บุษบาไม่ได้ตอบกลับไปนอกจากร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้ว่าทำไมต้องร้องไห้ตามเด็กที่ตัวเองจงเกลียดจงชังด้วย ไม่รู้ว่าทำไมต้องเดินกลับมาช่วยเด็กคนนี้
บุษบาแบกลูกสาวตัวน้อยเข้ามาในบ้านและลงมือทำแผลให้เธอ
"โอ๊ย...เจ็บ! ฮือ..."
"อยู่เฉยๆ มึงอยากเป็นลูกกูมึงก็ต้องอดทน เข้าใจมั้ย..."
"จ้ะ..." พอรับปากแล้วก็หยุดร้องพยายามอดทนสุดชีวิตเพื่อไม่ให้ครวญครางออกมาเพราะความเจ็บ ในเมื่อเธออยากมีแม่ ไม่อยากอยู่คนเดียวก็ต้องทน บนโลกนี้ก็มีแค่คนๆ นี้เท่านั้นที่เด็กน้อยจะฝากชีวิตที่เหลือไว้ได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าเขาจะเลวร้ายขนาดไหนเด็กสาวก็ต้องอดทนจนถึงที่สุด
"รับปากกับกูได้มั้ยว่าถ้ามึงอยากอยู่กับกู อยากเป็นลูกกู มึงก็ต้องรักกูมากที่สุดในชีวิต รักมากกว่าแม่เข็มของมึง มึงต้องเชื่อฟังกูทุกอย่าง ต้องให้กูเป็นเจ้าชีวิตของมึง ถ้ามึงผิดสัญญาเมื่อไหร่กูก็จะทิ้งมึงไปเหมือนเมื่อกี้" มันเป็นคำสัญญาในวัยเด็กที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม
"จ้ะ หนูจะเป็นลูกแม่ จะเชื่อฟังทุกอย่าง หนูจะรักแม่มากกว่าแม่แท้ๆ ของหนู แม่ก็ต้องสัญญานะจ๊ะว่าจะไม่ทิ้งหนูอีก"
"กูสัญญา" พูดด้วยจิตใจที่แน่วแน่และจริงจังทั้งสองคน
จากวันนั้นมาชีวิตของญาดาก็ไม่ได้ต่างไปจากบุษบาเลย เธอต้องเชื่อฟังและฝืนทำอะไรหลายๆ อย่างเพื่อให้ตัวเองไม่ถูกแม่ทิ้ง เหมือนกับบุษบาที่เคยฝืนทำตัวเป็นคนดีเพราะไม่อยากถูกธีรพงษ์เขี่ยทิ้ง ญาดาทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน แค่วิธีหนีปัญหาของเธอกับมารดามันต่างกันแค่นั้นเอง ในตอนนั้นบุษบาคิดว่าจะตัดปัญหาเรื่องญาดาทิ้งด้วยการกลับไปอยู่บ้านเกิดที่ต่างจังหวัด แต่ของญาดารุนแรงกว่ามากเพราะเธอไม่เห็นหนทางสว่างสักอย่างเลย มองไปทางไหนมันก็มืดมิดไปหมด นอกจากหนทางเดียวที่จะทำให้เธอหลุดพ้นจากชีวิตสุดอาภัพนี้ นั้นก็คือการตาย...
ซึ่งตอนนี้ปืนที่ปองกานต์นำมาเก็บไว้ในห้องทำงานจึงถูกเธอหยิบออกมาจากลิ้นชัก หญิงสาวเคยได้ยินป้าศรีบอกว่าปองกานต์ซื้อมาเก็บไว้ป้องกันตัว เพราะว่าบ้านเขารวยขนาดนี้ในอนาคตก็อาจจะมีพวกตีนแมวย่องเบาเข้ามาได้ แต่ในวันนี้มันจะไม่ได้มีไว้ยิงพวกตีนแมวอย่างเดียว มันจะเป็นสิ่งที่สามารถจบชีวิตอันแสนจะบัดซบของเธอด้วย...
"นุ่น! เธอจะทำอะไรวางปืนลงเดี๋ยวนี้!" เจ้าของปืนที่เดินตามเข้ามาใจหายวาบเมื่อได้เห็นภาพที่ญาดาถือปืนเล็งเข้าหาตัวเอง พร้อมกับสีหน้าที่สยดสยองเกินคำบรรยาย เพราะมันเป็นสีหน้าของคนที่อยากตายเต็มทน!
