คลั่งไคล้เด็กเนิร์ด
ตอนที่ 5.การเจอกันในรอบ 4 ปี
หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้วนั้นมีเพียงมะลิที่มานั่งรอเซ็นสัญญา อยู่ที่หน้าห้องทำงานของท่านประธานนั่นเอง นั่นเป็นเพราะว่าหนูเล็กไม่ผ่านการทำงาน มะลิมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือด้วยความรู้สึกที่ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก และคงไม่ต่างอะไรกับคนที่นั่งรออยู่ด้านในห้องสักเท่าไหร่ เพียงแต่ต่างคนต่างความรู้สึกก็เท่านั้น หนึ่งคนต้องการทำงาน ส่วนหนึ่งคนต้องการเจอให้ไวที่สุด
“คุณมะลิพร้อมแล้วใช่ไหมคะ ถ้าพร้อมแล้วเชิญค่ะ” เลขาหน้าห้องทำหน้าที่เรียก มะลิรีบเดินตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าไปก็เห็นว่าผู้ชายนั่งหันหลังให้แน่นอนมะลิคิดว่าเขาคงเป็นประธานแน่ เพราะตอนสัมภาษณ์ก็เห็นว่าเขานั่งอยู่ตรงนั้น และเขาก็ยังคงนั่งหันหลังแบบนั้นเหมือนเดิม มะลิถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไป
"สวัสดีค่ะ ฉันมะลิค่ะ" มะลิรีบรายงานตัวเองก่อนทันทีตามมารยาท ต่อให้เขาจะไม่หันหน้ามาหาเธอก็ตามที
“เชิญนั่งครับ” เสียงที่สุขุมนุ่มลึกเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ทำเอามะลิถึงกับต้องรีบนั่งไม่รู้ว่าเกรงใจหรือยังไง แต่น้ำเสียงนั้นเหมือน เหมือนกับว่าเคยได้ยินที่ไหนมาสักแห่งหนึ่ง แต่ว่านั่นมันคงไม่สำคัญหรอกในตอนนี้ เพราะสิ่งที่สำคัญสำหรับเธอก็คืองานเท่านั้น
“สัญญานั่นคุณเซ็นได้เลยนะครับ ตรวจสอบให้ละเอียดเรียบร้อยก่อนด้วยนะ”
คนที่นั่งหันหลังให้เอ่ยออกมา แต่ทำไมยิ่งฟังเสียงแล้วนั้นทำไมมันคุ้นเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเคยได้ยินเสียงนี้จากที่ไหน แต่ว่ายิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยังคิดไม่ออก มะลิพยายามสลัดความคิดนี้ออกไปก่อนจรดปลายปากกาลงบนเอกสารและบรรจงเซ็นเอกสารด้วยความตั้งใจ โดยที่ไม่ทันได้อ่านข้อตกลง หรือว่ารายละเอียดเลยสักนิดว่าเป็นยังไง เพราะแค่ได้งานเท่านั้นคือสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในตอนนี้
แต่กลับเป็นว่าคนที่หันหน้ามานั้น.....
และยิ่งทำให้เธอตกใจมากยิ่งขึ้นเมื่อคนที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจอกับต้องมาเจอกันในตอนนี้ ที่นี่ในตำแหน่งนี้
“พี่แพททริค!!”
มะลิเอ่ยร้องออกมาด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก และพอได้สติกลับคืนมามะลิถึงกับลุกขึ้นยืน ก่อนจะหมุนตัวและจะเดินออกไป แต่ว่าช้ากว่าคนที่อยู่ด้านหลัง เมื่อเขาลุกขึ้นและคว้ามือเธอเอาไว้
“ปล่อยนะคะ”
มะลิหันไปมองและใช้สายตาเพื่อให้เขาปล่อยมือ แต่ว่าไม่เลยกลับยิ่งจับแน่นกว่าเดิม
“ไม่เจอกันนานเลยนะ สบายดีไหมเป็นยังไงบ้าง”
“ปล่อยค่ะ ฉันไม่ทำงานที่นี่แล้วขอตัว” มะลิตอบและพยายามสะบัดมือออก
“แต่ว่ามะลิเซ็นสัญญาไปแล้ว และในสัญญาบอกว่าหากผิดสัญญาจะถูกปรับเป็นเงินจำนวนมาก”
มะลิชะงักผีเท้าของเธอ
หญิงสาวค่อย ๆ หันหน้ามามองชายหนุ่มริมฝีปากสั่นระริกก่อนจะเอ่ยถามออกมา “หมายความว่ายังไงคะ? ”
แพททริคไม่ตอบ แต่เขาเลือกที่จะจูงมือของมะลิมานั่งตรงที่โซฟาตัวเดิมที่เธอเพิ่งจะเซ็นเอกสารไปเมื่อก่อนหน้านี้ แล้วยื่นเอกสารให้กับหญิงสาว
นิ้วเรียวกรีดสัญญาอ่านทีละหน้า ด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวเป็นอย่างมาก จนทำให้เห็นว่าเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นที่ใบหน้าของเธอ
“หากยกเลิกสัญญาปรับห้าแสนบาท” มะลิมองหน้าแล้ววางเอกสารไว้ที่โต๊ะ ก่อนเงยหน้ามองคนที่ยืนเต็มความสูงตรงหน้าเธอ
“ไม่อ่านต่อให้จบละ หรือว่าอ่านจบแล้ว”
“ไม่เจอกันสี่ปี ไม่ยักรู้นะคะว่าพี่ยังเลวเหมือนเดิม”
“ตกลงจะออกไหม หรือยังไงถ้าออกก็เอาเงินค่าปรับมา”
“ได้ฉันจะหาเงินค่าปรับมาให้ ขอเวลาหนึ่งอาทิตย์”
“แสดงว่าอ่านไม่ครบสินะ บรรทัดต่อไปบอกว่าเงินค่าปรับต้องจ่ายทันที ที่ก้าวขาออกไปจากบริษัท หากไม่จ่ายตามที่กำหนดเท่ากับว่ากำลังทำให้บริษัทเสียหาย และเสียทรัพย์” แพททริคบอกกับมะลิ
“สันดารเดิมจริง ๆ ตกลงฉันทำพรุ่งนี้เริ่มงานใช่ไหมเอาไว้เจอกันพรุ่งนี้ วันนี้ขอตัวก่อนก็แล้วกัน”
มะลิพูดจบแล้วลุกขึ้นยืน แต่แพททริคขวางเอาไว้
“อยากคุยด้วย เรายังมีเรื่องที่ต้องปรับความเข้าใจกันก่อนนะมะลิ ขอร้องที่ผ่านมามะลิเข้าใจพี่ผิดไปนะ”
แพททริคบอกกับหญิงสาวเชิงอ้อนวอน
“ขอโทษด้วยนะคะท่านประธานฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณค่ะขอตัว”
พูดจบแล้วมะลิเดินออกไปทันที พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด เพราะไม่คิดว่าจะเจอผู้ชายคนนี้ที่นี่ แถมเขายังอยู่ในตำแหน่งท่านประธานอีกต่างหาก ที่สำคัญเธอพลาดที่ไม่ได้อ่านสัญญาก่อน จะว่าไปใครจะไปรู้ หากรู้ก็คงอ่านให้ถี่ถ้วนกว่านี้
แพททริคเองก็ถอนหายใจ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงให้หญิงสาวคนนี้ยอมฟังเขา
“ไม่ได้การละต้องทำอะไรสักอย่าง” ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบคว้าเอกสาร และ เรซูเม่ ของมะลิมาเปิดอ่านอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ปัจจุบัน หรือว่า เบอร์ติดต่อ พออ่านมาถึงสถานภาพ ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เพราะในเอกสารนั้นระบุว่า โสด !!
..............................................................
อร๊ายยย อะไรกัน สองคนนี้มีปัญหาอะไรกันเหรอ ?
มาลุ้นกันค่ะว่าทำไมน้องมะลิที่คลั่งพี่ขั้นสุดนั้นถึงได้เย็นชาขนาดนี้กันนะ