ตอนที่12 กลั่นแกล้ง

1648 Words
เช้าวันต่อมาทั้งสี่สาวก็เตรียมตัวเข้าวัง แม้จะไม่เต็มใจเท่าใดนัก แต่ก็ไม่สามารถขัดพระประสงค์ของไทเฮาได้ จึงได้แต่ยอมรับกับตนเองว่า โชคชะตานี้พวกนางคงหนีไม่พ้นแล้วจริงๆ ลี่อิงมองดอกบัวสีชมพูที่ปรากฏบนข้อมือ ก่อนจะนึกถึงคำพูดของศิษย์พี่ในมิติ โชคชะตาได้กำหนดเอาไว้แล้ว พวกนางทั้งสี่จะต้องปกป้ององค์ชาย และช่วยเหลือผู้คนให้พ้นภัย จากนางมารบุปผาแดงและจอมเวทย์ลัทธิมาร รถม้าได้แล่นมาจอดที่หน้าวัง ก่อนจะมีขันทีมายืนรอรับให้ไปแต่ละตำหนักขององค์ชาย ลี่อิงเดินตามขันทีไปที่ตำหนักขององค์สี่ ลี่ถิงไปตำหนักองค์ชายรอง ลี่จินไปตำหนักองค์ชายสาม และลี่เซียนไปตำหนักของฮ่องเต้ ลี่อิงเมื่อมาถึงก็รีบเข้าไปรายงานตัวกับองค์ชาย ซึ่งเขาเองก็มองนางอย่างเฉยชา จนลี่ถิงต้องแอบเบ้ปากนินทาเข้าในใจ เย็นชาเหลือเกิน บุรุษผู้นี้เป็นเนื้อคู่นางจริงหรือ?ก่อนนางจะตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ในเมื่อหลีกหนีโชคชะตาไม่ได้ ก็เผชิญหน้าไปเลยง่ายดี สตรียุคใหม่เช่นนางสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว บุรุษยุคโบราณเต่าล้านปี ไม่มีทางทันเล่ห์เหลี่ยมมารยาของนางแน่ ในเมื่อเขาเป็นเนื้อคู่ของนาง นางก็จะเดินหน้าเกี้ยวเขาเอง “องค์ชายหิวหรือไม่เพคะหม่อมฉันจะไปทำอาหารมาให้” “ไม่”เฉินห่าวรันตอบกลับมาอย่างเย็นชา โดยสายตายังคงเพ่งอ่านตำราในมือโดยไม่หันมามองนางสักนิด ลี่อิงจึงหันไปหาอู๋หยวนที่ยืนอยู่ข้างประตู “พี่อู๋หยวน ข้าอยากไปที่ครัวท่านพาข้าไปได้หรือไม่?” “คุณหนูต้องการสิ่งใดเดี๋ยวข้าจะไปบอกพ่อครัวให้ขอรับ” “ข้าอยากไปทำด้วยตัวเองเจ้าค่ะ”ลี่อิงคิดอยากหาอะไรทำฆ่าเวลา เพราะอยู่ในนี้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก บุรุษหน้าน้ำแข็งทำเอานางแทบไม่มีอากาศหายใจ เฉินห่าวรันแม้จะไม่ใส่ใจ แต่บทสนทนาก็ทำให้เขาได้ยิน จึงเอ่ยออกไปด้วยความรำคาญ “พานางไปซะทีข้าจะอ่านตำรา”อู๋หยวนรับรู้ได้ว่าเขาเริ่มอารมณ์ไม่ดี จึงรีบพาลี่อิงออกไปที่ครัวหลวงทันที พอนางไปแล้วเขาก็วางหนังสือลง แล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย ยิ่งหลีกหนีก็ยิ่งพบเจอเขาจะทำอย่างไรดี ทางด้านลี่ถิงเมื่อมาถึงตำหนักองค์ชายรอง ก็เข้าไปรายงานตัว เฉินจื้อหยวนคิดแผนการรอนางมาทั้งคืน ว่าจะหาวิธีแกล้งนางอย่างไรดี ที่ไม่ให้มองออกว่าเขาตั้งใจ เพราะเสด็จแม่ได้รับสั่งห้ามรังแกนาง หากนางรู้เขาต้องถูกลงโทษ แต่เขาก็คิดหาวิธีว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ดูเหมือนกลั่นแกล้งจนเกินไป “ถวายบังคมองค์ชาย” “อืมมาแล้วหรือเจ้ามาช่วยข้าคัดตำราพวกนี้”ลี่ถิงมองกองหนังสือตำราที่วางตั้งไว้หลายสิบเล่ม “หมดนี่เลยหรือเพคะ?” “ใช่”เฉินจื้อหยวนมองสีหน้านางที่ยามนี้เริ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างสะใจกับแผนการกลั่นแกล้งเล็กๆน้อยๆนี้ ลี่ถิงเห็นสีหน้าของเขาก็พอจะเดาออก นางจึงเดินไปหอบหนังสือบนโต๊ะตรงหน้าเขา แล้วยกไปนั่งเขียนอีกโต๊ะหนึ่งที่ได้จัดเตรียมไว้ ก่อนจะเริ่มฝนหมึกแล้วคิดแผนเอาคืนเขาในใจ อยากให้นางคัดตำราได้นางจะคัดให้เป็นอย่างดี เฉินจื้อหยวนเห็นนางเริ่มเขียน ก็ยกยิ้มด้วยความพอใจ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นกิริยาท่าทางของนางที่เปลี่ยนไป เหตุใดนางถึงดูมีความสุขขนานนั้น ก่อนที่เขาจะตัดสินใจลุกขึ้นไปดูใกล้ๆ “นี่เจ้าทำอะไร!”เฉินจื้อหยวนโกรธแทบควันออกหู “วาดรูปเพคะ”ลี่ถิงฉีกยิ้มเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ “ข้าบอกให้คัดลอกตำราไม่ใช่ให้วาดรูป”เขาเอ่ยน้ำเสียงเยียบเย็น “หม่อมฉันเขียนหนังสือไม่เก่ง ทำไม่ได้หรอกเพคะ”ลี่ถิงลอยหน้าลอยตาตอบกลับมา ทำให้เขาต้องพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โทสะภายในอย่างสุดความสามารถ “แล้วนี่เจ้าวาดรูปอะไร?” “องค์ชายรูปงามเพคะ”องค์ชายรองพอได้คำตอบก็สะบัดชายเสื้อเดินจากไปด้วยความโมโห นี่นางตั้งใจยั่วโทสะเขาชัดๆ องค์ชายรูปงามอย่างนั้นหรือ หน้าตาบุรุษในรูปน่าเกลียดขนานนั้น นางล้อเลียนเขาแน่นอน ฝากไว้ก่อนเถอะ ทางด้านลี่จินพอมาถึงตำหนักองค์ชายสาม ก็เข้าไปทักทายเขาตามมารยาทที่พึงกระทำ แต่เขากลับมองนางเหมือนเป็นอากาศธาตุ ลี่จินเองก็ทำตัวไม่ถูกว่าควรจะทำตัวเช่นไรดี ในเมื่อเจ้าบ้านแสดงออกชัดเจนว่าไม่ยินดีต้อนรับ เฮ้อเบื่อจริงๆบุรุษยุคโบราณผู้แสนเย็นชา แต่ว่าใครสนกันในเมื่อมีไทเฮาผู้ยิ่งใหญ่ให้การสนับสนุน นางก็จะทำให้เขาเอ่ยปากพูดกับนางให้ได้ ว่าแล้วลี่จินก็เริ่มทำความสะอาดอย่างขมักเขม้น แต่ทันใด “เพล้ง!!” เสียงโถแจกันตกลงมาแตกดังสนั่น ทำเอาเฉินห่าวอี้หันมามองด้วยความตกใจ แต่ยังคงรักษาอาการนิ่งสงบเอาไว้ ก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับตำราในมือ อย่างไม่ยินดียินร้ายใดๆ ก่อนมีเสียงตามมาอีกครั้ง “เพล้ง!!แล้วก็ เพล้ง!! จนคราวนี้เขาต้องหันมาจ้องนางอย่างเอาเรื่อง “ขออภัยเพคะองค์ชายหม่อมฉันมือไม้อ่อนไร้เรียวแรง หยิบจับอะไรก็หลุดมือ” “ข้าคิดว่าเจ้าตั้งใจ ดีงั้นข้าจะให้เจ้ารับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด” “หม่อมฉันยินดีรับผิดชอบทั้งตัวและหัวใจเลยเพคะ”ลี่จินเอ่ยตอบออกไปแถมมองเขาตาปริบๆ อย่างสำนึกผิด แต่การกระทำของนางยิ่งทำให้เขาโกรธขึ้นไปอีก “เจ้าเป็นสตรีเหตุใดพูดจาไร้ยางอายเช่นนี้ สกุลชุนอบรมสั่งสอนเจ้าอย่างไรกัน” “สกุลชุนของหม่อมฉันสั่งสอนมาดีมากเพคะ เป็นสตรีต้องรู้จักวางตัวให้เหมาะสม แต่ว่าหากเจอบุรุษที่ถูกตาต้องใจ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องสงวนท่าที องค์ชายรูปงามขนานนี้ หม่อมฉันตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น จึงยินดีชดใช้สุดกำลังเพคะ” “นี่มันตรรกะอะไรของเจ้า”เฉินห่าวอี้แม้ภายในใจจะโกรธแต่แอบเขินอายกับคำพูดของนาง “เก็บกวาดให้เรียบร้อย แล้วก็ไม่ต้องหยิบจับอันใดนั่งอยู่นิ่งๆ” “เพคะ”ลี่จินแอบยกยิ้มที่สุดท้ายเขาก็ยอมพูดกับนาง แต่ในเมื่อเล่นใหญ่แล้วมันต้องเล่นให้สุด “โอ้ยยยย”ลี่จินเก็บเศษกระเบื้องที่หล่นแตกกระจาย แต่เจตนาให้เศษกระเบื้องบาดนิ้วมือของนาง ลี่จินก็อยากรู้ว่าเขาจะเป็นบุรุษเย็นชาอย่างที่แสดงออกมาหรือไม่ เฉินห่าวอี้รีบลุกขึ้นมาดูนางทันทีด้วยความตกใจ ก่อนจะดึงนางไปนั่งบนเก้าอี้ แล้วเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมา ลี่จินแอบยิ้มด้วยความพอใจ ที่แท้ก็แข็งนอกอ่อนในสินะ ก่อนเขาจะหันไปสั่งให้จงหานองค์รักษ์ข้างกาย ไปตามนางกำนัลให้มาเก็บกวาด ส่วนเขาก็เริ่มทำแผลให้ลี่จินด้วยตนเอง ลี่จินแอบมองเขาอยู่เงียบๆ มุมนี้ขององค์ชายก็น่ารักดีเหมือนกัน ทางด้านลี่เซียนเมื่อมาถึงห้องทรงอักษร ก็เห็นฮ่องเต้หนุ่มที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าเขาเรียบนิ่งไม่บ่งบอกว่าอยู่ในอารมณ์ใด ฮ่องเต้หมิงเจ๋อกวาดตามองนางอย่างละเอียด นางช่างเป็นสตรีที่งดงามอย่างไร้ที่ติ แต่เขาก็ไม่ชอบนางอยู่ดี “ถวายบังคมฝ่าบาท” “ตามสบาย มาฝนหมึกให้ข้า” “เพคะ”เฉินหมิงเจ๋อปรายตามองนาง ที่ดึงแขนเสื้อขึ้นเพื่อให้ถนัดในการฝนหมึก เขาจะแลเห็นดอกบัวสีน้ำเงินบนข้อมือของนาง ก่อนจะละสายตามาจดจ่อกับการเขียนตอบฎีกาตรงหน้า หลังจากนั้นทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่รู้ ลี่เซี่ยนที่ยืนฝนหมึกเริ่มเหนื่อยล้าจนยืนแทบไม่อยู่ เจ้าฮ่องเต้บ้าอำนาจจะให้ฝนหมึกไปถึงเมื่อใด ยิ่งนานก็ยิ่งเมื่อยแถมง่วงอีกต่างหาก ตาของนางใกล้จะปิดเต็มทีแล้ว และแล้วทุกอย่างดับมืดลง ก่อนจะเสียงดังโครมตามมา ลี่เซี่ยนตกใจสะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนจะพบว่านางได้ทรุดนั่งอยู่กับพื้น และหมึกที่นางฝน มือของนางได้ไปปัดตกมาหล่นใส่หัว ยามนี้สีของน้ำหมึกไหลไปตามใบหน้าและอาภรณ์ของนาง จนดูมอมแมมไปหมด ฮ่องเต้เฉินหมิงเจ๋อในคราแรกเขาตกใจ แต่ต่อมาก็หลุดหัวเราะออกมา เมื่อเห็นสภาพที่ดูไม่ได้ของนาง ลี่เซียนเมื่อเห็นเขาเอาแต่หัวเราะก็แอบนึกเคืองอยู่ในใจ “ขออภัยฝ่าบาทหม่อมฉันทำขายหน้าแล้ว” “เจ้าก็ไปเปลี่ยนอาภรณ์และพักผ่อนเถิด วันนี้ก็พอแค่นี้”เขาเอ่ยยิ้มๆอย่างอารมณ์ดี นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่เจอเรื่องน่าขันอย่างวันนี้ จากสตรีงดงามกลายเป็นลูกแมวตกโคลน ลี่เซียนลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลน่าขายหน้าชะมัด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD