายกันกับไทเฮา” “จริงหรือถ้าเช่นนั้นร่างกายของเจ้าแข็งแกร่งและมีพลังยุทธเช่นเดียวกับไทเฮาหรือไม่?” “ข้าก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะคงต้องลองศึกษาดูก่อน ที่จริงเกิดเหตุการณ์เช่นวันนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก ข้าก็อยากอยู่อย่างสงบสักที” “แต่ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น เจ้าพอจะเล่าให้พ่อฟังได้หรือไม่?” “วันนั้นองค์หญิงเดินชนสตรีผู้หนึ่ง ซึ่งต่อมาข้าถึงรู้ว่าเป็นองค์หญิงจากแคว้นฉิน ข้าคิดว่านางจงใจหาเรื่อง เพราะรู้อยู่แล้วว่าข้ามาเดินเล่นกับองค์หญิง นางบอกให้คุกเข่าขอโทษ ข้าจึงเสนอทำแทนองค์หญิง นางก็ไม่ยอมอยากให้ข้าและองค์หญิงทำด้วยกัน แต่จู่ๆ ก็มีกลุ่มชายชุดดำตรงเข้ามาจะทำร้ายองค์หญิง เสี่ยวหาน เสี่ยวไจ๋ก็ต่อสู้กันอย่างสุดกำลัง ส่วนข้าทั้งต่อสู้และคอยปกป้ององค์หญิง พอเห็นมีคนจะมาทำร้ายองค์หญิงข้าก็เลยเอาตัวรับดาบแทนเจ้าค่ะ” “เจ้าคิดว่ากลุ่มชายชุดดำกับกลุ่มองค์หญิงแคว้นฉินเป็นพวกเดียวกันหรือไม่?” “ไม่น่าจะใช่เพราะข้าเห็นนางก็ตกใจไม่แพ้กัน ข้าคิดว่าคนร้ายตั้งใจวางแผนให้สองแคว้นผิดใจกัน แผนยืมดาบฆ่าคน โชคดีที่องค์หญิงไม่เป็นอะไร ไม่งั้นทั้งท่านและข้าก็ไม่รู้เป็นอย่างไร” ลี่อิงรู้สึกผิดขึ้นมาอีกแล้ว วันนั้นนางไม่น่าพาองค์หญิงออกไปเดินตลาดเลยจริงๆ “ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เจ้าก็ปลอดภัย ต่อไปเราจะไม่ยุ่งกับพวกเขาอีก” “เจ้าค่ะ” ลี่อิงเอนหลังลงนอนแม้จะรู้สึกว่าหายดีแล้ว แต่อาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาทำให้นางรู้สึกง่วง ชุนไห่ดึงผ้ามาห่มให้นางอย่างอ่อนโยน นึกสงสารที่นางต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD