Coffee Milk คาเฟ่
ร้านกาแฟเล็ก ๆ ยังส่งกลิ่นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดอย่างเช่นทุกวัน
ตอนนี้เจ้าของร้านคนสวยกำลังคนส่วนผสมกาแฟสำหรับลูกค้าคนล่าสุดที่เพิ่งเดินเข้ามาสั่ง
กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วบดส่งกลิ่นหอมลอยไปถึงนอกร้าน เพียงแค่กลิ่นหอม ๆ ก็สามารถดึงดูดคนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้แวะเวียนเข้ามา
"คาปูชิโน่หวาน 50% ของลูกค้าได้แล้วค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อจัดเตรียมออเดอร์ให้ลูกค้าเสร็จ
"ขอบคุณนะคะ" เธอยิ้มให้หนุ่มน้อยนักศึกษา เมื่อเขาเดินมารับกาแฟ
"ครับพี่" หนุ่มน้อยยิ้มเขินแล้วหยิบกาแฟเดินดูดออกไปแต่ตอนออกไปก็ไม่วายหันกลับมามองเจ้าของร้านคนสวยที่ก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าจอ พลางคิดในใจว่า 'น่ารักจัง'
ส่วนปลายฝันนั้นไม่รู้หรอกว่ามีหนุ่มแอบมอง เธอยังคงทำหน้าที่ของเธอตามปกติถึงแม้ว่าเมื่อวานเธอจะพบกับคนอดีตคนรักและดูเหมือนว่าการพบกันในครั้งนี้ เธอรู้ว่ามันน่าจะไม่ใช่การพบกันครั้งสุดท้าย
แน่นอนว่าเธอรู้จักเขาดี แต่จะให้มัวหลบหน้าไม่กล้าเผชิญก็ทำไม่ได้
ในขณะที่คิดไปถึงผู้ชายคนนั้น ก็ได้ยินเสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น พร้อมกับบานประตูที่เปิดเข้ามา
ปลายฝันเงยหน้าแล้วยิ้มรับลูกค้าคนใหม่ทันที แต่คนที่เข้ามาใหม่ก็ทำให้รอยยิ้มที่แต้มอยู่บนใบหน้าค้างกลางอากาศ
ร่างสูงโปร่งในชุดกาวน์สีขาวที่เดินอาด ๆ เข้ามาใกล้ทำให้หัวใจเธอเต้นระรัวจับจังหวะไม่ได้
ภาวินทร์…อีกแล้ว
ในตอนที่เขาเดินเข้ามาใกล้เธอพยายามรักษาสีหน้าให้ดูปกติที่สุด ก่อนจะคลี่ยิ้มอีกครั้งแล้วถามเขาว่า
“Coffee Milk สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ?”
“ลาเต้”
เขาตอบสั้น ๆ พลางมองไปรอบร้านเพื่อมองหาที่นั่ง
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” เจ้าของร้านรับคำด้วยหัวใจที่ยังเต้นตึกตักไม่หยุด การที่ได้พูดกับเขาอีกครั้งมันทำให้เธอไม่อาจควบคุมตนเองได้ ยามที่เจอหน้าเขาความรู้สึกเดิม ๆ ที่ไม่เคยจางหายมันจู่โจมเข้ามาในหัวใจอีกครััง
ปลายฝันพยายามที่จะไม่สบตาและพูดคุยกับเขามากเกินความจำเป็นเพราะกลัวว่าเขาจับสังเกตได้ว่าเธอยังมีความรู้สึกดี ๆ กับเขาอยู่
หลังจากรับเงินเธอก็จัดการทำตามออร์เดอร์ที่สั่งอย่างคล่องแคล่วเพียงไม่นานกาแฟหอมกรุ่นของเจ้าของร่างสูงโปร่งก็เสร็จเรียบร้อย หญิงสาวเดินไปยังโต๊ะของเขาที่อยู่ไม่ไกลมือบางยื่นกาแฟมาตรงหน้าเขา
“กาแฟที่สั่งได้แล้วค่ะ”
เมื่อกาแฟแก้วแรกถูกเสิร์ฟ ภาวินทร์ยกขึ้นจิบเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งอีกครั้ง
“เอาอีกแก้ว”
ในตอนที่เท้าเล็กกำลังจะก้าวออก เสียงที่ดังขึ้นทำให้เธอหันกลับไปมอง สายตาเลื่อนลงไปที่แก้วกาแฟที่ยังอยู่เต็มแก้วแต่เขากลับสั่งเพิ่ม ปลายฝันเหลือบตามองคนที่กอดอกมองหน้าเธออยู่ดูก็รู้แล้วว่าวันนี้ชีวิตเธอคงไม่ง่ายสินะ!
“ได้ค่ะ” เธอตอบแล้วยิ้มให้เขาตามมารยาท
เธอชงลาเต้แก้วที่สองเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว ก่อนจะเดินมาให้เขาที่โต๊ะยื่นให้เขาแล้วถอยหลังเดินกลับเข้าไปประจำจุด แววตาคมกริบยังคงมองตามเธอด้วยสายตาเย็นชาเขายกกาแฟขึ้นจิบและวางลงก่อนจะตะโกนสั่ง
“อีกแก้ว!” เสียงที่ดังขึ้นเรียกสายตาของเจ้าของร้านคนสวยให้หันไปมองลูกค้าคนเดียวที่นั่งอยู่ด้วยความสงสัย แก้วกาแฟแก้วที่สองยังคงพร่องไปเพียงนิดเดียว
เธอรู้ว่าเขาแกล้งเธอแน่ ๆ แต่เธอเลือกที่จะไม่ถามและจัดการแก้วที่สามตามที่สั่ง จากนั้นก็ตามมาด้วยแก้วที่สี่และห้าเขาก็ยังคงทำเหมือนเดิม
สั่งเหมือนเดิมและนั่งทำหน้ายียวนคล้ายกับกำลังปั่นประสาท
ในตอนที่เธอเอาแก้วกาแฟไปเสิร์ฟและเหลือบมองหน้าเขายังเห็นสายตาเยาะเย้ยกับคิ้วคมที่ยกขึ้นสูงราวกับจะถามว่า
'เธอมีปัญหาอะไร?' ประทับอยู่บนใบหน้า
แล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากทำตามที่เขาสั่ง ดีเสียอีกเพราะเธอได้เงิน นั่นคือสิ่งที่ปลายฝันคิด แต่เรื่องมันยังไม่จบเพียงแค่เขาสั่งกาแฟเพื่อวางทิ้งไว้ให้เย็น เพราะหลังจากแก้วที่ห้าถูกวางลง ภาวินทร์ก็ยกขึ้นจิบด้วยใบหน้าเย็นชาไม่ต่างจากก่อนหน้านั้นจากนั้นเขาก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงตาเอาเสียเลย
“เอาอีกห้าแก้ว แต่ช่วยไปส่งที่ห้องพักแพทย์ด้วย เร็ว ๆ ด้วยล่ะ” เขาพูดพร้อมกับยื่นแบงก์พันวางบนถาดเปล่าของเธอ ใบหน้าที่หล่อเหลาไม่มีรอยยิ้มล้อเล่นแต่อย่างใด
ปลายฝันชะงักกับคำสั่งที่แสนจะเอาแต่ใจ ใจหนึ่งอยากปฏิเสธเพราะเธอเหนื่อยที่เขาแกล้งให้เธอชงกาแฟติด ๆ กันและยังต้องเดินไปมาอีกตั้งหลายรอบ แต่อีกใจเธอก็ไม่อยากเสียลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าคนพิเศษที่ทำให้หัวใจเธอหนักอึ้งอยู่ตอนนี้
“ได้ค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ” เธอส่งยิ้มแล้วเดินกลับไปหลังเคาน์เตอร์
ภาวินทร์นั่งไขว้ห้างยกมือขึ้นกอดอกมองหญิงสาวทำงานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพอใจ เหมือนผู้ล่าที่กำลังเพลิดเพลินกับเหยื่อที่กำลังดิ้นรนหาทางหนีทั้งที่รู้ว่าไม่มีทางไหนที่จะหนีพ้น
'หึ! ยัยปลายฝัน เป็นเธอที่กลับเข้ามาในชีวิตฉันเองนะ จะหาว่าฉันใจร้ายไม่ได้'
ร่างสูงยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะตะโกนเร่ง “เร่งมือหน่อยสิ ฉันมีเคสสำคัญต้องไปทำต่อ ไม่ได้มีเวลามาเอ้อระเหยแบบเธอนะ”
ปลายฝันรีบมือเป็นระวิงทั้งที่รู้ว่าโดนเขาแกล้งแต่ก็ยังเร่งตามเขาไม่นานทุกอย่างก็พร้อม
"ได้แล้วค่ะ"
"เธอเอาไปส่งด้วย" ทันทีที่เธอตะโกนตอบกลับเขาก็พูดขึ้น
"แต่ว่า..." ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบเขาก็เอ่ยเร่ง
“ตามฉันมาเร็ว ๆ อย่าพูดมาก เสียงของเธอมันฟังดูน่ารำคาญ!” คำพูดของเขาทำให้เธอสะอึกแต่ก็ทำหูทวนลม ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้มีหน้าที่ต้องไปส่งเพราะที่ร้านไม่มีใครอื่นอยู่แล้ว มีแค่เธอคนเดียวแต่เพราะเป็นเขาที่บังคับกันขนาดนี้ เธอก็คงต้องปิดร้านตามเขาไปสินะ
ร่างเล็กเดินตามเขาคนเอาแต่ใจออกไป ไม่ลืมพลิกป้ายหน้าร้านจาก Open เป็น close และจัดการล็อกประตูและรีบเดินตามร่างสูงที่เดินลิ่วไปไม่รอ
ภาวินทร์เดินนำเธอไปยังห้องพักแพทย์ในโรงพยาบาล ชายหนุ่มก้าวนำหน้าเธอโดยไม่แม้แต่จะช่วยถือของ เมื่อถึงหน้าห้องพักแพทย์ เขาผลักประตูเข้าไป
“เอาไปวางไว้บนโต๊ะโน้น” เขาชี้ไปยังโต๊ะกลางห้องด้วยน้ำเสียงที่ออกคำสั่ง