คลั่งไคล้เด็กเนิร์ด
ตอนที่ 4. สี่ปีผ่านไป
หน้าห้องสัมภาษณ์งาน สองสาวที่นั่งอยู่ด้วยกันต่างจับมือกันด้วยความระทึกเป็นอย่างมาก ว่าจะสามารถผ่านเข้ามาทำงานได้ไหม เพราะว่าที่นี่คือความหวังเดียวของเธอทั้งสองคน
“คุณมะลิเชิญเข้าไปสัมภาษณ์งานได้เลยค่ะ” พนักงานหน้าห้องบอกกับมะลิที่นั่งอยู่ด้านหน้าด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก มะลิหันไปมองหน้าหนูเล็ก สองสาวมองหน้ากัน และทำได้แค่จับมือเพื่อส่งพลัง และความมั่นใจให้แก่กันและกัน
“สู้ ๆ แก แกเก่งอยู่แล้วต้องผ่านมันไปให้ได้” หนูเล็กให้กำลังใจเพื่อนแล้วยิ้มให้ อีกทั้งยังบีบมือเพื่อนเล็กน้อยเพื่อเป็นการส่งกำลังใจ
“แกถ้าผ่านฉันจะเลือกไปทำงานที่ไหนดีนะ ไทยหรือว่านอกดี” มะลิถามหนูเล็กอีกครั้งเผื่อว่าเขาจะถามว่าให้เลือกควรเลือกที่จะไปทำงานที่ไหนดี
“ค่อยไปตัดสินใจข้างหน้าดีกว่า ตอนนี้ไปได้แล้วขืนไปช้าจะอดนะ”
หนูเล็กรีบดันตัวเพื่อนให้เข้าไปภายในห้องทำงานของผุ้บริหารทันที ทำเอามะลิแทบไม่ทันตั้งตัว นั่นเป็นเพราะว่าขืนถามกันไปถามกันมามันจะล่าช้าและกลายเป็นว่าทำให้คนข้างในรอ นั่นอาจจะทำให้เสียโอกาสก็ว่าได้
เอกสารในมือเปิดอ่านประวัติหน้าแล้วหน้าเล่าอย่างช้า สายตาคมมองไปยังประวัติของผู้สมัครแต่ละคนจนกระทั่งมาถึงคนนี้ “มะลิ วัฒนกิจ” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสองมือล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเองก่อนหันมาหาเลขาของเขา
“คนนี้ไม่ต้องสัมภาษณ์อะไรมาก เอาเป็นพิธีก็พอแล้วรับเอาไว้เลย แต่ยังไม่ต้องบอกว่าจะให้ไปที่ไหน” ชายหนุ่มพูดแล้วหันหน้าไปมองวิวด้านนอกผ่านกระจกใสของตัวห้องทำงาน
“ท่านประธานจะไปไหนเหรอคะ?” กวินตราเอ่ยถามท่านประธานหนุ่มของเธอ
“ไม่ได้ไปไหนอยู่นี่แหละ ผมปวดหัวคุณช่วยทำตามที่ผมบอกก็แล้วกันผมจะนั่งพักสายตาและฟังอยู่เงียบ”
“ได้ค่ะ” กวินตราตอบรับเจ้านาย ก่อนจะหันมามองเจ้านายหนุ่มของเธอที่นั่งที่เก้าอี้ทำงานและหันหลังให้ ในตอนนี้สายตาของท่านประธานคงจะมองดูวิวด้านนอกเหมือนเดิมสิน
ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของรองเท้าส้นสูงที่ดังกระทบพื้น แน่นอนว่าเธอคงก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้วสินะ
“เชิญนั่งค่ะ” กวินตราผายมือให้กับหญิงสาวตรงหน้า
“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อมะลิ วัฒนกิจ” มะลินั่งลงแล้วยกมือไหว้เลขา
“ในใบสมัคร เห็นว่าเรียนสองมหาลัย ไม่ทราบว่าตอนเรียนมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะทำไม?”
“ทำไมเรียนสองที่ใช่ไหมคะ ใช่ค่ะฉันเรียนสองที่เพราะปัญหาส่วนตัวบางอย่างที่ไม่สามารถบอกใครได้ค่ะ”
“ไม่ทราบว่าหากมีงานที่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ต่างประเทศ หรือว่าเดินเรือ จะสามารถออกไปหน้างานได้ไหมคะ? ต้องขอโทษที่ถามแบบนี้แต่เพราะว่าบริษัทเราเป็น บริษัทที่ต้องออกไปตรวจงานนอกสถานที่บ่อย ๆ เพราะอย่างที่ทราบว่าบริษัทเรารับจัดงานนอกสถานที่”
“เข้าใจดีค่ะ สามารถไปได้ทุกที่ไม่มีพันธะ ไม่มีภาระอะไรให้ต้องรับผิดชอบค่ะ”
มะลิตอบออกมาด้วยความมั่นใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เลขาจะตอบออกมาเช่นกัน
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจะรับไว้พิจารณานะคะ ว่าจะให้ไปที่ไหนขอให้ตั้งใจทำงานนะคะ”
“เดี๋ยวนะคะนี่หมายความว่าฉันได้งานนี้แล้วเหรอคะ? ” คิ้วสวยขมวดจนแทบผูกเป็นโบว์ก็ว่าได้ถามด้วยความสงสัย
“ใช่ค่ะรับแล้ว เอาเป็นว่าเดี๋ยวหลังพักเที่ยงคุณมาเซ็นสัญญาการทำงานนะคะ แต่ว่ายังไม่ต้องบอกใครนะคะ เพราะไม่อยากให้บางท่านผิดหวัง เพราะว่าเราต้องสัมภาษณ์เพื่อเก็บไว้พิจารณารอบสองกรณ๊ที่ตัวจริงเปลี่ยนใจค่ะ”
“ค่ะ ๆ ไม่บอกใครค่ะ จะเก็บไว้ให้เป็นความลับอย่างดีเลยค่ะ” มะลิบอกกับเลขาที่อยู่ด้านหน้าก่อนจะลุกออกไปจากห้องทันที และนั่นถึงทำให้ชายหนุ่มหันเก้าอี้มา
“ให้ทำยังไงต่อคะท่านประธาน?”
“ไม่มีอะไรหรอก ช่วงบ่ายก็ให้เซ็นสัญญา รบกวนคุณเลขาส่งไฟล์สัญญาจ้างมาให้ผมที”
“มีอะไรหรือเปล่าคะท่านให้ฉันแก้ไขอะไรให้ไหมคะเรื่องสัญญา” กวินตราเอ่ยถามท่านประธานของเธอ เพราะว่าร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นยุ่งเกี่ยวกับสัญญา
“ไม่มีอะไรเอาเป็นว่าทำตามที่ผมสั่งก็พอ”
“ค่ะท่าน จะรีบส่งให้นะคะ”
ทางด้านมะลิเมื่อออกมาด้านนอกห้องนั้นรีบตรงมาหาหนูเล็กและจับมือเพื่อนเอาไว้ด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก
“ฉันผ่านการสัมภาษณ์แล้วแก ดีใจมากเลยตอนบ่ายนัดเซ็นสัญญาแล้วนะ” มะลิรีบบอกกับเพื่อนด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก
“ดีใจด้วยนะแก” หนูเล็กบอกกับเพื่อนก่อนที่สองสาวจะจับมือกันด้วยความดีใจ
“ฉันหวังว่าแกเองก็จะผ่านเหมือนกับฉันนะหนูเล็กเราจะได้ไปทำงานด้วยกันไง”
“บ้าน่าแก ทำไมต้องไปด้วยกันตลอดเวลาด้วยไม่เบื่อบ้างหรือยังไงห่าง ๆ กันบ้างก็ได้”
..................
หากไม่ดูเป็นการรบกวนก็จะชวนเธอมารักกัน กดใจให้ด้วยนะคะ เก็บเข้าชั้นด้วยนะ จะได้ไม่พลาดทุกการอัพเดทค่ะ
ที่สำคัญ อย่าลืมคอมเม้นท์มาคุยกันด้วยนะคะ