องค์ชายสี่เฉินฮ่าวรันพอกลับถึงตำหนักก็รีบบอกให้ขันที ไปนำอาหารมาให้เขากินทันที เขาทนรอหิวอยู่นานไม่แตะต้องอาหารใดๆที่นางทำ ส่วนบรรดาพี่น้องของเขากลับดูมีความสุขที่กินอาหารที่นางทำ แถมยังสนทนากับนางอย่างมีความสุขและสนุกสนานจนลืมเขาไปเลย องค์หญิงห้าตอนแรกทำท่าไม่ชอบนาง แต่กลับกลายเป็นเข้ากับนางเป็นปี่เป็นขลุ่ย เป็นเพราะอาหารที่นางทำหรือถึงทำให้ทุกคนหันไปเป็นมิตรกับนางเช่นนี้ สตรีร้อยเล่ห์มารยา แสร้งเอาร่างมารับลูกธนู เขาไม่เชื่อว่านางจะไม่มีแผนการอย่างอื่นอีก แค่วันเดียวนางก็ดึงคนไปเป็นพวกเกือบหมด เขาไม่มีทางตกหลุมพรางของนางแน่
“องค์ชายอาหารมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”ขันทีไฉ่ให้นางกำนัลยกสำรับอาหารเข้ามา แต่พอองค์ชายสี่เห็นอาหารก็ถึงกับไม่พอใจ
“เหตุใดมีเท่านี้?”
“ปกติคุณชายก็กินเท่านี้นะพ่ะย่ะค่ะ คุณชายหิวมากหรือ? แล้วไปจวนแม่ทัพเขาไม่ให้กินอะไรเลยหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“พูดมาก”เฉินห่าวรันรีบหยิบตะเกียบมาคีบอาหารกินด้วยความหิว จนอาหารพร่องไปอย่างรวดเร็ว ขันทีไฉ่มองท่าทางขององค์ชายด้วยความแปลกใจแต่ก็ไม่พูดอันใดออกไป
“ข้าอยากได้ขนม เอามาเยอะๆ”
“พ่ะย่ะค่ะ”ขันทีไฉ่มององค์ชายอย่างไม่เข้าใจ นี่เขาไปอดอยากมาจากที่ใดกัน
จวนแม่ทัพชุนไห่ องค์หญิงห้าพอได้พูดคุยสนทนากับลี่อิง ก็รู้สึกถูกคอกับนางเป็นอย่างมาก เสด็จแม่พูดถูกเราอย่าเอาความคิดของเราไปตัดสินผู้อื่น เพียงเพราะเป็นคนของราชวงศ์ก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งเช่นกัน ไม่มีใครอยู่เหนือผู้ใด
“องค์หญิงท่านก็พักผ่อนเถิดเพคะดึกแล้ว พรุ่งนี้เดี๋ยวหม่อมฉันพาไปเดินเที่ยวตลาด”
“จริงหรือ?ได้ๆข้าจะรีบนอน ขอบใจเจ้ามากนะลี่อิง ที่ไม่ถือโทษโกรธข้า”
“พระองค์อย่าทรงคิดมากเลยเพคะ”ลี่อิงเข้าใจดีว่าที่จริงก็เป็นความผิดของนางเช่นกัน ทุกอย่างเป็นแผนของนางจะโทษองค์หญิงก็ไม่ถูก จึงได้แต่แอบขอโทษองค์หญิงในใจ
เช้าวันต่อมาองค์หญิงห้าตื่นมาก็รีบถามนางกำนัลส่วนตัวที่พามาอยู่ด้วยสองคน ว่าลี่อิงตื่นหรือยัง แล้วนางทำอะไรอยู่ ดูเหมือนว่ายามองค์หญิงจะได้สหายคนใหม่ ที่แม้จะอายุต่างกันแต่เท่าที่พูดคุยกัน ลี่อิงจะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่กว่านางเสียอีก การได้พูดคุยกับนางเหมือนได้เปิดโลกใหม่ที่น่าสนใจ
“คุณหนูชุนเตรียมอาหารอยู่เพคะ”
“รีบแต่งตัวให้ข้า ข้าจะรีบไปหานาง”
“เพคะ
องค์หญิงห้าที่วันนี้ดูสดใสร่าเริงต่างจากวันแรกที่ออกจากวัง พอเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จก็รีบเดินตรงดิ่งไปที่ห้องครัว ลี่อิงที่พอเห็นองค์หญิงเดินมาที่ห้องครัวก็ตกใจ
“องค์หญิงท่านมาที่นี่ด้วยเหตุใดเพคะ?”
“ข้าก็จะมาดูเจ้าปรุงอาหารอย่างไรเล่า ว่าแต่วันนี้เจ้าทำสิ่งใดหรือ กลิ่นหอมออกไปถึงข้างนอก”
“เช้านี้หม่อมฉันทำเพียงง่ายๆเป็นเพียงโจ๊กทรงเครื่องเพคะ องค์หญิงไปรอที่ห้องอาหารดีหรือไม่กลิ่นของอาหารจะได้ไม่ติดเสื้อผ้าอาภรณ์เพคะ อีกอย่างเดี๋ยวเราจะต้องออกไปข้างนอก”
“ได้ๆข้าเชื่อเจ้า”
ลี่อิงยกยิ้มมององค์หญิงที่เปลี่ยนไปอย่างคนละคน ที่จริงนางก็คงไม่ได้ร้ายกาจอะไร เพียงแต่คนรอบข้างมองนางเป็นองค์หญิงจึงไม่กล้าขัดใจ
หลังจากรับอาหารเช้ากันอย่างเอร็ดอร่อย ลี่อิงก็พาองค์หญิงขึ้นรถม้าไปเที่ยวตลาด องค์หญิงดูตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มาเที่ยวตลาดเช่นนี้ ชุนไห่ให้เสี่ยวหานมาคอยคุ้มครองและยังมีเสี่ยวไจ๋อีกคนที่เป็นวรยุทธ ลี่อิงก็ไม่ต่างจากองค์หญิง ที่พากันดูร้านนั้นร้านนี้อย่างสนุกสนาน ก่อนที่องค์หญิง จะชนเข้ากับสตรีงดงามนางหนึ่งจนนางเซล้มลงไปกับพื้น ก่อนจะมีสตรีอีกสองนางรีบเข้ามาพยุง
“นี่เจ้าเหตุใดไม่ระวัง! เจ้ารู้หรือไม่ว่าได้ล่วงเกินผู้ใด?”เสียงตวาดดังออกมาจากสตรีที่ดูแล้วคงเป็นองครักษ์ประจำตัวของสตรีนางนี้ องค์หญิงห้าหน้าซีดเผือดไม่คาดคิดว่าจะมีคนมาตวาดใส่นางเสียงดังเช่นนี้
“ต้องขออภัยที่ไม่ระวัง แต่ว่าพวกข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าพวกเจ้าเป็นใคร”ลี่อิงรีบเข้ามาปกป้ององค์หญิงทันที พร้อมทั้งเสี่ยวหานและเสี่ยวไจ๋ที่เข้ามายืนประกบอยู่ด้านข้าง
“นี่คือองค์หญิงแคว้นฉิน ฉินจินเย่ว”องครักษ์หญิงของแคว้นฉินกล่าวขึ้น องค์หญิงห้าเห็นเช่นนั้นก็รีบจะเอ่ยบอกว่านางเป็นใครเช่นเดียวกัน แต่ลี่อิงส่งสายตาว่าห้ามพูด เพราะนางดูแล้วกลุ่มนี้น่าจะตั้งใจมาหาเรื่อง เพราะรู้อยู่แล้วว่าองค์หญิงห้าคือใคร
“หม่อมฉันต้องขออภัยองค์หญิงด้วยเพคะ”ลิ่อิงเอ่ยขึ้น
“ล่วงเกินเบื้องสูงทำได้แค่นี้เองหรือชาวแคว้นเป่ยเซียงช่างไร้อารยะสิ้นดี”สตรีที่เป็นองครักษ์กล่าวอย่างเหยียดหยาม
“แล้วท่านจะให้ทำอย่างไร”ลี่อิงเริ่มโมโหขึ้นมาบ้าง หากคนตั้งใจหาเรื่องแล้ว ยังไงก็คงจะหาทางกัดไม่ปล่อย
“ก็แค่คุกเข่าขอโทษต่อหน้าทุกคน ว่าอย่างไรไม่ยากจนเกินไปใช่หรือไม่?”คราวนี้องค์หญิงแคว้นฉินเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน ลี่อิงได้ยินก็ถึงกับลมออกหู นี่นางตั้งใจให้องค์หญิงคุกเข่าเพื่อหยามเกียรติชาวแคว้นเป่ยเซียง เพราะยามนี้ผู้คนมารุมล้อมมากมาย
“หม่อมฉันยินดีคุกเข่าแทนนางเพคะ”ลี่อิงเอ่ยตอบอย่างเด็ดเดี่ยว องค์หญิงห้ามองลี่อิงอย่างซาบซึ้งที่ยอมเข้ามาปกป้อง แต่…
“เจ้าหรือ? เจ้าเป็นใครกันที่จะมาคุกเข่าแทนนาง”ฉินจินเย่วองค์หญิงแคว้นฉินยังคงกล่าวต่อไปอย่างไม่หยี่ระ
“หม่อมฉันบุตรสาวท่านแม่ทัพชุนไห่เพคะ”พอได้ยินเช่นนั้น ฉินจินเย่วก็หัวเราะออกมา
“ดีงั้นข้าต้องการให้เจ้าและองค์หญิงห้าคุกเข่าให้ข้าทั้งสองคนเลยได้หรือไม่ละ?”พอทุกคนที่ยืนดูอยู่รู้ว่าลี่อิงเป็นบุตรสาวท่านแม่ทัพ และมีองค์หญิงห้ารวมอยู่ด้วยก็ตกใจ การให้คุกเข่าขอโทษแบบนี้ มันหยามศักดิ์ศรีกันเกินไปแล้ว องค์หญิงห้ารีบเดินมากุมมือของลี่อิงว่าจะเอาอย่างไรดี กับสถานการณ์เช่นนี้ แต่อยู่ๆก็มีกลุ่มคนร้ายใส่ชุดดำวิ่งกรูกันเข้ามา เพื่อหวังจะทำร้ายองค์หญิงห้า
ทางฝั่งองค์หญิงแคว้นฉินเองก็ตกใจอยู่ไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีคนจงใจสร้างสถานการณ์และโยนความผิดให้แคว้นฉิน ความชุลมุนเกิดขึ้นเมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น เสี่ยวหานและเสี่ยวไจ๋พยายามต่อสู้กับคนร้าย อย่างสุดความสามารถ ลี่อิงเองก็พยายามต่อสู้และคอยปกป้ององค์หญิงในเวลาเดี๋ยวกัน แต่ทันใดนั้นก็มีนักฆ่าพุ่งเข้ามาหมายจะฟัดไปที่ร่างขององค์หญิง ลี่อิงที่ต่อสู้อยู่กับคนร้ายจึงรีบพุ่งตัวเข้ามารับดาบแทนทันที ดาบที่เฉือนไปที่กลางหลังของลี่อิงทำให้เลือดพุ่งกระฉูด องค์หญิงห้ากรีดร้องด้วยความตกใจและขวัญเสีย ก่อนจะมีกลุ่มของสามองค์ชายตรงเข้ามาต่อสู้กับคนร้าย จนคนร้ายถูกสังหารจนหมด เสี่ยวหานที่เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปดูลี่อิงที่นอนสลบแน่นิ่ง ก่อนจะรีบช้อนตัวนางขึ้นมาอุ้ม ก่อนจะหันมาบอกเสี่ยวไจ่ให้ไปตามหมอ แล้วใช้วิชาตัวเบาวิ่งกระโดดหายไปอย่างรวดเร็ว เสี่ยวไจ๋ที่เห็นว่าองค์ชายมาแล้วจึงรีบไปบอกองค์หญิงว่าจะไปตามหมอ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น เจ้าออกมาทำอะไรที่นี่?”องค์ชายรองเมื่อเห็นองค์หญิงห้า ก็ถามขึ้นอย่างตกใจและสงสัยว่าองค์หญิงมาอยู่ที่นี่ด้วยเหตุใด
“เอ่อลี่อิงพาข้ามาเดินเที่ยวที่ตลาด อยู่ๆข้าก็เดินชนกับสตรีนางหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเป็นองค์หญิงแคว้นฉิน นางให้ข้ากับลี่อิงคุกเขาขอโทษ แต่อยู่ๆก็มีคนร้ายบุกเข้ามาทำร้าย ลี่อิงเอาตัวเองรับดาบแทนข้า เรื่องก็เป็นแบบนี้เพคะพี่รอง”
“เป็นนางที่พาเจ้าออกมาเช่นนั้นหรือ นางจงใจพาเจ้าออกมาให้ถูกทำร้าย!”องค์ชายสี่เอ่ยด้วยแรงโทสะ เมื่อรู้ว่าเป็นนางที่พาองค์หญิงออกมา
“ใจเย็นก่อนพี่สี่ นางก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่มารับดาบแทนข้า”องค์หญิงเอ่ยอย่างรู้สึกผิดไม่น้อย
“แต่ถ้าหากนางไม่พาเจ้าออกมาจะเกิดเรื่องเช่นนี้หรือ ทุกอย่างเป็นความผิดของนาง”
“เจ้าสี่อย่าใช้แต่อารมณ์ นางก็บาดเจ็บอยู่ไม่น้อยเพื่อปกป้องน้องห้า เจ้าก็อย่าอคติให้มันมากนักเลย”องค์ชายรองจื้อหยวน พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาสงบสติอารมณ์