“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ อย่ายุ่งดีกว่า” ผู้หญิงตรงหน้ากระชากเสียง สลัดมือออกจากการเกาะกุมของพี่เดย์อย่างแรงจนหลุดออก
“ไม่เกี่ยวกับพวกคุณ! หยุดมองได้แล้ว!” ผู้หญิงคนนี้หันไปตวาดโดยรอบ ผู้คนที่อยู่แถวนี้สลายตัวทันที จะมีก็แต่ฉันกับพี่เดย์ที่ยังไม่ไปไหน ยังมองน้องด้วยสายตาเป็นห่วง
“ใจเย็นก่อนดีกว่าค่ะ น้องตัวแค่นี้...” ฉันพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเมื่อเธอยังบีบข้อมือน้องจนแดงอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่เกี่ยวกับพวกมึง อย่าเสือก!” คำหยาบที่พ่นออกมาจากคนเป็นแม่ทำเอาฉันสะอึกชั่วขณะ
“แม่ง...” พี่เดย์พึมพำเหมือนกำลังพยายามระงับอารมณ์ พอหันมองก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาดูโมโหแบบปกปิดไม่มิด
“ประกาศเนื่องจากตอนนี้มีการแจ้งเด็กหาย ทางห้างขอประทานอภัยที่ต้องเรียนให้ท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่านทราบว่า ทางเราได้ปิดทางเข้าออกชั่วคราว...” เสียงประกาศยังคงดำเนินต่อ
ขวับ! ฉันกับพี่เดย์หันหน้ามองกันและรู้ได้ตามสัญชาติญาณเลยว่า น้องคนที่ถูกทารุณต่อหน้าต่อตาคือเด็กหายที่ว่าแน่นอน
“เหี้ยเอ๊ย!” เสียงกร่นด่าดังขึ้น ก่อนที่โจรตัวร้ายจะสะบัดน้องออกอย่างแรงและหันหลังวิ่งหนี พี่เดย์กับฉันรีบเข้าไปพยุงน้องที่กำลังร้องไห้ด้วยความเป็นห่วง
“ฝากน้องฝันหวานด้วยนะครับ” พี่เดย์โพล่งขึ้นมา ก่อนจะวิ่งตามผู้หญิงคนนั้นไปทางหนีไฟ
ฉันได้ยินเสียงพี่เค้าตะโกนดังลั่น “หลบหน่อยครับ! ผู้หญิงคนนั้นเป็นโจรขโมยเด็ก!....”
“ฮือ ฮึกๆ” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นทำให้ฉันกลับมามองน้อง
“โอ๋~ ไม่เป็นไรแล้วนะคะ เดี๋ยวพี่พาไปหาคุณแม่น๊า~” ฉันรีบปลอบ เด็กน้อยปล่อยโฮโผเข้ากอดฉันไว้แน่นเหมือนคนต้องการที่พึ่ง ฉันกอดน้องตอบและลูบหัวไปด้วย...ตัวแค่นี้ต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ ขนาดนี้จะเสียขวัญขนาดไหนนะ
ผู้คนที่สลายตัวเริ่มกลับมาและถามด้วยความเป็นห่วง พี่ยามประจำห้างวิ่งเข้ามาเมื่อมีคนตะโกนตามๆ กันว่าเด็กหายอยู่ทางนี้ พี่ยามขอบคุณฉันเป็นการใหญ่ ก่อนจะใช้วิทยุสื่อสารบอกว่าเจอน้องแล้ว อีกฝั่งติดต่อกลับมา... บอกให้พาน้องไปที่ประชาสัมพันธ์ พี่ยามขออนุญาตพาตัวน้องไปแต่น้องไม่ยอมแถมยังกอดฉันไว้แน่น ฉันเลยบอกว่าขอไปส่งน้องด้วยตัวเองค่ะ
เราเดินมาที่ลิฟท์ ระหว่างนี้ฉันได้ยินเสียงวิทยุสื่อสารของพี่ยามบอกว่าขอกำลังเสริม ให้มาที่ลานจอดรถชั้น 2C คนร้ายมีอาวุธและกำลังจะทำร้ายพลเมืองดี วินาทีนี้ฉันถึงกับหน้าเสีย
“พี่เดย์ ขออย่าให้เป็นอะไรเลย” ฉันเรียกชื่อพี่เค้าด้วยอารมณ์อกสั่นขวัญแขวน รู้สึกเป็นห่วงอัดแน่นเต็มไปหมดจนพี่ยามหันมาถาม
“รู้จักพลเมืองดีที่ไปช่วยเหรอครับ”
“รุ่นพี่หนูเองค่ะ พี่เค้าวิ่งตามไปจับโจรด้วยตัวเอง” อารมณ์นี้ฉันอยากวิ่งตามพี่เดย์ไปด้วย อยากไปดูให้เห็นกับตาว่าพี่เค้าปลอดภัย แต่เพราะต้องมาส่งน้องที่กำลังเสียขวัญ ฉันเลยยังทิ้งน้องไปไหนไม่ได้
“หายากนะครับคนดีๆ แบบนี้ สมัยนี้พอไม่เกี่ยวกับตัวเองก็หนีหายกันหมด น้อยคนนักที่จะเข้าไปช่วยเหลือ” นั่นสินะ! พี่เดย์เป็นอย่างที่พี่ยามพูดเลย ขอให้คนดีอย่างพี่เดย์ปลอดภัยด้วยเถอะ!
พอมาถึงประชาสัมพันธ์ น้องก็วิ่งเข้าไปหาคุณแม่ คุณแม่ก็วิ่งเข้ามากอดน้องด้วยสีหน้าโล่งอก ก่อนที่ทั้งสองจะกอดกันแน่นและร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยกันทั้งคู่
“คุณแม่ขา หนูกลัว ฮือ!”
“แม่ขอโทษนะลูก ขอโทษที่ดูแลหนูไม่ดีพอจนถูกลักพาตัวไป” คุณแม่ของน้องพร่ำขอโทษลูกสาวในสภาพน้ำตาไหลอาบหน้า ลูบหัวลูบหลังอย่างอ่อนโยน ฉันมองภาพตรงหน้าด้วยความตื้นตัน สัมผัสได้ว่าคุณแม่เป็นห่วงลูกสาวสุดหัวใจ ซาบซึ้งในความรักของแม่ที่มีต่อน้องจนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ฮึก”
“ไม่ร้องครับ” หมับ! น้ำเสียงอ่อนโยนข้างหูรวมถึงมือใหญ่ที่ยื่นมาลูบหัวอย่างละมุนละม่อมจากทางด้านหลังทำให้ฉันหันขวับทันควัน แล้วก็เห็นพี่เดย์ในสภาพเหงื่อโทรมกายกำลังส่งยิ้มมา
“พี่เดย์ หนูกลัวพี่เป็นอะไรแทบแย่แน่ะ ฮือ!” ฉันเรียกคนตรงหน้าด้วยความโล่งอก น้ำตาไหลหนักกว่าเดิมที่เห็นพี่เค้าอยู่ตรงหน้า
สวรรค์! ขอบคุณค่ะที่ช่วยให้คนดีอย่างพี่เดย์ปลอดภัย
“พี่ปลอดภัยจนมาอยู่ตรงหน้าน้องฝันหวานแล้วไง ไม่เอาครับ หยุดร้องเถอะ” พี่เดย์ยิ้มอย่างอ่อนโยนแถมยังปลอบฉันอยู่พักใหญ่ที่ยังร้องไห้ไม่หยุด ยิ่งรู้ว่าพี่เค้าเกือบโดนโจรอีกคนที่รอในรถแทง ฉันยิ่งใจเสียเข้าไปใหญ่ โชคดีขนาดไหนที่พี่เดย์ไม่เป็นอะไร
พอคุณแม่ของน้องรู้ว่าเราสองคนเป็นฝ่ายช่วยลูกสาวตัวเองก็ค้อมหัวขอบคุณใหญ่โตจนพี่เดย์กับฉันต้องห้ามไว้ และระหว่างที่ฉันกับพี่เดย์ต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจโดยที่น้องไม่จำเป็นต้องไปเพราะตำรวจเห็นว่าแค่นี้น้องก็เสียขวัญมากพออยู่ละ
“พี่ขา” น้องเรียกเราเอาไว้ ก่อนจะปล่อยมือจากแม่แล้วเดินมาจับมือพี่เดย์ซะอย่างนั้น
“ครับ” พี่เดย์ก้มลงยิ้มให้น้องพร้อมกับคุกเข่าคุยกับน้องอย่างน่ารัก มันให้ความรู้สึกว่าไม่มีเด็ก ไม่มีผู้ใหญ่ มีแต่ความเท่าเทียมจนทุกคนในที่นี้ถึงกับยิ้มออกมา
“ขอบคุณพี่มากเลยนะคะที่ช่วยหนูเอาไว้” เด็กน้อยยกมือไหว้พี่เดย์อย่างนอบน้อม หลังจากที่เคยยกมือขอบคุณฉันแล้วระหว่างที่พี่เดย์คุยกับตำรวจ
“ถ้าอยากขอบคุณพี่จริงๆ ครั้งหน้าเวลาไปไหนต้องจับมือคุณแม่ไว้ตลอดนะครับ รู้มั้ยว่าถ้าน้องหายไปอีก คุณแม่จะร้องไห้ไม่หยุดและน้องอาจจะไม่ได้กลับมาเจอทุกคนอีกแล้ว”
“ค่ะ หนูสัญญาว่าหนูจะไม่ปล่อยมือคุณแม่เด็ดขาด” เด็กน้อยพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแข็งขัน
พี่เดย์ยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับลูบหัวน้องด้วยสายตาเอ็นดู
ฉันอมยิ้มมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก จะมีคนบนโลกสักกี่คนกันที่ช่วยเหลือคนอื่นอย่างสุดแรงอย่างที่พี่เดย์ทำ อีกความคิดที่ว๊าบเข้ามาในหัวก็คือ... น่ารักชะมัดเลยเนอะผู้ชายคนนี้!
ความน่ารักและจิตใจดีของพี่เดย์ค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในหัวใจน้องฝันหวานมากขึ้นทุกขณะแล้ว
ตอนที่เขียนรู้สึกว่าพี่เดย์เป็นตัวละครที่มีหลายมุมเหลือเกินแถมละมุนกว่าที่คิด 555
ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามกันนะคะ ขอบคุณจากใจ❤️❤️❤️