INTRO

1696 Words
ดวงตากลมเรียบนิ่ง จดจ้องกับงานตรงหน้าก่อนที่คิ้วเรียวจะขมวดเป็นปม เมื่อพยายามวิเคราะห์โจทย์ทางกลศาสตร์เพราะอาจารย์จะตั้งคำถามแบบพลิกแพลงไปหน่อย เลยต้องพยายามจับประเด็นให้ถูก “อ๊ะ!” ความเย็นลามไล้ไปทั่วทั้งแก้มนวล ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความชาอยู่สักพัก เธอเงยหน้ามองบุคคลมาใหม่ที่เอาน้ำอัดลมมาแนบแก้ม ทำให้เธอหลุดโฟกัสจากงานตรงหน้า “เล่นบ้าอะไร!” “เอาน้ำมาให้ อย่าดุดิทำหน้ายักษ์แบบนี้ระวังหาผัวไม่ได้” เจ้าของนัยน์ตาคมกริบพราวระยับยักคิ้วอย่างยียวน “นั่นปากเหรอ?” “ปากดิ ลองชิมก็ได้ถ้าไม่เชื่อ” “กวนตีน” ร่างบางชักสีหน้าไม่พอใจก่อนจะคว้าน้ำอัดลมจากมือหนาออกมาเปิดดื่มแก้กระหาย โดยไม่สนใจเสียงหัวเราะในลำคอของ ‘นับเก้า’ หนึ่งในเพื่อนของเธอ เรารู้จักกันตั้งแต่ช่วงรับน้องปีหนึ่งและความบังเอิญทำให้ได้อยู่สายพ่วงเดียวกัน ไม่ใช่สายรหัสแท้ จนตอนนี้ปีสามแล้ว เธอมีเพื่อนในชีวิตจริง ๆ น้อยเพียงหยิบมือ ไม่รวมพวกเพื่อนที่เจอกันตามร้านเหล้า ส่วนในมหา’ลัยที่ต้องเจอกันแทบทุกวันคือนับเก้าและนำทัพ พวกเราสามคน ไม่ใช่สิสี่คนรวมทีนด้วย จะเรียนสาขาเดียวกันคือวิศวกรรมยานยนต์ ส่วนเพื่อนที่ไปเที่ยวด้วยกันบ้างอย่างเซริว และซาเคียร์สองคนนี้จะอยู่เครื่องกล คนสุดท้ายคือโซลจะอยู่โยธา รายนี้ค่อนข้างเก็บตัวมาก มากเสียยิ่งกว่านับเก้าอีก อ้ออีกคนที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยคือเจไดเพื่อนโซล แต่นาน ๆ ทีจะมาไม่ได้มาด้วยตลอด “ไหน คำขอบคุณไม่มีสักคำเลย” เสียงโวยวายของนับเก้าดังขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มอย่างพริกแกงกินน้ำเสร็จ โยนกระป๋องลงถังขยะและทำงานต่อโดยไม่สนใจเขาเลยสักนิด เห็นแล้วหงุดหงิดเป็นบ้า “ขอบคุณทำไม? ไม่ใช่ว่ามึงรอลอกงานกูเหรอ?” ร่างบางเงยหน้าประสานสายตากับคนหน้ามึน ที่กำลังยืนเท้าแขนกับโต๊ะโน้มตัวลงมาจากข้างหลังของเธอ ท่านี้ดูแล้วออกจะไม่ปกติหน่อย พริกแกงเลยถอยเก้าอี้ออกไปชนกับร่างสูงทำให้นับเก้าชักเท้าหนีแทบไม่ทัน “จะถอยก็ไม่บอกเก้าอี้มีล้อแบบนี้เลื่อนออกมาก็ทับตีนดิ” ร่างสูงโวยวายเสียงดังขึ้นมาอีกรอบ แต่นอกจากพริกแกงจะไม่สนใจแล้วยังเลิกคิ้วยียวนกวนประสาทใส่อีก “สมน้ำหน้า! ก็รู้ว่าไม่ชอบให้เข้ามาใกล้ ยังจะมายืนซ้อนหลังอีก รอบหน้าไม่ใช่แค่เท้ามึงนะ แต่จะเป็นศอกกูเนี่ย” “ดุฉิบหาย” เพราะเธอมั่นใจว่าเขาทำอีกแน่ รู้จักกันมาจะสามปี หมอนี่ทำตัวตามติดเธอแจไม่รู้ทำไม พอถามนำทัพก็ได้คำตอบมาว่านับเก้าชอบผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ดังนั้นในกลุ่มเขาเลยชอบทำตัวติดเธอมากกว่าเพื่อนผู้ชายในกลุ่ม แปลกคนจริง! “ยินดีน้อมรับค่ะคุณนับเก้า” เห็นเขาทำหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ เธอฉีกยิ้มอย่างมีความสุขนาน ๆ ทีจะได้แกล้งคนหน้ามึน เพราะปกติด่าว่าอะไรไปก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่ตลอด ร่างสูงขบกรามแน่นด้วยความโกรธ นัยน์ตาคมเผลอมองรอยยิ้มของเธอที่ระบายอยู่เต็มใบหน้าสวย ใช่! เธอสวยแต่ชอบทำหน้าบูดหรือไม่ก็กวนตีน แต่เวลายิ้มกลับน่ารักเป็นบ้า “เหม่ออะไรอีก” ร่างบางโบกมือไปมาตรงหน้าเขา ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อมือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กที่โบกไปมาตรงหน้า ก่อนจะกระชากร่างบางเข้ามาใกล้ จนทำให้ใบหน้าสวยกระแทกอกแกร่งอย่างจัง “โอ๊ย! มันเจ็บนะทำอะไรเนี่ย” “เอาคืนที่มึงตั้งใจถอยเก้าอี้จะทับตีนของกูไง” มือหนาตวัดโอบรัดร่างบางไว้แน่น จนเธอแทบจะจมลงไปในอ้อมกอดของเขาแล้ว เห็นเรียนวิศวะแบบนี้ แต่เธอกลับตัวเล็กบางมาก พอมายืนเทียบกันความสูงของพริกแกงก็เท่าอกของนับเก้าเท่านั้น “นี่! ปล่อย” ร่างบางพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากพันธนาการของเขา แต่คนหน้ามึนกลับทำตรงกันข้ามด้วยการกอดรัดแน่นขึ้น เมื่อเห็นร่างบางจ้องเขม็งอย่างไม่พอใจเขาก็หัวเราะอย่างพอใจ “เก้า!!” ยังไม่ทันให้พริกแกงได้เอาคืนบุคคลที่เข้ามาเห็นความใกล้ชิดของทั้งคู่ก็ตวาดเสียงดังลั่น ใบหน้าสวยเฉี่ยวตวัดสายตามองมายังร่างบางในชุดนักศึกษาคณะวิศวะ เสื้อยืดสีดำสวมกางเกงยีน และคลุมทับด้วยเสื้อช็อปสีดำ อันเป็นเอกลักษณ์ของสาขายานยนต์ด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะเดินมาดึงแขนหญิงสาวที่เธอไม่ชอบหน้าออกจากผู้ชายของตัวเอง “ทำบ้าอะไรของเธอ!!” นับเก้าตวาดเสียงดังเมื่อร่างบางของพริกแกงโดนผลักออกห่าง แม้ว่าเพื่อนสาวคนสนิทจะทรงตัวได้และไม่ล้มก็ตาม เขาจึงหันกลับมามองสาวสวยในชุดนักศึกษารัดรูปอย่างเอาเรื่อง “แล้วเก้าล่ะทำอะไรกับมัน!” ชีฟอง สาวสวยสาขาบัญชีก็เอ่ยเสียงดังอย่างโกรธจัดเพราะเธอนั้นคอยจับตามองทั้งคู่มาตลอด ยิ่งเห็นว่าทั้งสองใกล้ชิดกันขนาดนี้เธอยิ่งไม่พอใจ พริกแกงขมวดคิ้วทันที ก่อนจะยกแขนขึ้นมากอดอก ชะนีปากแดงมาถึงก็วีนไม่ไว้หน้าใครเลย “อย่าเรียกพริกแกงว่ามัน” นับเก้าเอ่ยเสียงเย็น แตกต่างจากก่อนหน้านี้ลิบลับ ซึ่งมันเป็นปกติมากของชีฟอง ที่เมื่อกี้เข้ามาเจอเขายิ้มเลยทำให้หญิงสาวขาดสติ ทำไมรอยยิ้มของเขามันถึงไม่ใช่หล่อนที่ได้รับ “ฟองขอโทษค่ะ ใครเข้ามาเจอแบบนี้ก็โกรธทั้งนั้น” เมื่อเห็นชายหนุ่มโกรธ สาวสวยอย่างชีฟองเลยเข้ามากอดแขนแกร่งพลางเอาใบหน้าสวยถูไถไปมาอย่างออดอ้อน ก่อนจะเหลือบตามองพริกแกงและหวังว่าจะเห็นพริกแกงโกรธ แต่เปล่าเลย พริกแกงเอาแต่ทำหน้าเย็นชาเหมือนปลาตาย! มันยิ่งกระตุ้นความเกลียดชังในใจของชีฟอง “นั่นเธอจะไปไหน!!” ร่างสูงเอ่ยปากถามแม้ในใจอยากจะรั้งเพื่อนสาวคนสนิทไว้ แต่ก็รู้ดีว่ารั้งไปก็ไม่ได้ผล พริกแกงเป็นพวกชอบทำอะไรตามใจตัวเอง ยิ่งบังคับยิ่งหลีกหนี “จะกลับแล้ว กูมีนัดกับพวกเพื่อนตอนเย็น” เพราะไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอเพื่อนกับผู้หญิงของเขา เธอเลยจะปลีกตัวออกไปแม้ว่างานยังไม่เสร็จก็ตาม น่าเบื่อชะมัดเลย ผู้หญิงของพวกเพื่อนน่ารำคาญทุกคน! “เพื่อนไหน?” “โอ๊ยมึงจะอยากรู้อะไรนักหนา อ่านแชตกลุ่มบ้างดิ” “แล้ว!” “กูรีบ ขอตัวก่อนนะ” ร่างสูงกลืนคำถามลงคอทันทีเมื่อร่างบางเอ่ยตัดบท ก่อนจะคว้าเอกสารลงกระเป๋า แล้วสะพายออกจากห้องเรียนไป โดยไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา ทิ้งให้เขาและหญิงสาวอีกคนอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เมื่อพ้นหลังพริกแกงแล้วบรรยากาศภายในห้องก็เงียบลงทันที ใบหน้าหล่อเหลาชวนฝันแต่แฝงความร้ายกาจ เพราะดวงตาคมกริบสีดำ เสริมให้เขาดูอันตรายต่างจากเวลาอยู่กับเพื่อนสาวคนสนิท ที่เขาเผยแค่บุคลิกขี้เล่นเท่านั้น “ใครใช้ให้เธอมา” เขาเอ่ยปากถามโดยไม่มองหน้าสาวสวยบัญชี ก่อนจะดึงมือบางออกจากต้นแขนแกร่ง และบีบมันไว้แน่นจนชีฟองนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “เก้า ฟองขอโทษวันนี้เลิกเร็วเลยอยากมาหา” “อย่ามาตอแหล” “!!!” “คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธออยากแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันน่ะ ถึงได้ถ่อสังขารมาไกลจนถึงคณะวิศวะ” นัยน์ตาคมกริบจับจ้องชีฟองไม่วางตา ราวกับล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่างว่าคิดและทำอะไร จนสาวสวยสาขาบัญชีหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ เพราะเธอเคยได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นร้ายกาจ ถ้าอยากเป็นเด็กเขาก็ต้องเชื่อฟังและอย่าแสดงตัว “มะไม่ใช่นะ” “ไม่ใช่ แล้วมาทำไม” “ฟองคิดถึงเก้า” เธอพยายามเอ่ยเสียงอ่อน จนเขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ หัวใจของเธอเต้นแรงมากก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลงเพื่อรับสัมผัสจากเขา หมับ! “อ๊ะ” แต่เธอกลับคิดผิดเมื่อมือหนาบีบปลายคางของเธอไว้แน่นก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันออกมา “รู้ไหมว่าฉันเกลียดคนประเภทไหนมากที่สุด” “!!!” “ฉันเกลียดคนโกหกและพยายามทำในสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้ อย่ามาให้เห็นหน้าหรือเฉียดใกล้ อย่าสะเออะมาให้เห็นอีก” “ฮึก มะไม่นะคะเก้า” ชีฟองเริ่มสะอื้นพร้อมกับนัยน์ตาแดงก่ำเตรียมจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เธอชอบเขามากและไม่อยากเป็นแค่ของเล่น เธอแค่อยากเป็นตัวจริง ถ้ารู้ว่าทำแล้วจะลงเอยแบบนี้วันนี้เธอคงไม่ทำ “คนที่ตัดสินคือฉัน ไม่ใช่เธอ!!” ร่างสูงสะบัดมือออกจากปลายคางโดยไม่สนใจไยดี ก่อนจะคว้ากระเป๋าและเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้สาวสวยคนดังกล่าวทรุดกายลงร้องไห้อยู่เพียงลำพังด้วยความเสียใจ และ อับอายที่โดนผู้ชายอันตรายคนนี้เขี่ยทิ้ง ที่จริงเราเจอกันในช่วงปิดเทอมปลายก่อนขึ้นปีสาม และเป็นเธอที่ตามเทียวไล้เทียวขื่อเขามาตลอด ทั้งที่จบกันแค่วันไนต์สแตนด์มาหลายเดือน แต่ชีฟองก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจจนวัน โดนออกปากไล่ตรง ๆ มันน่าอายอย่างถึงที่สุด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD