@บ่อนพนันของบุษบา
ครืดๆ ในขณะที่เธอกำลังสนุกอยู่กับการเล่นไพ่ แต่อยู่ๆ เสียงเรียกเข้าจากมือถือเครื่องหรู เครื่องใหม่ ที่เพิ่งไปซื้อมาเมื่อวานก็ดังขึ้น
"ใครมันมาขัดกูวะเนี่ย พวกมึงเล่นกันไปก่อนกูขอไปรับโทรศัพท์แป๊บ" พูดกับพวกขาไพ่ ก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์ข้างนอก และเธอก็รู้สึกได้ว่าเบอร์ที่โทร.มามันคุ้นๆ
"ฮัลโหล..."
"ฮัลโหลน้าบัว นี่แจงเองนะจ๊ะ น้าบัวทำใจดีๆ แล้วฟังแจงก่อนนะจ๊ะ พี่นุ่นตกบันไดจ้ะ น้าบัว ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล..."
"ฮะ! อีนุ่นตกบันไดเหรอ!" พอได้ยินดังนั้นหล่อนก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้ รีบปิดบ่อนและโบกรถแท๊กซี่ไปยังโรงพยาบาลที่แจงบอกทันที ตกใจมากเสียจนลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้โกหกอะไรไว้
@โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
"เอ่อ...เชิญญาติคุณญาดาไปที่ห้องพักของหมอด้วยครับ" พอคุณหมอที่ออกมาจากห้องผ่าตัดพูดจบ สองแม่ลูกที่เป็นห่วงญาดากับเด็กในท้องมากๆ จนพากันนั่งคอตกหน้าดำคร่ำเคลียดก็รีบเดินตามคุณหมอไปทันที
"ตอนนี้คุณญาดาพ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ อวัยวะภายในไม่ได้รับการกระทบกระเทือน แต่ว่า...กระดูกหน้าแข้งของเธอหักทั้งสองข้าง และเอ่อ...เด็กในท้องก็เสียชีวิต หมอต้องขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ ครับ" สองแม่ลูกช็อกกับสิ่งที่ได้ยินกันทั้งคู่ ญาดาขาหักสองข้างลูกในท้องก็เสียชีวิตไปแล้ว อะไรมันจะน่าเศร้าใจขนาดนี้ ปองกานต์พูดอะไรไม่ออกนอกจากมีสีหน้าที่แสดงออกได้ถึงความเศร้าใจมากที่สุด ส่วนคุณหญิงก็ถึงขั้นน้ำตาตกเมื่อได้ยินว่าญาดาขาหักทั้งสองข้าง หลานในท้องก็เสียชีวิตไปแล้วด้วย
"และอีกอย่าง หมอคงต้องให้คุณหมอแผนกจิตรเวชมาตรวจสอบด้านสุขภาพจิตของเธอด้วย นั่นก็เป็นเพราะว่าก่อนที่หมอจะวางยาสลบคุณญาดาได้ฝืนขึ้นมา เธอขอให้หมอฆ่าเธอครับ ที่เธอตกบันไดจนขาหักนี่คงจะไม่ใช่แค่อุบัติเหตุใช่มั้ยครับ..."
"ครับ เธอตั้งใจจะฆ่าตัวตาย" ปองกานต์เป็นคนตอบท่าทางของเขาดูมืดมนและหดหู่จนทำให้ผู้เป็นแม่ร้องไห้หนักกว่าเดิม
"หมอเดาว่าเธออาจจะมีอาการป่วยทางจิต ยังไงหมอขอให้พวกคุณดูแลเธออย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ ถ้าเธอมีอาการป่วยทางจิตจริงๆ ตอนตื่นมาเธอก็อาจจะคิดสั้นอีก" หัวใจของสองแม่ลูกมีแต่ความมืดมนและความเจ็บปวดจนสาหัส แม้ร่างกายจะแข็งแรงดีอยู่แต่หัวใจของทั้งสองนั้นปวดร้าวจนแทบจะพากันล้มทั้งยืน
"เอ่อ...แล้วเธอจะสามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิมมั้ยครับ" แต่เขาก็ยังไม่ลืมที่จะถามคำถามสำคัญ
"กลับมาเดินได้แน่นอนครับ แต่ต้องทำกายภาพบำบัดเป็นประจำแล้วก็อาจจะใช้เวลาสัก 1-2 ปีกว่าจะกลับมาเดินหรือวิ่งได้ตามปกติ"
"ขอบคุณครับคุณหมอ"
หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็เดินออกมาจากห้องคุณหมอด้วยท่าทีหมดแรง
"ฮึก...แม่ผิดเองปาล์ม แม่ขอโทษนะลูก ที่ทำให้เรื่องต้องเป็นแบบนี้ ที่ลูกแแกต้องมาตายก็เพราะแม่ ที่นุ่นมันคิดสั้น ก็เพราะแม่ใจร้ายอคติไม่เข้าท่า ทำร้ายมันทางคำพูดตลอด แม่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้มันคิดสั้น...ฮือๆ" รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีนั่นก็เพราะรู้ตัวดีว่าสิ่งที่ตัวเองแสดงออกมาทั้งท่าทีรังเกียจที่มีต่อญาดา มันเป็นการทำร้ายหัวใจมนุษย์คนหนึ่งได้เป็นอย่างดี ท่านรู้แต่เพราะตอนนั้นอารมณ์ทิฐิมันเยอะมาก เยอะจนยับยั้งความใจร้ายของตัวเองไม่ได้ พอมาสำนึกได้มันก็สายไปแล้ว เสียหลานคนแรกของตระกูลไป ทำให้ญาดาเดินไม่ได้ เจ็บปวดและรู้สึกผิดเสียใจร้องไห้ไม่หยุด
