โชคชะตายังเล่นตลกกับชีวิตเราไม่พออีกหรือ?
“บางคำถามในความสัมพันธ์ไม่เคยต้องการคำตอบ แต่มันแค่โคตรเจ็บปวดที่ไม่ได้ยินแม้แต่คำลา”
กริ๊ง...
เสียงกระดิ่งดังขึ้นเมื่อลูกค้าคนแรกของวันเปิดประตูออกไปพร้อมกับในมือที่ถือแก้วกาแฟของร้าน ขณะที่เสียงหวานสดใสของหญิงสาวเจ้าของร้านเอ่ยตามหลัง
“คอฟฟี่มิ้ว...ขอบคุณค่ะ”
กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยอบอวลทั่วร้านเล็ก ๆ ที่เพิ่งเปิดใหม่ ซึ่งในร้านมีโต๊ะเพียง 10 โต๊ะเท่านั้น
บรรยากาศอบอุ่นของร้านสไตล์มินิมอล ตกแต่งด้วยตุ๊กตากระเบื้องเคลือบเล็ก ๆ น่ารักดึงดูดสายตา
ยังมีกระถางกุหลาบสีหวานที่วางเรียงรายอยู่ในรอบ ๆ ส่งกลิ่นหอม ๆ ยิ่งทำให้น่าเข้าไปนั่งปลดปล่อยอารมณ์ที่ตึงเครียดให้ผ่อนคลาย
ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมาะที่จะเป็นมุมสงบของคนที่อยากหนีจากความวุ่นวายของโลกภายนอก
แม้แค่เพียงชั่วพักชั่วครู่ก็ยังดี
หลังเคาน์เตอร์ เจ้าของร้านสาวสวยในผ้ากันเปื้อนสีพาสเทลยืนยิ้ม มือเรียวเล็กเช็ดถ้วยกาแฟด้วยท่าทางคล่องแคล่ว หญิงสาวผู้ใบหน้าหวานริมฝีปากปากที่ชอบยิ้มทำให้โลกสดใส ราวกับว่าตัวเธอนั้นไม่มีเรื่องอะไรที่ทำให้เครียดแต่สิ่งที่เห็นอาจจะไม่เป็นอย่างที่คิด
ถึงแม้จะรู้สึกเหนื่อยล้าจากการจัดร้านและเตรียมของตั้งแต่เช้า แต่พอได้เห็นลูกค้าเข้ามาใบหน้าของเธอก็สดใสแช่มชื่นยินดีต้อนรับด้วยใบหน้าอิ่มเอิบ
กริ๊ง...
“คอฟฟี่มิ้ว...ยินดีต้อนรับค่ะ”
เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวที่ก้าวเข้า ร่างสูงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าไร้รอยยิ้ม ตาคมกริบสีดำสนิทของเขากวาดมองร้านด้วยสายตาที่เหมือนกำลังประเมิน เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาที่ร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดใหม่ที่ได้ยินพวกเพื่อนร่วมงานพากันพูดถึง
"รับอะไรดีคะ?"
เสียงใสของเจ้าของร้านดึงเขาออกจากภวังค์ ดวงตาคมสบเข้ากับเธอโดยไม่ตั้งใจ และชั่วพริบตา...แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งเช่นเดิม
‘ปลายฝัน…’ ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที
ไม่ต่างจากสาวสวยผู้เป็นเจ้าของร้าน เธอเองก็ตะลึงงันไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะในทันที
ปลายฝันเองก็รู้ตัวตั้งแต่แรกว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือใคร แม้เวลาจะผ่านไปถึงสามปี แต่เธอไม่มีทางลืมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมเยือกเย็นของเขาได้
‘ภาวินทร์…’ อดีตแฟนหนุ่มที่เคยทำให้โลกของเธอเต็มเปี่ยมด้วยความสุข อย่างที่ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้รับมาก่อนแต่สุดท้ายแล้วมันก็ดับมืดในชั่วข้ามคืน ขณะที่หัวใจยังเต้นรัวแต่เธอก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ขอเอสเพรสโซ่” น้ำเสียงเยือกเย็นของเขาเอ่ยขึ้น ใบหน้าสง่างามสงบนิ่งจนคาดเดาอารมณ์ไม่ออก
"ได้ค่ะ คุณลูกค้ารอสักครู่นะคะ" ปลายฝันตอบรับพร้อมรอยยิ้มรับเงินที่เขาวางลงบนเคาน์เตอร์ก่อนเก็บเข้าลิ้นชัก จากนั้นกดออเดอร์ที่คอมพิวเตอร์ หยิบเงินทอนวางลงบนถาดโดยไม่มองหน้าเขา และหันไปชงกาแฟ พยายามไม่สนใจสายตาคมเข้มที่มองมาที่เธอ
ขณะที่เธอเตรียมกาแฟให้เขา ภาวินทร์ยกมือขึ้นกอดอกยืนมองเธออยู่ห่าง ๆ สายตาของเขาไม่ได้แค่สำรวจร้าน เพราะสายตาของเขาจับจ้องไปยังเจ้าของร้านที่ยืมก้มหน้าก้มตาทำออเดอร์ให้เขาอยู่ ร่างกายเธอดูบางลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยมีเลือดฝาดของคนสุขภาพดีกลับซีดเซียวจนเขาสังเกตได้ อะไรจะตกใจขนาดนั้น...
‘เห็นผัวเก่าแล้วหน้าซีดยิ่งกว่าเห็นผีอีกนะยัยนี่!’
เขาคิดในใจอย่างหงุดหงิด สามปีก่อนเธอจากไปโดยไม่มีคำอธิบาย ความเจ็บแค้นในใจก็ผุดขึ้นมาอีกครั้งไม่มีใครรู้ว่าตอนนั้นเขาเสียศูนย์ขนาดไหน กว่าเขาจะตั้งหลักได้อีกครั้งก็ใช้ระยะเวลานานจนตอนนี้มันจางลงไปมากแต่ตอนนี้...การได้เห็นหน้าเธออีกครั้ง กลับทำให้ทุกอย่างย้อนคืนมา มันกลับตอกย้ำสิ่งที่เธอทำกับเข้าเอาไว้
‘เธอเป็นฝ่ายทำร้ายเขาก่อน แล้วยังมีหน้ามายิ้มหน้าระรื่นให้เขาอีก จิตใจทำด้วยอะไร!!!’
"กาแฟได้แล้วค่ะ"
เสียงเล็ก ๆ ของเธอดึงเขากลับสู่ปัจจุบัน ภาวินทร์รับถ้วยกาแฟมาวางบนโต๊ะใกล้หน้าต่างและนั่งลงด้วยท่าทางสงบนิ่งใบหน้าขรึม ต่างจากอีกคนที่ถึงแม้จะคงความนิ่งเอาไว้ แต่ใครจะรู้ว่าเธอตื่นตระหนกขนาดไหนที่มาเจอกับเขาอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าโลกมันกลมหรือเป็นเพราะเวรกรรมที่เธอทำกับเขาเอาไว้กันแน่!
ปลายฝันพยายามเก็บซ่อนความสั่นไหวด้วยการเช็ดแก้วกาแฟในมือ เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอยังจดจำทุกอย่างได้ดี เธอยังคงเป็นปลายฝันคนเดิมที่อยากมองโลกในแง่ดี มีเพียงหัวใจเท่านั้นที่ไม่ได้แข็งแรงเหมือนดั่งแต่ก่อน
‘โชคชะตายังเล่นตลกกับชีวิตเราไม่พออีกหรือ...?’ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจ
มันไม่ง่ายเลยที่จะทำเป็นไม่รู้จักกับคนที่เคยเป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ
ภาวินทร์ดื่มกาแฟอย่างเงียบ ๆ แต่ในหัวของเขากลับเต็มไปด้วยคำถาม เขาอยากจะเดินไปกระชากร่างของเธอแล้วเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอน
เขาอยากจะตะโกนถามเธอว่า...
‘หายหัวไปไหนมาตั้งสามปีวะ!’
‘แล้วทำไมกลับมาตอนนี้?’
‘และทำไม...เธอถึงทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนกันวะ!’
‘ไม่สิ ผู้หญิงแบบนั้นคิดไปให้มันได้อะไร เธอแม่งน่าสมเพชชะมัด’ เขาบอกตัวเองเพื่อเตือนสติแต่ลึก ๆ ภายในใจ ภาวินทร์รู้ดีว่าเขาโกรธเธอมากเท่ากับโกรธตัวเองที่ยังรู้สึกถึงความอ่อนแอแบบเดิม ๆ ที่นึกถึงเธอมาตลอดสามปี
ภาวินทร์จิบกาแฟเงียบ ๆ สายตาจับจ้องไปยังร่างบางตรงหน้า
...เธอยังคงเป็นเธอคนเดิม
...และเขาก็ยังเป็นคนเดิมที่ไม่เคยลืมเธอได้เลย
ปัญญาอ่อนชะมัด!
เขาได้แต่คิดเคียดแค้นด้วยความหงุดหงิดมองไปยังคนที่ทำให้เขาเจ็บปวดกับความรัก จนแทบไม่เป็นผู้เป็นคนแล้วดูตอนนี้สิ...กลับมาเจอกันอีกทำไมวะ!!
ในขณะที่ก่นด่าผู้หญิงตรงหน้า แสงแดดอ่อน ที่ลอดผ่านกระจกหน้าต่างส่องกระทบใบหน้าของเธอ
ขณะที่เธอกำลังจัดวางของอยู่นั้น
ภาพนั้นทำให้เขานึกย้อนกลับไปในวันแรกที่ได้พบเธอครั้งแรกในมหาวิทยาลัย หญิงสาวหน้าหวานที่กำลังนั่งเล่นกับเจ้าหมาจรพร้อมกับพูดคุยกับมันราวกับว่ามันรู้เรื่องดึงดูดสายตาเขาจนยากจะถอน แสงแดดอ่อน ๆ ในวันนั้นกระทบใบหน้าของเธอให้ดูสดใสไม่ต่างจากตอนนี้
และนั่นเป็นวันที่เขารู้สึกได้ถึงคำว่า'รักแรกพบ'
บรรยากาศในร้านกาแฟยังคงเงียบงัน ราวกับเวลาหยุดหมุนสำหรับทั้งสองคน
แต่ในความจริงแล้วมันเต็มไปด้วยความเงียบที่เหมือนกับพิษร้ายที่กัดกร่อนหัวใจทั้งสองคนจนแหลกละเอียด
ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
ในขณะที่หญิงสาวหวาดกลัว
แต่ชายหนุ่มกับคิดแค้น
‘คงมีความสุขมากสินะ ทั้งที่เวลาของฉันต้องหยุดเดินเพราะตัวปัญหาอย่างเธอแท้ ๆ’