ตอนที่10 ทะลุมิติมาจากที่เดียวกัน

1475 Words
พอเข้ามาในห้องโถงลี่อิงก็ให้บ่าว ยกน้ำชาและขนมมาให้ผู้มาเยือน ลี่ถิง ลี่จิน ลี่เซียน ที่พอเห็นขนมก็ถึงกับตกใจนี่มันขนมเค๊ก!เป็นไปได้หรือไม่ว่า..ลี่อิงจะทะลุมิติมาเช่นเดียวกับพวกนาง จะมีเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้จริงๆ หรือ? สามสาวมองหน้ากันไปมา ส่วนลี่อิงที่เห็นกิริยาท่าทางของพวกนางก็เริ่มสงสัย หรือพวกนางจะรู้จักขนมชนิดนี้ แต่ทว่าหากรู้จักขนมชนิดนี้ก็แสดงว่าพวกนาง… ไม่จริงใช่หรือไม่? “พวกเจ้าสามคนไปคุยกับข้าหน่อย” ลี่ลิงรีบลุกขึ้นแล้วดึงพวกนางไปที่เรือนทันที พอมาถึงก็รีบเอ่ยถาม “พวกเจ้าทะลุมิติมาใช่หรือไม่?” ลี่ถิง ลี่จิน ลี่เซียน มองหน้ากันก่อนจะพยักหน้ายอมรับ ลี่อิงเบิกตาโตกับคำตอบก่อนจะโผเข้าไปสวมกอดพวกนางแน่น ความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกประเดประดังเข้ามา น้ำตาแห่งความดีใจเอ่อล้น “พวกเจ้ามาจากที่ใด?” “ข้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่เจ้าเชื่อหรือไม่ว่า พวกข้าเป็นคนไทยเกิดและเติบโตอยู่ในซอยบงกช และทะลุมิติมาอยู่ในร่างของลี่เซียน บุตรสาวของเสนาบดีฝ่ายตรวจการ” ลี่เซียนเอ่ยตอบ ลี่อิงพอได้ยินว่ามาจากซอยบงกช ก็ถึงกับใจเต้นแรงนี่มันซอยเดียวกันกับนางที่เกิดในยุคปัจจุบัน นี่มันเป็นเรื่องแปลกและมหัศจรรย์เกินไปแล้ว “ข้าก็มาจากที่เดียวกันกับพวกเจ้าซอยบงกช” ลี่อิงเอ่ยขึ้น “หา!...เจ้าว่าอะไรนะ? สามสาวร้องขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ “ตอนที่ข้ามาก็มีจี้หยกติดตัวมาด้วย ว่าแต่พวกเจ้ามีหรือไม่?” ลี่อิงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น “พวกข้ามีหมดทุกคน” ลี่จินเป็นคนเอ่ยตอบ พอลี่อิงได้คำตอบก็นึกถึงคำพูดของไทเฮาที่ว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของโชคชะตา ก่อนลี่อิงจะคิดอะไรได้ขึ้นมา “พวกเจ้าจับมือข้าแล้วหลับตาข้าจะพาไปที่หนึ่ง” ทุกคนทำตามอย่างไม่รีรอ ก่อนลี่อิงจะบอกให้ทุกคนลืมตา ใช่ลี่อิงพาพวกนางมาที่มิติศักดิ์สิทธิ์ ที่ตอนนี้มีเพียงแค่สามบ่อของดอกบัว บ่อแรกสีน้ำเงิน บ่อที่สองสีแดง และบ่อที่สามสีม่วงำ้เงิน บ่อที่สองสีแดง และบ่อที่สามสีม่วง “ที่นี่คือ?” ลี่ถิงเอ่ยถามอย่างสงสัย “ที่นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ หากเป็นไปตามที่ข้าคิด พวกเจ้าคงเป็นเจ้าของบ่อดอกบัวเหล่านั้น พวกเจ้าลองสัมผัสดู