"ไม่หรอกครับ สาเหตุที่แท้จริงมันคือผมต่างหาก ถ้าผมให้เงินเธอไปตั้งแต่แรกมันก็จบแล้ว แต่ผม..." พูดจบแล้วก็เอามือปิดหน้าทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มีหยาดน้ำตาคลอออกมาจากดวงตา เสียลูกไปแล้ว ญาดาก็ขาหัก กว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ก็ต้องใช้เวลาอย่างต่ำเป็นปี ที่มากไปกว่านั้นก็คือเธอมีแนวโน้มที่จะป่วยทางจิต ถ้าให้เขาเดาโรคป่วยทางจิตที่ทำให้คนๆ นึง มีความคิดอยากจะฆ่าตัวตายแบบนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น 'โรคซึมเศร้า'
เพราะว่าคุณหญิงนั้นเคยเอ็นดู เคยรักญาดามากๆ และท่านก็รู้ดีว่าญาดาไม่ได้ทำเรื่องร้ายกาจจับลูกชายของเขาเป็นสามี แต่ก็เพราะเกลียดแม่ก็เลยพาลทำให้เกลียดลูกไปด้วย ส่วนปองกานต์ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้มีใจพิศวาสอะไรกับญาดาเลย เธอไม่เคยอยู่ในสายตาเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ก็เพราะเป็นคนมีคุณธรรมและมีสามันสำนึกมากพอ จึงทนดูคนๆ หนึ่งตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ เขาอาจจะเป็นคนรักแรงเกลียแรงเหมือนแม่แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากให้เธอกับลูกตายไปอย่างที่เคยคิด ถ้าเขาเลวจริงก็คงจะบีบขอเธอตายคามือไปตั้งแต่เมื่อวานหรือไม่ก็บอกให้เธอไปทำแท้งตั้งนานแล้ว แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ลง...
ร่างไร้สติของญาดาถุูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้ามาไว้ที่ห้องพักฟื้น vip ที่คุณชัชชาติเป็นคนไปจองห้องให้เอง สามพ่อแม่ลูกนั่งๆ เดินๆ อยู่ในห้อง พอมองเห็นร่างไร้สติที่นอนอยู่บนเตียงที่มีผ้าพันแผลพันอยู่ที่ขาทั้งสองข้างและศรีษะ ตามเนื้อตัวก็เต็มไปด้วยร่องรอยฟกช้ำ รอยช้ำที่ลำคอจากการถูกบีบคอเมื่อวานก็ยังชัดเจน ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศหม่นหมองของสามพ่อแม่ลูก ที่ต่างมีความรู้สึกผิดกันทั้งสามคน หนักสุดก็คงจะเป็นสองแม่ลูกที่ได้แต่มองญาดาที่นอนหลับอยู่ด้วยสายตาเศร้าสร้อย
@เคาน์เตอร์พยาบาล
"คุณพยาบาลคะ ขอถามหน่อยค่ะ คนไข้ที่ชื่อ ญาดา สุวรัณ พักอยู่ที่ห้องไหนคะ" เป็นคำถามที่เต็มไปด้วยความร้อนใจ
"คุณญาดาพักอยู่ที่ชั้น..." พอคุณพยาบาลบอกชั้นและเลขที่ห้องจบ บุษบาก็รีบเดินกึ่งวิ่งไปขึ้นลิฟท์ทันที จนเดินมาถึงห้องพักของญาดาในที่สุด
"นุ่น..." แวบแรกที่เดินเข้ามาในห้องก็พบเข้ากับร่างของลูกสาวที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลสีขาว มันบ่งบอกให้รู้ได้เลยว่าอาการเธอสาหัสมาก
"นี่พวกคุณดูแลลูกสาวฉันยังไงทำไมนุ่นมันถึงมาอยู่ในสภาพนี้ได้ แล้วหลานฉันล่ะ เขาตายไปแล้วใช่มั้ย..." บุษบาดูร้อนรนและเป็นห่วงญาดาผิดคาด แต่สิ่งที่ทำให้สามพ่อแม่ลูกอึ้งจนเถีียงไม่ออกไม่ใช่เพราะความรู้สึกผิด แต่ก็เป็นสภาพของบุษบาต่างหาก
สภาพของคนที่โทร.มาบอกลูกสาวว่าโดนเจ้าหนี้รุมทำร้ายและขู่ว่าจะเผาบ้าน ถ้าโดนทำร้ายสาหัสขนาดนั้นจริงๆ เธอคงจะเดินทางมาที่นี่ไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ แต่นี่มันไม่ใช่คนโดนกระทืบที่ไหนจะแต่งตัวหรูหราผิดกับตอนที่เป็นคนใช้ขนาดนี้ รอยบาดแผลอะไรก็ไม่มีสักนิิด สามแม่ลูกจึงถึงบางอ้อทันทีรู้แล้วว่าญาดาโดนแม่ตัวเองหลอก หลอกได้สำเร็จมากๆ เสียด้วย ลูกสาวกลายเป็นขโมยโดนเจ้าของแหวนบีบคอซะเกือบจะขาดใจตาย สุดท้ายที่คิดฆ่าตัวตายก็คงจะเป็นเพราะเจ็บปวดกับสิ่งที่ทำลงไปหรือบางทีเธอก็อาจจะรู้แล้วว่าโดนแม่แท้ๆ หลอกจึงได้คิดสั้นขึ้นมาแบบนี้ นี่คือสิ่งที่ปองกานต์คาดเดาไว้พร้อมกับมองบุษบาตาไม่กระพริบ