เช้าวันต่อมาทางจวนแม่ทัพชุนไห่ก็ได้รับจดหมายจากไทเฮา เรื่องที่จะฝากองค์หญิงให้มาพักอยู่ที่จวนเป็นเวลาหนึ่งเดือน ทำเอาลี่อิงถึงกับกุมขมับ นี่ไม่ได้หมายความว่าไทเฮาต้องการเอาคืนนางหรอกนะ ที่นางใช้องค์หญิงเป็นเครื่องมือ ผลสุดท้ายต้องรับผิดชอบด้วยการดูแลนาง ลี่อิงคิดว่าไทเฮาเป็นคนฉลาด ต้องดูออกอย่างแน่นอนว่าเป็นแผนของนาง คำโบราณที่ว่าให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว ลี่อิงเข้าใจก็วันนี้เอง
จวนแม่ทัพวุ่นวายในการจัดเตรียมสถานที่พักให้องค์หญิงห้า ที่จะเดินทางเข้ามาพักในช่วงบ่าย ลี่อิงเองก็เตรียมห้องหับให้องค์หญิงด้วยตนเอง เพราะถึงอย่างไรนางก็เป็นองค์หญิง ก่อนจะเข้าไปช่วยทำอาหารในครัว ปกติจวนแม่ทัพมีคนอยู่ไม่มาก ลี่อิงจึงทำอาหารที่ไม่ยุ่งยาก แต่พอมีองค์หญิงมาพักด้วย นางจึงคิดว่าควรทำหารที่ดูดีและให้เหมาะสมกับฐานะของนาง
“ป้าจางสิ่งที่ข้าให้ซื้อได้ครบหมดหรือไม่?ลี่อิงหันไปถามป้าจางที่มีหน้าที่ทำอาหารในครัว
“ครบเจ้าค่ะ ว่าแต่คุณหนูจะทำอาหารอะไรหรือเจ้าค่ะวันนี้?”
“วันนี้ข้าจะทำหลายอย่างหน่อยเพราะมีองค์หญิงมาอยู่ด้วย ข้ากำลังคิดว่าจะทำอะไรดี ไม่รู้ว่าจะมีใครตามมาส่งด้วยหรือไม่”
“คุณหนูหมายถึงใครหรือเจ้าค่ะ?”เป็นเสี่ยวไจ๋ที่เอ่ยถามขึ้น
“ก็เหล่าบรรดาองค์ชายนะสิ ข้าต้องเตรียมเผื่อไว้ หากพวกเขามาจริงจะได้มีไว้พร้อมต้อนรับ เฮ้อ!ไม่รู้ว่าแผนการของข้าที่ทำไป มันได้ผลหรือว่าแย่กว่าเดิมกันแน่นะ เสี่ยวไจ๋มาช่วยปอกหัวไช่เท้า ท่านป้าช่วยข้าสับกระดูกแล้วล้างให้ข้าทีเจ้าค่ะ” ลี่อิงเตรียมต้มน้ำก่อนคิดในใจหากมีมิติเหมือนในนิยายคงดี เวลาทำอาหารนางจะได้มีเครื่องปรุงหลากหลายให้ได้ใช้ เพื่อให้อาหารรสชาติดีขึ้น แต่ว่านางก็มาอยู่ที่นี่ได้สองปีแล้ว ก็ไม่ได้มีระบบอะไรติดตัวมามีเพียงจี้หยกที่นางใส่ติดตัวมาจากยุคนั้น ลี่อิงสัมผัสจี้ที่อยู่บนลำคอ แต่อยู่ๆนางมาอยู่ร้านขายของในซอยที่นางเคยอยู่
ลี่อิงมองร้านค้าอย่างตกตะลึงนางฝันไปหรืออะไรกันแน่? หรือว่าเหตุการณ์เมื่อวานที่ไทเฮามาหา แล้วให้นางกินยาแล้วหลังจากนั้น นางก็รู้สึกว่าร่างกายของนางร้อนวูบวาบ ไม่ได้!นางต้องพิสูจน์ความจริง ลองหยิบของที่ร้านแล้วเอาออกไปด้วย แต่ว่าจะหยิบอะไรก่อนดี นางกำลังทำอาหารใช่ต้องเครื่องปรุงก่อน ลี่อิงหยิบผงปรุงรส ซอส และเครื่องปรุงอื่นๆ ก่อนจะใช้มือสัมผัสกับจี้หยกอีกครั้ง พอนางลืมตานางก็กลับมาอยู่ในครัวอีกครั้ง และมีของที่นางต้องการอยู่ในอ้อมแขน เรื่องจริงหรือนี่ อย่างนี้ต้องขอบคุณไทเฮาที่มอบมิตินี้มาให้นาง ต้องรีบหาที่ใส่แล้วทำลายหลักฐาน หากถูกถามจะยุ่งยาก
“ป้าจางข้าอยากได้ ไหเล็กๆสักสองสามใบ ท่านช่วยหาให้ข้าได้หรือไม่?”
“ได้เจ้าค่ะ ขนาดนี้พอใช้ได้หรือไม่?”ป้าจางเดินไปหยิบไหจากหลังจวนที่ตั้งเรียงไว้
“ได้ๆเอามาให้ข้า ขอบคุณเจ้าค่ะ”ลี่อิงแอบเทซอส ผงปรุงรสใส่ในไห พรุ่งนี้นางจะเขียนชื่อติดไว้ จะได้สะดวกในการหยิบใช้ ลี่อิงยามนี้ตื่นเต้นอย่างยากจะระงับ แค่มีมิติการหาเงินในยุคนี้ก็ไม่ยากอีกต่อไป ยิ่งนางชอบทำอาหารมีตัวช่วยมาแบบนี้ จิตใจนางยิ่งลิงโลดมีความสุขยิ่งนัก ยามนี้นางเห็นเงินลอยเต็มหน้าไปหมด
“วันนี้ข้าจะทำอาหารที่อร่อยที่สุดให้ทุกคนได้กินกัน”ป้าจางและเสี่ยวไจ๋ที่มองนางอย่างงงๆ ที่จู่ๆนางก็อารมณ์ดีขึ้นมา เพราะก่อนหน้านี้ยังดูไร้ชีวิตชีวาอยู่เลย
และแล้วรถม้าจากทางวังหลวงก็เดินทางมาถึง ลี่อิงและแม่ทัพชุนไห่ออกไปรอเตรียมต้อนรับอยู่หน้าจวน ก่อนลี่อิงจะต้องตกใจเมื่อเห็นรถม้ามีมาด้วยกันสองคัน คุณพระนางก็แค่พูดว่าอาจจะตามมาส่ง แต่ทำไมมากันจริงๆละ
“ถวายบังคมองค์หญิง/ถวายบังคมองค์ชาย
“องค์หญิง องค์ชายเชิญด้านในพ่ะย่ะค่ะ”ชุนไห่กล่าวเชื้อเชิญ เหล่าเชื้อพระวงศ์พากันเดินเข้าไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ลี่อิงแอบเบ้ปากกับความเจ้ายศเจ้าอย่างของพวกเขา จะวางท่ายิ่งใหญ่ไปไหนหมั้นไส้จริงๆ ลี่อิงปากบ่นขมุบขมิบ เดินตามเข้าไปในจวน ชุนไห่พามานั่งในห้องโถงที่มีไว้สำหรับคนมาเยือน พอพวกเขานั่งลงเรียบร้อย ลี่อิงก็ยกชามาถวายพร้อมขนม ห่าวรันมองนางนิ่งแต่นางแทบไม่มองหน้า้เขาเลย พอถวายชาเสร็จนางก็ไปนั่งข้างๆท่านแม่ทัพชุนไห่
“ไม่ทราบว่าคุณหนูชุนแผลเป็นอย่างไรบ้าง หายดีหรือยัง?”เป็นองค์ชายรองที่ถามขึ้น น้ำเสียงฟังดูราบเรียบแต่ก็มีความจริงใจอยู่ในที
“เริ่มหายดีแล้วเพคะ ขอบคุณองค์ชายรอง”
“วันนี้พวกข้ามาส่งองค์หญิง หวังว่าเจ้าจะให้อภัยนาง และอยู่ด้วยกันอย่างสงบ ภายในเวลาหนึ่งเดือน”องค์ชายสามเอ่ยขึ้นมาบ้าง
“หม่อมฉันจะพยายามเพคะ”ลี่อิงตอบออกไปอย่างขอไปที เพราะนางก็ไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือไม่ ส่วนองค์หญิงยังคงนั่งเงียบไม่พูดไม่จา จนบรรยากาศภายในห้องโถงดูอึดอัดจนดูน่าเบื่อ
“เดี๋ยวกระหม่อมจะให้บ่าวมาช่วยยกของไปที่เรือนที่องค์หญิงจะพัก”ชุนไห่กล่าวขึ้น องค์ชายรองจึงเป็นคนช่วยคลายสถานการณ์นี้เสียเอง
“คุณหนูชุนช่วยพาข้าเดินชมสวนจวนแม่ทัพได้หรือไม่?”
“ได้เพคะ”ลี่อิงดีใจที่จะได้หลุดออกไปจากความรู้สึกแสนอึดอัดนี้ ก่อนจะลุกนำทางองค์ชายออกไป แต่ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะตามออกมาด้วยเช่นกัน องค์ชายรองพอจะมองออกว่านางรู้สึกอึดอัดจึงเริ่มชวนนางสนทนา จากที่ดูเย็นชาพอได้คุยกับนางมากขึ้น เขาก็เริ่มผ่อนคลายและเริ่มพูดเป็นกันเองกับนางมากขึ้น ลี่อิงเองก็เริ่มหายจากอาการเกร็งและประหม่า จึงพูดคุยได้อย่างลื่นไหล
“วันนี้หม่อมฉันเตรียมอาหารไว้หลายอย่าง องค์ชายจะอยู่เสวยหรือไม่เพคะ?”
“เจ้าทำเป็นด้วยหรือ?
“เป็นสิเพคะ วันนี้หม่อมฉันตั้งใจทำสุดฝีมือเลย”
“เห็นเสด็จแม่บอกว่าเจ้าขอสิทธิ์เลือกคู่ครองด้วยตนเอง หมายความว่าอย่างไร?”องค์ชายสามห่าวอี้ถามขึ้นเพราะอยากรู้ว่านางต้องการเช่นนั้นจริงหรือ
“ที่หม่อมฉันเอ่ยขอเช่นนั้น เป็นเพราะไม่อยากถูกบังคับให้แต่งกับใคร หม่อมฉันอยากเลือกคู่ครองด้วยตนเอง อีกอย่างหม่อมฉันอายุยังน้อยและยังอยากทำการค้า และที่สำคัญอยากดูแลท่านพ่อด้วยเพคะ”ลี่อิงเอ่ยบอกโดยเลี่ยงที่เอ่ยถึงแต่งเข้าราชวงศ์ แต่องค์ชายสามก็พอจะเข้าใจเป็นอย่างดี นึกชื่นชมที่นางมีจุดยืนที่ชัดเจน ก่อนจะยกยิ้มเริ่มสนทนาอย่างเป็นกันเองมากขึ้น
“หากข้าจะแวะมาที่นี่บ่อยๆจะได้หรือไม่ เอ่อข้าหมายถึงมาเยี่ยมน้องหญิง”
“ได้เพคะ อาหารคงเตรียมเสร็จแล้วเราเข้าไปด้านในกันเถอะเพคะ”พอเห็นองค์ชายพูดคุยเป็นกันเอง ลี่อิงก็เริ่มเป็นตัวของตัวเองเช่นกัน มีเพียงองค์ชายสี่ที่ยังคงเงียบครึมและเย็นชา ลี่อิงแอบคิดในใจเขาไม่เมื่อยหน้าหรืออย่างไร
พอมาถึงห้องอาหารก็เห็นองค์หญิงและแม่ทัพชุนไห่ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว พอชุนไห่เห็นองค์ชายเดินเข้ามา ก็รีบลุกเชื้อเชิญให้นั่ง ลี่อิงนั่งข้างบิดาด้านขวามือมีองค์ชายรองนั่ง ลี่อิงมองอาหารวันนี้อย่างพอใจ ต้มกระดูกหมูใส่หัวไช่เท้า ผัดถั่วงอกใส่เต้าหู้ ไก่ผัดขิง ปลานึ่งซีอิ้ว
“อาหารพวกนี้เจ้าทำเองหมดเลยหรือ?
“เพคะ”ลิ่อิงเอ่ยตอบด้วยความภาคภูมิใจ ชุนไห่เองก็ภูมิใจอยู่ไม่น้อยมองนางอย่างเอ็นดู
“องค์ชาย องค์หญิง เชิญลงมือเถิดพ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียก่อน”ชุนไห่เอ่ยขึ้น
องค์ชายรองจื้อหยวนหยิบตะเกียบมาคีบปลานึ่งซีอิ้วเข้าปาก ก่อนจะนิ่งเงียบไปในทันทีกับรสชาติที่แสนจะคุ้นเคย รสชาติอาหารคล้ายกันกับเสด็จแม่ทำมิมีผิด อร่อยและไม่มีกลิ่นคาวปลาเลยสักนิด เขายกยิ้มพอใจก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
“พวกเจ้าก็ลองดูเถิด ข้าว่าพวกเจ้าต้องแปลกใจเป็นแน่ อาหารนี้รสชาติดีมาก ถ้าไม่บอกว่าใครเป็นคนทำข้าคิดว่าต้องเป็นฝีมือเสด็จแม่เป็นแน่”องค์ชายสาม องค์ชายสี่ องค์หญิงห้า ฟังอย่างไม่อยากเชื่อก่อนจะพากันคีบอาหารเข้าปากเพื่อพิสูจน์ จากนั้นก็พากันทำหน้าประหลาดใจ นี่มันฝีมือของเสด็จแม่ชัดๆ จะเป็นไปได้อย่างไรที่นางมีฝีมือในการทำอาหารได้ดีขนานนี้ เฉินห่าวรันแอบสังเกตุท่าทางของลี่อิง ที่ดูภูมิอกภูมิใจในฝีมือการทำอาหารของตนก็นึกหมั่นไส้
“รสชาติอาหารนี้ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด จะเทียบเท่าฝีมือของเสด็จแม่ได้อย่างไร ข้ากินไม่ลงหรอกบอกตรงๆ”
“......???.” องค์ชายรอง องค์ชายสาม โดยเฉพาะองค์หญิงห้าแม้จะไม่ค่อยชอบลี่อิงที่เป็นสาเหตุให้นางมาอยู่ที่นี่ แต่นางก็ต้องยอมรับว่าอาหารที่นางทำรสชาติดีมากจริงๆ พี่ชายนางพูดเกินจริงไปหรือเปล่า ลี่อิงใบหน้าสลดลงเล็กน้อย นางรู้ว่าเขาไม่ชอบนางอาหารที่นางทำเขาก็คงไม่ชอบตามไปด้วย องค์หญิงห้าที่มีอายุมากกว่าลี่อิงสี่ปีเห็นสีหน้านางก็นึกสงสาร
“ลี่อิงเจ้าไม่ต้องใส่ใจ อาหารนี้รสชาติดีและอร่อยมาก เรื่องที่ผ่านมาข้าต้องขอโทษเจ้า วันนี้ข้าจะกินอาหารที่เจ้าทำให้หมดเลย พี่รอง พี่สาม ลงมือเถิดเพคะปล่อยให้คนที่เขาไม่อยากกิน หิ้วท้องกลับไปกินที่วังก็แล้วกัน”เฉินห่าวรันพอโดนแขวะก็เริ่มหน้าตึง มองพวกเขาเริ่มกินอาหารโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิด นี่พวกเขาย้ายไปเป็นพรรคพวกของนางเพราะอาหารหรือ?