"นุ่น อย่านะวางปืนลงก่อน!" ญาดาไม่ได้สนใจเสียงห้ามของปองกานต์เลยสักนิด
"อย่าตามมานะ ถ้าตามมาฉันจะตายที่นี่ ถ้าไม่อยากเก็บศพฉันในบ้านหลังนี้ก็อย่าตามมา ฉันจะไปตายให้ไกลๆ จากที่นี่" ว่าแล้วก็เดินไปทางประตูและเล็งปืนเข้ามาหาตัวเองตลอด ณ ตอนนี้หัวใจของปองกานต์มันเต้นแรงมาก แม้จะเคยคิดอยู่ว่าอยากให้ญาดาตายๆ ไปซะ แต่พอมันกำลังจะเกิดขึ้นจริงเขากลับอยู่เฉยๆ ไม่ได้
"ว๊าย! นุ่นแกจะทำอะไร!" คุณหญิงกับคนใช้ช็อกกันมากเมื่อได้มาเห็นภาพที่ญาดาเดินออกมาพร้อมกับเอาปืนจ่อที่ขมับของตัวเอง
"ฮือๆ คุณหญิงไม่ต้องมาสนใจหนูค่ะ ปล่อยให้คนแบบหนูตายๆ ไปซะดีกว่าที่จะต้องมามีชีวิตแบบนี้ ฮือๆๆ" ญาดาบ่อน้ำตาแตกอีกแล้ว ยิ่งคิดถึงชีวิตที่ไม่มีใครต้องการ ชีวิตที่ไร้ค่าของตัวเอง มันยิ่งทำให้เธออยากจะระเบิดกระโหลกตัวเองให้ตายไปเลยในตอนนี้ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ต้องไม่ใช่ในบ้านของผู้มีพระคุณ เธอไม่อยากให้ทุกคนต้องมากลัววิญญาณที่เต็มด้วยความบัดซบอย่างเธอ
"นุ่นเธอตั้งสติดีๆ นะ เรื่องเมื่วานฉันขอโทษ ยังไงฉันก็ไม่อยากให้เธอตายนะ ใจเย็นๆ" พูดแล้วก็ค่อยๆ เดินตามเธอมา
"นุ่น แกตายไม่ได้นะ แกไม่ได้ผิดอะไร ฉันขอโทษที่เอาความโกรธเกลียดที่มีต่อแม่แกมาลงตัวแก ฉันขอโทษ ต่อไปนี้ฉันจะดูแลแกกับลูกอย่างดี แกอย่าคิดสั้นนะนุ่น" มันสายไปแล้วเธอนอนคิด นอนไตร่ตรองมาทั้งคืนและก็ได้พบว่าวิธีนี้มันเป็นวิธีที่ดีที่ืสุด ที่จะทำให้เธอหลุดออกจากวงจรบัดซบนี้ได้
"ไม่ต้องขอโทษนุ่นหรอกค่ะ นุ่นผิดเองที่ปฏิเสธแม่ไม่ได้ นุ่นผิดเองที่อยากได้เขาเป็นแม่ นุ่นต่างหากที่ต้องขอโทษ นุ่นขอโทษนะคะ คุณหญิง คุณปาล์ม ปล่อยให้นุ่นตายไปเถอะค่ะ เผื่ออะไรหลายๆ อย่างมันจะดีขึ้น คุณน้ำตาลอาจจะให้อภัยคุณปาล์มก็ได้ถ้าเกิดนุ่นไม่อยู่แล้ว ฮึก..." ว่าแล้ววิ่งลงบันไดไป แต่ปองกานต์ก็ไม่ได้ฟังเขาวิ่งตามมาติดๆ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังตามหลังมาญาดาจึงหันไปมอง ทั้งที่เดินลงไปอีกไม่กี่ขึ้นก็จะถึงพื้นแล้ว แต่เป็นเพราะว่ามัวแต่หันไปมองปองกานต์โดยที่ไม่ทันระวัง ดังนั้นเธอจึงพลาดท่าตกบันไดลงไป ปืนที่ถือมาก็หลุดออกจากมือไปด้วย พร้อมกับร่างเล็กบางที่ล่วงหล่นลงบนพื้นพรมอย่างแรง
"นุ่น!" ทุกคนเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่น ก่อนที่ปองกานต์จะรีบเข้าไปประคองร่างบางขึ้นมาจากพื้น
"แม่ครับ ใครก็ได้ เอากุญแจรถมาให้หน่อย ด่วนเลย!"
"นุ่น! ฉันจะเป็นลม"
"คุณหญิง!" ท่านตกใจกับภาพตรงหน้าจนหน้ามืด แจงจึงรีบประคองคุณหญิงไว้
"คุณแม่! แจงฉันฝากดูแลคุณแม่ด้วยนะ!"
"ค่ะๆ คุณปาล์มรีบพาคุณนุ่นไปหาหมอเถอะ เดี๋ยวทางนี้หนูดูแลเอง"
"นี่ค่ะคุณปาล์มกุญแจ" ปองกานต์รีบรับกุญแจรถมาจากคนใช้อีกคน ก่อนจะอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก แต่สิ่งที่ทำให้เขาผงะไปชั่วครู่ก็คือเลือดที่ไหลออกมาตามเรียวขาของเธอ
"อะ...โอ๊ย คุณปาล์ม ยิงนุ่นทีเถอะคะ นะ...นุ่นไม่อยากอยู่แล้ว นุ่นอยากตาย..." ร้องขอเขาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด จนแทบจะพูดออกมาไม่ไหว เธอเจ็บไปหมดทั้งตัวเจ็บจนไม่สามารถขยับตัวได้เลย
"เธอจะบ้าหรือไง! อยากจะตายอะไรนักหนาฮะ! ชีวิตคนเรามันมีค่ามากนะ บางคนเขาไม่อยากตายแต่ก็ต้องตาย เธอไม่รักตัวเองบ้างเลยหรือไง กว่าจะโตมาได้ขนาดนี้ก็ผ่านอะไรมาได้ตั้งเยอะ เพิ่งจะมาอยากตายอะไรตอนนี้" ต่อว่าเธอทั้งที่กำลังอุ้มเดินไปขึ้นรถ ญาดาไม่มีแรงจะเถียงหล่อนจึงหลับซุกใบหน้าไปที่อกกำยำของเขา และนั่นก็ยิงทำให้ชายหนุ่มต้องรีบเร่งฝีเท้าเดินไปที่รถโดยเร็ว
ตอนนี้ใจของเขามันอยู่ไม่เป็นสุข มันว้าวุ่นกระวนกระวายไปหมด กลัวที่สุด กลัวว่าญาดาจะเป็นอะไรไป กลัวว่าเธอจะตาย เป็นห่วงลูกที่อยู่ในท้อง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เกลียดเธอยังกับอะไรดี แต่ทำไมพอรู้ว่าเธอทุกข์ใจจนเกือบจะจบชีวิตตัวเองเขาก็ทนยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้