"กูต้องแคร์ใช่ไหม"เสียงที่ดังขึ้นทำให้คนบริเวณรอบข้างหันไปมองตามต้นเสียงที่ดังขึ้นก็พบเป็นชายกลุ่มหนึ่งที่ใส่ชุดสูทยืนและนั่งอยู่ในร้านอาหารชื่อดังแต่ทันทีที่ทุกคนรู้ว่าบทสนทนาที่ดังนั้นมาจากนักการเมืองแถวหน้าของประทศและนักธุรกิจชื่อดังก็ทำให้ทุกคนไม่กล้าแม้แต่มองต่อ
"ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับคุณธีร์ แต่ที่ผมหมายถึง....."
"ไม่ต้องอ่ะ ไม่อยากฟัง"ธีร์หรือธีรภัทร ชลธนิกร ลุกขึ้นเดินออกจากร้านอาหารโดยไม่สนใจอีกคนที่ทำตัวไม่ถูกว่าควรทำยังไงต่อดี นอกเสียจากได้แต่ยืนมองตามหลังเพราะเขาไม่สามารถเจรจาอะไรได้จากผู้ชายคนนั้นเลย
"มีนัดอีกไหม"
"ไม่ครับคุณธีร์"ไต้ฝุ่นลูกน้องมือขวาที่ถือว่าเป็นเลขาส่วนตัวเอ่ยตอบผู้เป็นเจ้านาย
"ไอเดียเร็วหน่อย....โอ้ย"ด้วยความไม่ระวังและความรีบร้อนทำให้ร่างบางของหนมผิงหรือนันธิชา เดชกูลชนเข้ากับใครบ้างคน แต่ดีที่เขายังรับเธอไว้ไม่อย่างนั้นเธอคงได้ไปกองกับพื้น
"ขอโทษค่ะ หนูขอโทษค่ะ"หนมผิงที่ได้สติก็กับมายืนด้วยตัวเองแล้วเอ่ยออกไปอย่ารู้สึกผิด
"ฉันบอกแกแล้วว่าอย่างรีบมาก"ไอเดียเอ่ยกระซิบบอกกับเพื่อนเพราะดูคู่กรณีเป็นคนมีเงินและมันจะไม่จบง่ายเหมือนที่เธอเคยเจอ แต่ยังไม่ทันที่หนมผิงจะได้พูดอะไรโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง
'สวัสดีค่ะ ใช่ญาติของคุณอัญชลี เดชกูลไหมคะ'
"ใช่ค่ะ"
'พอดีทางเราต้องการคำอนุญาตในการขอผ่าตัดสมองของคนไข้โดยด่วยนะคะ'
"ดิฉันทราบค่ะ คือดิฉันกำลังไป"
'ทางคุณหมอเจ้าของไข้ได้ยกเคสของคุณอัญชลีให้อยู่ในการดูและของคุณหมออีกท่าน และทางคุณหมอต้องการคำตอบโดยด่วนเพราะท่านกลัวว่าคนไข้จะมีอาการแทรกซ้อน'
"ค่ะ ผ่าตัดได้เลยค่ะ....ค่ะได้ค่ะ"
"ไอ้ผิงแกทำอะไรลงไปแกรู้ไหม"ไอเดียที่ได้ยินเพื่อนพูดก็เอ่ยถามทันทีเมื่อเพื่อวางสายโทรศัพท์ไปแล้ว
"ฉันรู้แต่ถ้าฉันไม่ทำฉันกลัวน้องตาย"หนมผิงเอ่ยออกมาทั้งน้ำตาเพราะการที่เธอให้น้องสาวผ่าตัดก็เท่ากับว่าเธอต้องหาเงินห้าหมื่นให้ได้เพื่อจ่ายค่าผ่าตัด
"ฉันเข้าใจแต่แกจะหาเงินจากไหนเยอะขนาดนั้น"ไอเดียเอ่ยถามเพื่อนอย่างอดสงสารไม่ได้ เธอเช็ดน้ำตาให้เพื่อนอย่างช้าพร้อมพูดขึ้นว่า
"ฉันรับงานก็ไม่ได้เยอะ"
"หยุดความคิดชั่วของแกเลย"หนมผิงเอ่ยเพราะเธอรู้ว่าไอเดียหมายถึงเรื่องอะไร
"แต่จะว่าไปคู่กรณีแกยังอยู่นะ"ไอเดียสกิดให้หนมผิงรู้ตัวเองก่อน
"ฉันต้องขอโทษที่ทำให้คุณเสียเวลานะคะ"หนมผิงยกมือไหว้อีกครั้งเพราะเธอไม่ได้ตั้งใจชนเขาจริงๆ แต่สายตาที่ไร้ความหมายของคนตรงหน้าทำให้หนมผิงกลัวไม่น้อย
"บัตรฉัน ถ้าเธอต้องการเงินจริงๆ"ธีร์เอ่ยแล้วเดินออกไปจากตรงนั้น หนมผิงทำได้เพียงแต่มองนามบัตรสีดำที่มีตัวหนังสือสีเงินอยู่บนบัตร กับมองตามหลังของชายสามคนที่เดินออกไป
"เห้ย ไอ้ผิง คุณธีรภัทร"ไอเดียหยิบบัตรจากมือเพื่อนแล้วเอ่ยออกมา จากการที่เธอเคยรับงานเป็นPR ของโชว์รูมรถหรูมาก่อนจริงทำให้เธอเคยได้ยินชื่อเสียงของเขามาบ้าง
"ฉันไม่รู้จักหลอกแก"
"อืมดีแล้วไม่ต้องไปรู้จักอ่ะดีแล้ว ไปหาวิธีหาเงินดีกว่า"ไอเดียเอ่ยแล้วจูงมือเพื่อนเดินออกจากห้าง
หนมผิงกับไอเดียที่ออกมาจากห้างแล้วก็เดินทางมาที่โรงพยาบาลทันทีเพราะทางโรงพยาบาลโทรตามให้เธอมาเพื่อเซ็นต์อนุมัติการผ่าตัดสมองของน้องสาว
"คุณเป็นญาติคนไข้ใช่ไหมคะ"พยาบาลเดินเข้ามาหาหนมผิงที่มองน้องสาวผ่านกระจกหน้าห้องพักคนไข้เพราะหมอสั่งงดเยี่ยม
"ใช่ค่ะ"หนมผิงหันไปตอบพยาบาลพร้อมยิ้มตอบเธอ
"ค่ะ งั้นตามดิฉันมาหน่อยนะคะ พอดีหมอเจ้าของไข้คนใหม่เขาอยากคุยด้วยนะคะ"
"ได้ค่ะ"หนมผิงเดินตามพยาบาลคนดังกล่าวไปพร้อมกับไอเดีย เธอเดินมาที่ห้องทำงานของหมอท่านหนึ่งที่เธอไม่ท่านได้ดูชื่อของหมอเจ้าของห้องด้วยซ้ำ
"เชิญนั่งก่อนนะครับ"เสียงที่สุขุมนุ่มลึกและเรียบเนียนทำให้คนฟังรู้สึกสบายหูแต่กลับรู้สึกเกร็งไปด้วยในเวลาเดียวกัน
"เดี๋ยวก่อนเซ็นต์อนุมัติ ผมขอแจ้งรายละเอียดให้ฟังก่อนนะครับ"หนมผิงที่สนใจเอกสารบนโต๊ะตรงหน้าจนไม่ได้สนใจหมอก็ตกใจไม่น้อยเมื่อได้ยินเสียงของเขา
"ค่ะ"
"นนทภัทร ชลธนิกร ชื่อผมครับเรียกผมว่านนท์ก็ได้ครับ"
"ค่ะ"หนมผิงตอบแล้วยิ้มให้อย่างเกรงๆ ในขนาดที่หมอหนุ่มไม่ได้รู้สึกเกรงเลยแม้แต่น้อย
"อย่าที่ทราบว่าคุณอัญชลีเธอมีเนื้องอกในสมอง........มีอะไรจะสอบถามไหมครับ."หนมผิงตั้งใจฟังรายละเอียดจากหมอนนท์จนจบ
"เอ่อ.....คือ...."
"เรื่องค่าใช้จ่ายละคะ"ไอเดียเอ่ยถามแทนเพื่อนสาวเพราะดูก็รู้ว่าหนมผิงเกรงใจหมอตรงหน้าเธอ
"ทางคุณสามารถจ่ายได้ภายในอาทิตย์นี้ครับ แต่ผมอยากให้เตรียมเพื่อไว้อีกนะครับเพื่อมีการผ่าตัดอีกครั้ง"
"ค่ะ....แล้วค่าใช้จ่ายหมอพอจะประมาณให้ได้ไหมคะ"ไอเดียถามต่อย่างกังวลใจไม่น้อย
"เดี๋ยวเรื่องนี้ผมให้ทางพยาบาลจัดการให้นะครับ ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรเซ็นต์อนุมัติให้ผมหน่อยนะครับ"หมอนนท์เอ่ยพร้อมเปิดเอกสารให้คนตัวเล็ก
"ค่ะ"นมผิงเซ็นต์เอกสารโดยไม่ลังเลอะไรแม้แต่น้อยเพียงแต่เธอภาวนาให้น้องสาวตัวเองปลอดภัย
"ยังไงผมต้องต้องทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ คุณไม่ต้องห่วงหลอกครับ"นนท์เอ่ยออกมาเพราะสีหน้าที่ดูกังวลของคนตัวเล็กทำให้เขาอดที่พูดไม่ได้
"ค่ะ ยังไงหนูต้องขอบคุณคุณหมอมากนะคะ ไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวก่อนนะคะ"หนมผิงยกมือไหว้หมอแล้วเดินออกมาจากห้องทำงานของหมอคนดังกล่าวโดยมีไอเดียที่อยู่กับเธอตลอดไม่ไปไหน
"เดี๋ยวเชิญคุณไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายที่ช่องเก็บเงินชั้นล่างด้วยนะคะ แล้วก็สามารถสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายการผ่าตัดกับเจ้าหน้าที่ได้เลยนะคะ"
"ค่ะขอบคุณมากนะคะ"หนมผิงยกมือไหว้พยาบาลที่ยิ้มให้เธอแล้วเดินออกไป
"ไอ้ผิง แกจะเอาเงินไหนมาจ่ายให้น้องแกว่ะ ไหนจะต้องเตรียมเงินเพิ่มเพื่อได้ผ่าอีกรอบว่ะ"
"ฉันว่าฉันจะหยุดเรียนก่อนแล้วเอาเงินมาจ่ายให้น้อง"
"แกก็น่าจะรู้ว่าเงินที่แกมีมันไม่พอแล้วมันห่างไกลกับคำว่าพอใช้จ่ายมากเลย"ไอเดียเอ่ยถามเพื่อนเพราะเธอก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเพื่อนของตัวเองได้ยังไง
"ก็ต้องหา แกคงไม่คิดที่จะให้ฉันปล่อยให้น้องป่วยแบบนี้ใช่ไหม"หนมผิงมองหน้าเพื่อนอย่างอยากได้คำตอบ
"เปล่าฉันแค่เป็นห่วงแก ฉันเป็นเพื่อนแกตั้งแต่เด็กสุขทุกข์ก็อยู่ด้วยกันมา แล้วที่ฉันพูดเพราะฉันรู้สึกผิดที่ช่วยอะไรเพื่อนไม่ได้เลยไง"
"ชั่งมันแก ปัญหาฉัน ฉันมีวิธีแกมันเองไปจ่ายเงินได้แล้วนี้มันเย็นแล้วแกต้องไปทำงานนะ"
"จริงด้วย จะว่าไปวันนี้แกไม่ได้ไปทำงาน ไปที่ผับเป็นเพื่อนหน่อย แกจะได้ไม่เบื่อด้วย"ไอเดียส่งสายตาอ้อนวอนเพื่อนสนิทเพราะน้อยครั้งที่เธอจะทำสำเร็จ
"ก็ได้นะฉันไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว แล้วก็เครียดด้วย"หนมผิงตบปากรับคำเพราะเธอไม่รู้ว่าจะปฏิเสธไปทำไม
"ดีเลย ป่ะไปจ่ายเงินกัน"
"อืม"หนมผิงก็เดินตามมือของเพื่อนที่จับมือเธอแล้วออกแรงดึงให้เธอเดินตาม