เกาะเขากิน

1266 Words
"อะ...โอ๊ย!" คุณหญิงมณียังคงร้องครวญครางเพราะความเจ็บและใช้มือนวดไปที่ขา "คุณท่าน" ตกใจมากเมื่อเห็นว่าคุณหญิงมณีเจ็บปวดมากขนาดไหน หล่อนนั่งคุกเข่าลงที่พื้นก่อนจะสั่งให้แจงรีบไปหายาหม่องมาระหว่างนั้นก็ช่วยบีบนวดให้คุณหญิง "ผ่อนคลายนะคะคุณหญิงเดี๋ยวก็หาย" ถ้าเป็นเวลาปกติหากเธอเข้ามาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ ท่านคงจะก่นด่าและไล่ไปไกลๆ แล้ว แต่ตอนนี้ท่านไม่สามารถผลักไสเธอได้จริงๆ เพราะรู้สึกเจ็บมากและการบีบนวดของหญิงสาวก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น "ดีขึ้นหรือยังคะ" ถามไปพลางบีบนวดให้ท่านด้วยความเต็มใจ หล่อนก็ผิดเองที่ปล่อยให้มารดาชักจูงมาทำเรื่องแบบนี้ เธอไม่แกร่งพอที่จะปฏิเสธ หัวอ่อนและเชื่อฟังแม่ผู้มีพระคุณมาโดยตลอดทั้งที่ก็ไม่ได้อยากทำเลย และอีกอย่างผู้ที่หล่อนกำลังบีบนวดให้อยู่ก่อนที่จะเกิดเรื่องขึ้นท่านก็ใจดีมากๆ แล้วแบบนี้หญิงสาวจะโกรธท่านลงได้อย่างไร "ฉันหายปวดแล้ว จะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ" เอ่ยปากไล่ แต่ก็ไม่ได้เป็นการไล่ที่รุนแรงอะไร "ค่ะ" ว่าแล้วหญิงสาวก็ลุกออกไป อันที่จริงก็อยากจะบีบนวดให้ท่านสบายแบบเมื่อก่อนแต่ตอนนี้ท่านก็ไม่ได้ต้องการเธอแล้วหนำซ้ำยังรังเกียจอีก ความรู้สึกหดหู่ใจจึงกลับมาทำร้ายหล่อนอีกแล้ว ยิ่งคิดมันก็ยิ่งรู้สึกแย่จนอยากจะตายๆ ไปซะ ไม่อยากมีชีวิตที่บัดซบแบบนี้แล้ว โดนแม่ตัวเองขังไว้ให้อยู่กับผู้ชายที่เมาจนขาดสติในห้อง ถูกเขาข่มขืนจนท้อง คนที่ทำให้ชีวิตเธอมาถึงจุดที่เรียกได้ว่า 'ชีวิตบัดซบ' ก็คือแม่ที่เธอรักที่สุดในชีวิต เพราะรักท่านมากพอท่านสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำหมดมีทั้งเรื่องที่ไม่อยากทำแล้วก็เรื่องที่อยากทำ ซึ่งเรื่องที่ไม่อยากทำที่สุดในชีวิตก็คือเรื่องที่แม่ให้หลับนอนกับปองกานต์ ในตอนนั้นบุษบาไม่ได้คิดว่าการนอนกับปองกานต์ภายในคืนเดียวจะทำให้ญาดาท้อง หลังจากวันนั้นเธอก็บังคับไม่ให้ญาดาทานยาคุมกำเนิดและในที่สุดญาดาก็ท้องจนได้ นับเป็นวันที่ขมขื่นที่สุดรองลงมาจากการถูกปองกานต์ข่มขืน มีแต่แม่ผู้บงการทุกอย่างเท่านั้นที่มีความสุขกับเรื่องแบบนี้ ญาดานึกไม่ออกเลยว่าเมื่อไหร่เธอจะมีชีวิตที่มีความสุขอย่างคนอื่นเขาบ้าง เธอได้แต่หลอกตัวเองไปวันๆ ว่าแม่รักเธอ เธอต้องอยู่เพื่อแม่ เพราะแม่รักให้ได้ดีจึงต้องทำร้ายเธอแบบนี้ เธอมองไม่ออกจริงๆ ว่าหนทางไหนที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข ได้แต่คิดว่าถ้าเธอตายไปมันจะดีหรือเปล่า บางทีแม่อาจจะพูดว่ารักเธอสักครั้ง อาจจะร้องไห้เสียใจถ้าเห็นเธอตาย และเธอก็จะได้ไม่ต้องมีชีวิตที่ห่วยแตกแบบนี้อีก ชีวิตที่ไม่มีใครสักคนต้องการ... วันต่อมา ครืดๆ เสียงเรียกเข้าจากมือถือเครื่องเก่าของญาดาดังขึ้น พอเห็นว่าใครเป็นคนโทรมาเธอก็รับโทรศัพท์อย่างเร็ว “แม่ เป็นไงบ้างจ๊ะ ทำไมไม่โทรมาหานุ่นเลย” เอ่ยถามด้วยความคิดถึง “กูสบายดี ก็ไอ้เงินห้าพันที่มึงให้มามันคืนทุนให้กูหลายบาทเลย ตอนนั้นมีเงินก็เลยไม่ได้โทรไป แต้ตอนนี้มันหมดแล้ว โอนเงินมาให้กูหน่อยสัก 2-3 พันก็พอ กูจะเอาไปทำทุน" "แต่หนูต้องไปขอเงินที่คุณปาล์มน่ะสิแม่" ใช่แล้วมันลำบากใจตรงนี้ "เออ มึงก็ไปขอสิวะ เขาเป็นผัวมึง" หล่อนไม่เคยสนใจความรู้สึกของลูกสาวคนนี้อยู่แล้ว "จ้ะๆ" และเธอก็เป็นแบบนี้ทุกที ต้องยอมเจ็บปวด ยอมทำอะไรที่ไม่อยากทำเพื่อแม่คนนี้ เพราะว่าปองกานต์ไปทำงานแล้ว ดังนั้นเธอจึงต้องโทรไปหาเขา ไม่อยากจะทำแบบนี้เลยสักนิด ไม่อยากจะได้อะไรจากปองกานต์ ไม่ต้องการเงินหรือความสงสาร ความเห็นใจจากเขาเลย แต่คนที่บีบให้เธอต้องทำเช่นนี้ก็คือแม่ผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิต 'ฮัลโหล...นั่นใครครับ' เพราะปองกานต์ไม่ได้บันทึกเบอร์โทรของญาดาไว้ก็เลยไม่รู้ว่าคนที่โทรมาคือเธอชายหนุ่มจึงรับสายด้วยความสุภาพ "เอ่อ...นี่นุ่นเองค่ะคุณปาล์ม" "เธอมีอะไร!" จากน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงแข็งกระด้างทันทีเมื่อทราบชื่อผู้ที่โทรมา "คือตอนนี้นุ่นไม่มีเงินเลยค่ะ ขอเงินสักสามพันได้มั้ย" "นึกว่ามีอะไร ที่แท้ก็หิวเงินนี่เอง ได้สิรีบบอกบัญชีมาเดี๋ยวจะรีบโอนให้จะได้จบๆ" "ค่ะ ขอบคุณนะคะ" จำต้องโดนดูถูก โดนด่าก็เพราะมารดาคนเดียว ถึงจะเจ็บก็ต้องทนเพราะเธออยากจะเป็นลูกสาวของบุษบาเอง และปองกานต์ก็โอนเงินมาให้เธอ เขาโอนมาให้เป็นจำนวน 10,000 บาท โอนมาเกินจำนวนที่ขอ เป็นเพราะเจ้าตัวอยากจะตัดความรำคาญ ไม่อยากจะเสวนากับหล่อนบ่อยๆ ก็เลยให้ไปทีเดียวหนึ่งหมื่น ญาดาไม่ได้เอาเงินหนึ่งหมื่นบาทไปใช้ เธอให้บุษบาไปจำนวนสามพันตามที่นางขอ ส่วนเงินที่เหลือก็เก็บไว้ให้บุษบาในครั้งต่อไป เพราะไม่เคยเอาเงินไปซื้ออะไรให้ตัวเองเหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่น สภาพเธอถึงได้ดูโทรมๆ และหม่นหมองขึ้นทุกวัน ทั้งที่จริงๆ แล้ว ถ้าตัดเรื่องความโทรมออกไปญาดาถือว่าเป็นคนสวยคนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ เธอเป็นคนตาโต ขนตางอนงาม จมูกโด่งเป็นสัน หน้าเรียวเล็ก ปากอวบอิ่มเป็นรูปกระจับ คิ้วดกดำและโก่งสวย แต่ก็เป็นเพราะไม่เคยดูแลตัวเองหรือใช้เครื่องสำอางแต่งหน้า ความสวยที่มีจึงไม่ได้อวดโฉมให้ใครเห็น 1 เดือนต่อมา มารดาของหญิงสาวไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย ถ้าให้เธอเดาก็คงจะเป็นเพราะตอนนี้ท่านคงกำลังมีเงินจากการเล่นการพนัน แม่ของญาดาติดการพนันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะเหตุนี้เมื่อก่อนจึงลำบากมากถ้าวันไหนบุษบาเสียเงินจากการพนันเยอะเธอก็ต้องท่านข้าวกับ ไข่ต้ม มาม่า ปลากระป๋อง อาหารที่มนุษย์เงินเดือนมักเก็บไว้กินยามที่เงินในกระเป๋าใกล้จะหมด หรือถ้าบางวันโชคร้ายมากๆ ก็อดข้าวทั้งแม่ทั้งลูก และหากวันไหนท่านได้เงินมาเยอะก็จะได้ทานอาหารที่ดีกว่านี้ แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้หล่อนชอบเลยสักนิดที่มารดาติดการพนันหนักจนถึงขั้นเลิกไม่ได้เลยเช่นนี้ เพราะว่าการที่มารดาติดการพนันหนักมันก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เธอป่วยเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่อายุ 16ปี เป็นโรคจิตอย่างที่แม่เธอว่า...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD