องค์หญิงห้าเฉินลู่เสียนเมื่อกลับถึงวังหลวงก็ตรงไปที่ตำหนักของไทเฮา แล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่จวนแม่ทัพให้ไทเฮาฟัง ใบหน้าของไทเฮาเริ่มตึงเครียดไม่ต่างจากไท่ซางหวง (อดีตฮ่องเต้เฉินตงหยาง) ที่ยามนี้หน้านิ่วคิ้วขมวดกับเรื่องราวที่ได้รับฟัง เรื่องราวคราวนี้ชุนไห่คงจะโกรธมากจริงๆ ถึงขั้นบอกให้องค์หญิงและองค์ชายกลับวัง ชุนไห่และชุนเต๋อเติบโตมาพร้อมกันกับเขาเป็นทั้งเพื่อนและองครักษ์ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมายาวนาน ไม่คิดว่าโอรสของเขาจะมาทำลายลงอย่างง่ายดาย ไทเฮารับรู้ถึงความรู้สึกเสียใจของไท่ซ่างหวง จึงเอื้อมมือไปกุมมือเขาเบาๆ
“เสด็จแม่คราแรกข้าก็ไม่ชอบนาง แต่พอได้พูดคุยกัน นางน่ารักมากเลยเพคะ ข้าคิดอยากจะเป็นพี่สาวนางด้วยซ้ำ ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้” ลู่เสียนมองสีหน้าของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ด้วยความสงสารจับใจ เรื่องราวในวันนี้ คงสร้างความเจ็บปวดให้พวกเขาทั้งสองมากเลยทีเดียว ปกติเสด็จแม่จะแสดงอารมณ์และความรู้สึกออกมา แต่รอบนี้ท่านทั้งสองกลับดูนิ่งสงบ ไม่พูดสิ่งใดออกมาสักคำ
“เจ้ากลับไปเถอะ” ไทเฮาเอ่ยขึ้น
“ลูกทูลลาเพคะ” ”
หลังจากองค์หญิงห้ากลับไปแล้ว ไทเฮาก็ดึงไท่ซ่างหวงเข้ามากอดปลอบประโลม จะว่าไปแล้วนางก็มีส่วนผิดที่ส่งองค์หญิงไปอยู่จวนแม่ทัพ เป็นเพราะนางคิดน้อยไปทุกอย่างจึงกลายเป็นเช่นนี้
“ท่านพี่อย่าเสียใจไปเลยเพคะ ท่านแม่ทัพคงไม่ตัดมิตรภาพลงง่ายๆ หรอกเพคะ องค์ชายสี่แม้จะมีความผิด แต่ก็พูดไปเพราะความเป็นห่วงองค์หญิง หม่อมฉันเองก็ผิดที่ส่งองค์หญิงไปอยู่จวนท่านแม่ทัพ พวกเราทุกคนล้วนมีส่วนผิด เราควรตั้งสติว่าจะทำอย่างไรต่อไป ท่านมีสิทธิ์เสียใจแต่ต้องเข้าใจนะเพคะ ว่าในโลกใบนี้ไม่มีใครดีพร้อมไม่หมดทุกอย่าง ทุกคนมีด้านดีและไม่ดี”
“เพราะข้าเข้าใจข้าถึงเสียใจ การยอมรับข้อดีข้อเสียของแต่ละคนมันทำให้ใจข้าเจ็บปวดใจจริงๆ”
“ข้าจะไปพบท่านแม่ทัพด้วยตัวข้าเอง ท่านพี่จะไปกับหม่อมฉันหรือไม่?
“อืมได้ข้าจะไปกับเจ้า”
จวนท่านแม่ทัพ
หลังจากเริ่มหายดีลี่อิงก็นึกอยากกินเนื้อย่าง จึงให้ป้าจางและบุตรสาวออกไปซื้อของ ลี่อิงเตรียมย่างกินตรงลานบ้านเพราะย่างเนื้อค่อนข้างมีควันเยอะ นางไม่อย่างให้กลื่นของอาหารไปติดเสื้อผ้าด้านในเรือน ลี่อิงเข้าไปมิติร้านค้าหยิบเครื่องดื่มรสผลไม้ออกมาแล้วเทเหยือก บรรยากาศกลับมาสนุกสนานครื้นเครงอีกครั้ง เพราะไม่มีเชื้อพระวงศ์ร่วมอยู่ด้วย ลี่อิงและชุนไห่พูดคุยกับบ่าวในจวนอย่างเป็นกันเอง และหยอกล้อกันไปมา จนคนบนหลังคาที่แอบมองอยู่หมั่นไส้
องค์ชายสี่เฉินห่าวรัน หลังจากถูกองค์หญิงตำหนิเขาอย่างหนัก อีกทั้งองค์ชายรอง องค์ชายสาม ก็ตำหนิในการกระทำของเขาเช่นเดียวกัน เขาฟังจนสำนึกผิดไม่ทันแล้ว จึงตัดสินใจหิ้วเหล้ามานั่งดื่มบนหลังคาที่จวนท่านแม่ทัพ
“องค์ชายเหตุใดต้องมานั่งดื่มที่นี่ด้วยละพ่ะย่ะค่ะ?” อู๋หยวนองครักษ์ข้างกายถามขึ้น
“ข้าจะดื่มที่ใดเจ้ามีปัญหาหรือ?”
“ไม่มีขอรับ แต่ว่านั่งดื่มบนนี้หากเมาแล้วตกลงไปอาจบาดเจ็บได้ เราเปลี่ยนสถานที่ดื่มดีหรือไม่?”
“ข้ารำคาญเจ้าเต็มทนอยากไปไหนก็ไป” อู๋หยวนพอได้ยินเช่นนั้นก็หุบปาก นั่งเงียบคอยดูแลเขาอยู่ห่างๆ
เฉินฮ่าวรันมองนางที่หัวเราะอย่างสนุกสนานอย่างมีความสุขเช่นนี้ ใจเขาก็รู้สึกเจ็บที่ไปต่อว่านางอย่างรุนแรง พอเขาคิดทบทวนทุกอย่างก็เห็นว่า นางเองก็พยายามปกป้ององค์หญิงอย่างสุดความสามารถ เป็นเพราะเขามีอคติกับนางมากเกินไป นางก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากแต่งเข้าราชวงศ์ เขายังจะกังวลสิ่งใดอีก เขามองชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้ก็นึกอิจฉา เฉินห่าวรันยกเหล้าขึ้นดื่มอย่างต่อเนื่อง อาการมึนเมาก็เริ่มตามมา จนเหล้าที่เขานำมาหมดเกลี้ยง เฉินห่าวรันคิดจะลุกกลับจวนแต่อาการเมาของสุรา ทำให้เขาเสียหลักกลิ้งตกลงจากหลังคาดังตุบ ลี่อิงและคนอื่นๆ ได้ยินก็พากันเข้ามาดู ส่วนอู๋หยวนดันเผลอหลับอยู่บนหลังไม่รู้เรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้น
“องค์ชายสี่เขาตกลงมาได้อย่างไร แต่ว่ากลิ่นสุราหึ่งขนานนี้สงสัยดื่มหนักเป็นแน่” ชุนไห่จับร่างขององค์ชายสี่สำรวจไปมาว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ โชคดีบริเวณที่เขาตกลงมา เป็นหญ้าที่ขึ้นอย่างอ่อนนุ่ม ลี่อิงกรอกตามองบนอย่างเอือมระอา นี่เขาไม่มีที่นั่งดื่มหรืออย่างไร บางครั้งเจ้ากรรมนายเวร ก็มาในรูปแบบองค์ชายสี่
“ท่านพ่อพาเขาไปพักเรือนรับรองเถิดเจ้าค่ะ”
“ได้” ชุนไห่และเสี่ยวหานช่วยกันหิ้วปีกคนละข้าง พาองคฺ์ชายไปพักที่เรือนรับรอง
เช้าวันต่อมาเฉินห่าวรันตื่นขึ้นมา ก็งงกับสถานที่แปลกตา ที่นี่ที่ไหนเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ก่อนประตูจะถูกผลักเข้ามาโดยลี่อิง คราวนี้เขายิ่งตกใจเมื่อเห็นนาง เขารีบคิดทบทวนความจำ เมื่อคืนเขานั่งดื่มบนหลังจวนแม่ทัพและเมามาก เหตุใดอู๋หยวนถึงไม่พาเขากลับตำหนัก
“ถวายบังคมองค์ชาย เมื่อคืนท่านตกลงมาจากหลังคา ท่านพ่อเลยพาท่านมาพักที่นี่ หม่อมฉันต้มน้ำแกงแก้เมามาให้ ดื่มร้อนๆ จะได้ดีขึ้นเพคะ หม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ” กล่าวจบลี่อิงก็เดินออกไปพร้อมเสี่ยวไจ๋
เฉินห่าวรันนึกด่าองครักษ์ที่ไม่ดูแลเขา ปล่อยให้เขาตกลงมาจากหลังคาให้ต้องอับอายขายหน้า ก่อนเขาจะลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลไปที่โต๊ะ ที่มีถ้วยน้ำแกงวางอยู่ ก่อนจะรีบยกขึ้นดื่มอย่างรวดเร็ว แต่แปลกเหตุใดอาการปวดหัวจากอาการเมาค้างเริ่มหายไป น้ำแกงนี่ดีจริงๆ นางใส่อะไรลงไปนะ พอเขาอาการดีขึ้นเขาจึงเปิดประตู และใช้วิชาตัวเบากระโดนหายไป
ลี่อิงที่วันนี้เตรียมตัวต้อนรับท่านลุงชุนเต๋อที่จะแวะมาเยี่ยม ลุงชุนเต๋อมีบุตรสาวฝาแฝดสามคน ที่มีหน้าตาไม่เหมือนกันดังแฝดทั่วไป คล้ายกับไทเฮาที่ให้กำเนิดแฝดสี่แต่หน้าตาไม่คล้ายคลึงกันเท่าใดนัก ลี่อิงจึงคิดจะทำบะหมี่เกี๊ยวไว้ตอนรับ ส่วนองค์ชายผู้นั้นคงกลับไปแล้ว
ไม่นานรถม้าก็มาจอดเทียบหน้าจวน ลี่อิงและชุนไห่รีบออกไปต้อนรับ
ก่อนจะเห็นรถม้าสองคันจอดเทียบอยู่หน้าจวน ชุนเต๋อก้าวลงมาเป็นคนแรก ตามมาด้วยดรุณีน้อยใบหน้างดงามอีกสองคนตามลงมา ส่วนคันหลังก็มีบ่าวรับใช้สองนางกับดรุณีใบหน้าสวยสดงดงามตามลงมา ลี่อิงมองอย่างตกตะลึง พวกนางสวยและงดงามมากจริงๆ
ทางด้านแฝดสามพอมองเห็นลี่อิงก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน นางช่างงดงามไร้ที่ติจริงๆ รูปร่างสมส่วนกับดวงตากลมโต จมูกโด่งสวยรับกับใบหน้าเรียว ผิวพรรณก็ขาวผ่องดั่งไข่มุก ต่างฝ่ายต่างชื่นชมกันและกันในใจ ก่อนจะพากันเข้าไปในจวน