หากสีไหนเป็นของเจ้าก็จะส่งแสงเปล่งประกาย” ทั้งสามสาวทำตามที่ลี่อิงบอกโดยไม่ถามใดๆ สีน้ำเงินเป็นของลี่เซียน สีม่วงเป็นของลี่จิน ส่วนสีแดงเป็นของลี่ถิง ลี่อิงแนะนำให้พวกนางให้ทำอย่างที่ไทเฮาบอกนางก่อนหน้านี้ ยามนี้บ่อดอกบัวทั้งสามเปล่งแสงทอประกาย ก่อนจะจางหายไปพร้อมกับบ่อดอกบัวที่ลอยเข้าไปอยู่ในจี้หยก ก่อนลี่อิงจะให้พวกนางมาจับมือกันอีกครั้ง พอลืมตาก็กลับมาอยู่เรือนของลี่อิงอีกครั้ง “น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว” ลี่เซียนเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น “หากว่าโชคชะตาพาพวกเรามาอยู่ที่นี่ แล้วยังให้บ่อน้ำวิเศษและยังให้มิติอีกด้วย คงจะมีต้องเหตุผลบางอย่างเป็นแน่ ถึงให้พวกเราสี่คนทะลุมิติมาอยู่ที่นี้พร้อมกัน” ลี่จินเอ่ยขึ้นมาบ้าง “เคยแต่อ่านนิยายดูซี่รีย์พอเจอกับตัวแบบนี้ ก็แทบไม่เชื่อตาตัวเอง” ลี่ถิงเอ่ย “จะอะไรก็ช่างเถิดไหนๆ พวกเจ้าก็มากันแล้ว ข้าดีใจมากที่ได้พบกับพวกเจ้า ถ้าเช่นนั้นอยู่ค้างกับข้าสักสองสามวันดีหรือไม่? แล้วพวกเราค่อยมาช่วยกันหาคำตอบไปด้วยกัน” “ได้ๆ ข้าก็คิดจะอยู่ค้างกับเจ้าอยู่เหมือนกัน เช่นนั้นเรากับไปที่ห้องโถงกันเถอะ” ลี่เซียนเอ่ยก่อนจะพากันเดินไปที่ห้องโถง ตำหนักไทเฮา เช้านี้ซูหนี่ว์ไทเฮาตื่นขึ้นมาก็มีเรื่องให้คิดมากมาย เมื่อคืนพอนางหลับก็ได้ไปเยือนสถานที่ในมิติแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนั้นนางพบกับสตรีที่แต่งชุดอาภรณ์สีขาวทั้งชุด ใบหน้านางงดงามดั่งเทพเซียนบนสวรรค์ ท่าทางดูอ่อนโยนและจิตใจดี สตรีนางนั้นเชื้อเชิญให้ไทเฮานั่งลงบนโต๊ะหิน ก่อนจะยกยิ้มมองไทเฮาอย่างนิ่งสงบ “ข้าเป็นเจ้าของดอกบัวสีขาว ยามนี้ข้าบรรลุการบำเพ็ญเพียรมาแล้วหนึ่งพันปี ในฐานะที่ข้าเป็นดั่งศิษย์พี่ของเจ้า จึงอยากมาบอกเจ้ากับบางเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น ยามนี้นางมารบุปผาแดงและจอมเวทย์ลัทธิมาร ได้หลุดพ้นการบำเพ็ญเพียรหนึ่งร้อยปีแล้ว หลังจากนี้บ้านเมืองคงจะเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้น ราษฎรและชาวบ้านต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างแน่นอน ตัวเจ้าเองก็แก่ชราลงพลังยุทธก็เริ่มถดถอย แต่เจ้าไม่ต้องกังวลข้าได้ดึงเด็กสาวมาจากอีกโลกหนึ่ง พวกนางทั้งสี่คนเป็นคนที่ข้าเลือกเองกับมือ ให้มาคอยปกป้องแว่นเเคว้นและชาวประชา อีกทั้งพวกนางยังเป็นคู่วาสนาของบุตรชายของเจ้า” “เหตุใดในนิมิตข้าเห็นเพียงลี่อิง?” ไทเฮาเอ่ยถามอย่างสงสัย “นั่นเป็นเพราะจิตและพลังของเจ้าเริ่มถดถอยลงตามวันและเวลา หลังจากเจ้าสิ้นอายุขัยก็ต้องมาบำเพ็ญเพียรเช่นเดียวกันกับข้า” “แล้วเด็กสาวทั้งสี่มีใครบ้างหรือศิษย์พี่? “บุตรสาวแม่ทัพชุนไห่และบุตรสาวเสนาบดีฝ่ายตรวจการ” พอได้ยินว่าเป็นบุตรสาวของสหายคนสนิทของพระสวามี ไทเฮาก็ตกใจตาโต “แล้วความสามารถของพวกนาง จะรับมือกับคนเหล่านี้ได้หรือ?” ไทเฮาอดกังวลไม่ได้เลย “เจ้าไม่ต้องห่วงพวกนางเป็นศิษย์ของข้า ความสามารถของพวกนางไม่ด้อยแน่นอน แต่สิ่งที่ข้ากังวลก็คือ นางมารบุปผาแดงตามหาหัวใจของบุรุษสี่ดวงมาช้านาน ตามที่ข้าตรวจดูวันเดือนปีเกิด บุรุษทั้งสี่คนที่นางต้องการเอาหัวใจไปเป็นยาก็คือบุตรชายทั้งสี่ของเจ้า ส่วนจอมเวทย์ลัทธิมารก็ต้องการหัวใจของเด็กสาวเช่นเดียวกัน เพื่อไปเสริมความเป็นอมตะให้กับตัวเขา องค์ชายทั้งสี่มีวรยุทธเก่งกาจแต่ไร้ซึ่งพลังที่แข็งแกร่ง จำเป็นต้องพึ่งพาพลังปราณของคู่ชีวิตที่เกื้อหนุนกัน” “แต่ว่าบุตรชายของข้าไม่ชอบบุตรสาวขุนนางเอามากๆ แล้วจะทำอย่างไรดี?” ไทเฮาเริ่มหนักใจเพราะรู้นิสัยของบุตรชายดี “คู่กันแล้วไม่แคล้วกันเจ้าไม่เข้าใจหรืออย่างไร” ไทซ่างห่วงที่เห็นไทเฮาเอาแต่นั่งเหม่อลอย ก็รีบว่างหนังสือในมือลง แล้วลุกเดินมานั่งข้างๆ “เจ้าคิดอะไรอยู่หรือ?” “ท่านพี่” ไทเฮาตัดสินใจเล่าเรื่องราวในมิติให้เขาฟังอย่างละเอียด เฉินตงหยางฟังแล้วก็ยกยิ้มตาเป็นประกาย โอรสของเขามีคู่วาสนาเหมือนกันกับเขา เขาก็อยากจะรู้ว่าพวกเขาจะลงเอยด้วยกันอย่างไร “ข้าละกังวล ขนานฮ่องเต้แต่งงานมีฮองเฮา จนป่านนี้ก็ยังไม่ยอมร่วมห้องกับฮองเฮา บอกทุกอย่างเป็นเพียงข้อตกลงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่จำเป็นต้องร่วมหอ” “ทางฝั่งฮองเฮาก็เห็นด้วยในคราแรกไม่ใช่หรือ?” ” ก็ใช่เพคะแต่ว่านานวันดูเหมือนฮองเฮาจะเริ่มชอบฮ่องเต้ขึ้นมา และอยากจะครอบครองเขาแต่เพียงผู้เดียว” ความรู้สึกของสตรีนางเขาใจดี ฮ่องเต้เป็นบุรุษรูปงามมีหรือจิตใจของสตรีจะไม่อ่อนไหว แต่ว่าโอรสของนางนี่สิใจแข็งดั่งหินผา แล้วคู่แท้ของเขาจะฝ่าด่านนี้ไปได้หรือ พอคิดมาถึงตรงนี้ นางก็อยากรู้แล้วสิว่าใครคือคู่ชีวิตของฮ่องเต้ ลี่ถิง ลี่จิน หรือว่าลี่เซียน “ท่านพี่ข้าได้ข่าวว่าเสนาบดีชุนเต๋อพาบุตรสาวไปเยี่ยมท่านแม่ทัพ มิสู้เราไปหาพวกเขากันวันนี้เลยดีหรือไม่” “อืมดี” เฉินตงหยางยกยิ้มด้วยความพอใจ หากเป็นบุตรสาวของสหายสองคนนี้เขายินดีโดยไร้ข้อกังขา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD