ไลน์!
เสียงเรียกเข้าไลน์ทำให้ฉันสะดุ้งเล็กๆ ก่อนจะหยิบมือถือที่วางไว้อยู่บนตักขึ้นมาดู คุณน้าไลน์มาบอกว่าอาจจะกลับบ้านช้านิดหน่อย เพิ่งออกจากบริษัทแต่สั่งแม่บ้านให้เตรียมต้อน รับฉันแล้ว ฉันเลยตอบกลับไปว่าไม่เป็นไรค่ะ ฝันขอแวะทำธุระนิดนึง น่าจะถึงช้าเหมือนกัน คุณน้าส่งสติ๊กเกอร์โอเคกลับมา ฉันเลยส่งสติ๊กเกอร์หัวใจกลับไป ก่อนจะเข้าไอจีเพื่อหลีกเลี่ยงการคุยกับพี่เดย์นั่นแหละ
“พี่อยากจะขอโทษน้องฝันหวานครับ” จู่ๆ พี่เดย์ก็พูดขึ้น มาทำให้ฉันหันไปมองพี่เค้าอย่างไว และเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้รถกำ ลังติดไฟแดง
“ขอโทษอะไรคะ” ฉันเอียงคอถาม
“พี่เป็นต้นเหตุทำให้น้องโดนฝันหวานโดนบูลลี่ น้องคงเจ็บปวดและอึดอัดใจมาก พี่ขอโทษนะครับ” หน้าตาจริงจังรวม ถึงน้ำเสียงสำนึกผิดของพี่เดย์ทำให้ฉันส่ายหน้าน้อยๆ
“หนูไม่มีโทษจะยกให้หรอกค่ะในเมื่อพี่เดย์ก็ช่วยจัดการปัญหาให้หนูเหมือนกัน รู้มั้ยคะตั้งแต่พี่เดย์ให้สัมภาษณ์ไปแบบนั้น ไม่มีผู้หญิงคนไหนเข้ามาหาเรื่องหนูอีกเลย”
“ถึงงั้นก็เถอะ ถ้าพี่ไม่ประกาศที่ลานเกียร์ว่าเป็นฝ่ายชอบน้อง ไม่ลงไอจีว่าน้องน่ารัก น้องก็คงไม่โดนบูลลี่ ทั้งหมดเป็นเพราะพี่...”
“อย่าโทษตัวเองสิคะ” ฉันแย้งขึ้นมาด้วยรอยยิ้มทำเอาพี่เดย์มองกันนิ่งๆ “อันที่จริงหนูก็ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่พี่เดย์ทำไปเหมือนกัน มีผู้ชายเข้ามาวุ่นวายกับหนูน้อยลงซึ่งมันดีมากเลย มันทำให้หนูใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นเยอะ ขอบคุณพี่เดย์มากนะคะที่ช่วยกัน” พูดจบฉันก็ส่งยิ้มสดใสไปให้ พี่เดย์มองกันเงียบๆ ก่อนจะส่ายหน้าแล้วยิ้มคืน
“สรุปพี่ทำดีว่างั้น”
“ค่ะ” ฉันพยักหน้าด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะถามสิ่งที่สงสัย “ว่าแต่พี่เดย์รู้ไงคะว่าหนูโดนบูลลี่”
“ไอ้กัสบอกพี่มาครับ แต่พี่รู้รายละเอียดทั้งหมดจากลิลลี่อีกที” คำว่าลิลลี่ที่หลุดออกจากปากของพี่เดย์ทำให้ฉันคิดถึงรุ่นพี่ผู้หญิงคนที่สวยมากแถมยังพูดแก้ต่างให้ฉันด้วย ว่าแต่ทำไมพี่ลิลลี่ถึงเล่าให้พี่เดย์ฟังได้ล่ะ เอ๊ะ! แต่จะว่าไป ตอนนั้นพี่ลิลลี่พูดเหมือนรู้จักพี่เดย์ดี แล้วพี่กัสก็วิ่งตามพี่ลิลลี่ด้วย หรือพวกพี่เค้าจะรู้จักกันหมด
“พี่ลิลลี่คนที่สวยมากๆ” ฉันถามอย่างกังขา
“อื้อ! ลิลลี่แฟนไอ้กัสนั่นแหละ”
“หา! แฟนพี่ของกัส” ฉันโพล่งอย่างตะลึง
ถ้าเด็กมนุษย์รู้เข้าว่าพี่กัสมีแฟนแล้วคงชีช้ำกันมาก ไม่อยากจะบอกว่าพี่กัสฮ็อตในหมู่ปี 1 มากเว่อร์
“อื้อ สองคนนั้นเป็นแฟนกัน” พี่เดย์ย้ำด้วยรอยยิ้มก่อนจะหันไปขับรถเพราะไฟเขียวแล้ว
“เอ๊ะ! แล้วทำไมพี่ลิลลี่เดินหนี ส่วนพี่กัสวิ่งตามล่ะคะ” ฉันถามด้วยความสงสัยปนอยากรู้
“งอนกันตามประสาแฟนน่ะ” พี่เดย์หันมาตอบขำๆ
อ้อ! ที่แท้ก็แฟนงอนกัน ก็ว่าอยู่วิ่งตามกันขนาดนั้น
“ถ้างั้นหนูฝากคำขอบคุณไปถึงพี่ลิลลี่ได้มั้ยคะ” ก็แบบ... เพราะพี่ลิลลี่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉันแถมยังเล่าเรื่องที่ฉันโดนจิกกัดให้พี่เดย์ฟัง ปัญหาทั้งหมดก็เลยจบลงไง
“เรื่องนี้ต้องบอกผ่านพี่กัสละ” พี่เดย์บอกยิ้มๆ “มันคงดีใจมากที่มีเรื่องเข้าไปคุยกับลิลลี่สักที”
“โอเคค่ะ เดี๋ยวหนูเจอหน้าพี่กัสจะรีบบอกทันที” ฉันให้สัญญาเสียงจริงจังทำเอาพี่เดย์หันมายักคิ้วให้กัน ก่อนจะหันไปขับรถต่อ
เราสองคนคุยกันเรื่อยเปื่อยจนมาถึงคลินิกรักษาสัตว์ขนาดใหญ่และครบวงจร พี่เดย์โทรหาพี่บาส พอรู้ว่าพี่บาสมาถึงก่อนหน้านี้สักพัก เราสองคนจึงเข้ามาด้านใน แล้วก็เจอพี่บาสกำลังอุ้มฟูฟูอยู่หน้าเคาท์เตอร์พอดี
“กูมาเอาคิวให้ละ รออีกสามคิวก็ถึงตาลูกมึง” พี่บาสยักคิ้วด้วยสีหน้ากวน พี่เดย์ยื่นมือเข้าไปรับฟูฟูมาอุ้มไว้เอง
“ขอบใจมึงมาก”
“เล็กน้อยน่า กูไปก่อนนะ ไม่อยากขัดขวางเวลาของมึงกับแฟน” คำพูดล้อเลียนแถมหัวเราะในลำคอของพี่บาสทำเอาฉันตาโต เงยหน้าจากที่กำลังเล่นกับฟูฟู ยังไม่ทันได้แก้ตัวพี่บาสก็หันหลังเดินไปอย่างไว สรุปตอนนี้หน้าของฝันหวานมีตราแฟนของพี่เดย์ติดไว้แล้วใช่มั้ย?
โอย! จะบ้า!
“พี่เดย์คะ คืนนี้หนูขอเอาฟูฟูไปค้างด้วยได้มั้ย” หลังออก มาจากคลินิก ฉันเอ่ยปากขอพี่เดย์ทันที ไหนๆ คืนนี้ไม่ได้อยู่หอ เอาน้องไปนอนด้วยคงดีไม่น้อย
“ได้สิครับ พี่รู้ว่าน้องฝันหวานอยากเล่นกับน้อง” พี่เดย์ตอบพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณนะคะ งั้นรบกวนขอกระเป๋าของหนูทีค่ะ” ฉันบอกเมื่อเราสองคนเดินมาถึงรถ
“เอาไปทำไมครับ พี่จะไปส่งน้องฝันหวานต่างหาก” พี่เดย์ยิ้มขำพลางเอื้อมมือไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับ
“แต่...”
“ไม่มีแต่ครับ เด็กผู้หญิงนั่งแท็กซี่คนเดียวมันอันตราย ไหนจะกระเป๋า ไหนจะน้องหมาอีก คงไม่มีแท็กซี่คันไหนรับสัตว์หรอกครับ”
เออ! ลืมคิดถึงข้อนี้เลย แท็กซี่ที่ไหนจะยอมให้เอาน้องหมาขึ้นไปด้วย เป็นเอ๋ออีกแล้วนะฝันหวาน!!
“งั้นหนูต้องรบกวนพี่เดย์แล้วนะคะ” ฉันบอกพลางค้อมหัวให้
“ด้วยความยินดีครับ” พี่เดย์บอกพลางผายมือเข้าไปยังเบาะข้างคนขับ ฉันเลื่อนตัวเข้าไปนั่งโดยมีพี่เดย์ปิดประตูให้
ฉันเล่นกับฟูฟูไปพลางคุยกับพี่เดย์ไปพลาง โชคดีที่พี่เดย์รู้จักถนนหนทางในกรุงเทพดีกว่าฉันล้านเท่า พอฉันบอกว่าบ้านคุณน้าอยู่แถวไหนพี่เดย์ก็พามาถูก แถมตอนนี้เลี้ยวเข้ามาในหมู่ บ้านของคุณน้าแล้ว เย้!
“หลังข้างหน้านี้แหละค่ะ” พี่เดย์เลื่อนรถเข้ามาจอดยังหน้าบ้านคุณน้าอย่างนิ่มนวล
“ยังไม่ต้องลงครับ เดี๋ยวพี่เปิดประตูให้ น้องฝันหวานจะได้สะดวก” พี่เดย์บอกเสียงนุ่มทำให้ฉันรีบพูดก่อนที่พี่เดย์จะเปิดประตูฝั่งตัวเองเช่นกัน
“ขอบคุณพี่เดย์มากเลยนะคะที่เป็นธุระมาส่ง แถมวันนี้ยังพูดออกหน้าช่วยหนูไว้ด้วย” ฉันบอกด้วยรอยยิ้มหวาน รู้สึกขอบคุณพี่เค้าจากใจที่ช่วยจัดการปัญหาให้ พี่เดย์มองหน้ากันนิ่งๆ ก่อนจะยิ้มอ่อนละมุนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“พี่ไม่ได้ออกหน้าช่วยครับ พี่แค่พูดไปตามความรู้สึก”
“ค่ะ...คะ” ฉันตาโตด้วยความตกใจปนสับสน
พูดไปตามความรู้สึก... หมายความว่าไง? อย่าบอกนะว่า...
“พี่ชอบน้องฝันหวานครับ ตั้งแต่นี้พี่ขออนุญาตจีบน้องหวังว่าจะไม่หนีหน้ากันนะ”
ฝันหวานหนีไม่ได้แล้ว พี่เดย์บอกชอบไปตรงๆ แล้ว... น้องจะคิดเป็นอื่นไปไม่ได้ละหนา ฮ่าๆๆ
แจ้งนิดนึงนะคะ เนื่องจากนิยายเรื่องนี้เซ็นสัญญากับทางดรีมไปแล้ว มินต้องติดเหรียญแล้วค่า อันที่จริงทางแอพแจ้งให้ติดตั้งแต่10วันก่อน แต่มินลากยาวจนมาถึง5หมื่นกว่าคำซึ่ง40% ของเรื่อง ลงให้อ่านฟรีแล้วไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วยน้า นักอ่านท่านใดอย่างอ่านรวดเดียวจบสามารถโหลดได้ในเม็บ เสิร์ชชื่อก็ขึ้นแล้วค่ะ หรือจะอ่านรายตอนในนี้ก็ได้ค่า ขอบคุณที่สนับสนุนมินนะคะ รักกก❤️❤️