ตอน จุดเริ่มต้น
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เสียงตบตีและเสียงด่าทอดังกังวานไปทั่วทั้งคฤหาสน์หลังงาม
“อีสารเลว! อีชาติชั่ว! กูเหรออุตส่าห์เลี้ยงดูปูเสื่อมึงกับแม่มึงอย่างดี ให้ที่อยู่ที่กินดีๆ แต่มึงกลับยังทรยศตอบแทนกูด้วยการกินบนเรือนขี้รดบนหลังคาอย่างนี้ กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กผู้หญิงหน้าใสๆ อย่างมึงจะร่าน มักใหญ่ใฝ่สูงอยากเป็นลูกสะใภ้ของกู อิคนเนรคุณ!” ทั้งตบและด่าไปทำเอาคนที่ถูกทำร้ายเจ็บไปหมดทั้งกายทั้งใจ เธอไม่ได้เป็นอย่างที่ คุณหญิง มณี พูดเลยสักนิด แต่คนที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ก็คือแม่ของเธอ
“ฮึก...ฮือ หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจค่ะ” คนที่โดนตบจนใบหน้าและผมเผ้ายับเยินไปหมดทำท่าจะก้มลงกราบแทบเท้าคุณหญิง
“มึงไม่ต้องมากราบกู!” คนที่มีพระคุณและใจดีกับเธอในก่อนหน้านี้ กลับกลายเป็นผู้หญิงที่จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตทันที เมื่อรู้ว่าเธอตั้งครรภ์กับ ปองกานต์ ลูกชายเพียงคนเดียวของท่าน
“ว๊าย! นุ่นทำไมสภาพแกเป็นแบบนี้ คุณผู้หญิงคะบัวขอโทษ...”
“มึงไม่ต้องมาพูดกับกูอีตอแหล! กูรู้ว่ามึงสมรู้ร่วมคิดกับลูกมึงจะจับลูกชายกู ไม่งั้นมึงคงไม่ปล่อยให้มันท้องหรอก!” บุษบา ที่กำลังจะวิ่งเข้ามากราบขอโทษคุณผู้หญิงถึงกับสะอึกไปในทันทีเมื่อถูกด่าทอแบบนี้ คุณหญิงมณีแต่เดิมแล้วท่านก็ไม่ใช่คนที่พูดจาหยาบคายอะไร แต่ถ้าโมโหหรือโกรธใครจัดๆ เข้า คำด่าของท่านที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณหญิง คุณนาย ก็รุนแรงไม่แพ้กับพวกแม่ค้านั่งตลาดเลยสักนิด
“คุณนี! นี่มันอะไรกัน! นุ่นเขากำลังท้องกำลังไส้อยู่ ถ้าเด็กในท้องตายขึ้นมามันก็เท่ากับว่าคุณฆ่าคนๆ นึงเลยนะ” คุณ ชัชชาติ อศัวการกุล เดินเข้ามาห้ามปรามและต่อว่าภรรยาที่ใจร้ายใจดำตบตีคนที่กำลังอุ้มท้องหลานของตัวเอง
“แค่ตบไม่ได้กระทืบมันไม่ตายหรอกค่ะ จะว่าไปมันสำส่อนแบบนี้ดีไม่ดีมันอาจจะเป็นลูกของคนอื่นก็ได้ ยังไงถ้าเด็กคลอดออกมาฉันก็จะให้ตรวจดีเอ็นเอ” ถ่อยคำดูถูกดูแคลนที่หลุดออกมาจากปากของท่านยิ่งทำให้หัวใจที่ชอกช้ำอยู่แล้วช้ำมากกว่าเดิมไปอีก
“หยุดพูดจาสกปรกๆ ทำร้ายจิตใจคนอื่นเขาสักที ถ้าลูกเรามันไม่มักง่ายเรื่องแบบนี้มันก็ไม่เกิดขึ้น คุณจะไปโทษนุ่นเขาคนเดียวไม่ได้” คุณชัชชาติยังคงเป็นกลางเสมอ
“ไม่ค่ะ ลูกเราไม่ได้เลว อีนี่กับแม่มันต่างหากที่ฉวยโอกาสตอนตาปาล์มเมา ลุงยามที่เฝ้าหน้าประตูบอกฉันเองค่ะว่าคืนที่ตาปาล์มกลับจากงานเลี้ยงอีแม่มันเสนอหน้าเขาไปประคองตาปาล์มเข้าไปในห้องของลูกมัน พวกมันทั้งสองตัวมักใหญ่ใฝ่สูงอยากจะให้อีนุ่นเป็นสะภ้ของเราตั้งแต่แรก” ยิ่งพูดยิ่งคิดท่านก็ยิ่งโมโหอยากจะถไลเข้าไปตบตีนังตัวแม่อย่า บุษบา หรือบัว ให้หนำใจ คุณชัชชาติไม่ได้พูดอะไรออกไปนอกจากยืนอยู่นิ่งๆ ด้วยสีหน้าหนักใจ ถึงแม้ ญาดา กับแม่ของหล่อนจงใจจะจับลูกชายของท่านจริงๆ ในเมื่อเธอตั้งครรภ์แล้วท่านก็คงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากบังคับให้ลูกชายรับผิดชอบเด็กในท้อง
“บัว พาลูกสาวเธอไปทำแผลก่อนไป เดี๋ยวค่อยมาคุยกันที่ห้องนั่งเล่นว่าจะเอายังไงต่อไป”
“ค่ะ คุณท่าน” บุษบารีบพา ญาดา เดินออกไปเพราะกลัวว่าคุณผู้หญิงของบ้านจะเข้ามาทำร้ายเธอด้วยอีกคน ถ้าคุณชัชชาติไม่เข้ามาห้ามคุณหญิงก็คงไม่มีทางหยุดแน่นอน เพราะขนาดตอนที่ญาดาโดนทำร้ายแม่บ้านอีกสองคนอย่างศรีและแอ๊ดยังห้ามกันไม่อยู่
"นี่ดีนะที่อีตัวแม่มันไม่จับคุณซะเอง" หันมาคุยกับสามี
“ว่าแต่ตาปาล์มมันไปไหนแล้วล่ะ” ท่านถามหาลูกชายตัวก่อปัญหา
“มันคงไปตามง้อตามขอโทษขอโพยคู่หมั้นของมันนั่นแหละค่ะ อีตัวดีนี่ก็ฉลาดรู้เวลาดีเหลือเกิน มาสารภาพว่าท้องตอนที่หนูน้ำตาลเขาเดินเข้ามาพอดี เฮ้อ...แล้วแบบนี้เงินหลายสิบล้านที่เราเอาไปหมั้นหนูน้ำตาลก็ต้องตกไปเป็นของเขาฟรีๆ ล่ะสิ โถ่เอ้ย...ฉันจะเป็นลม” สองสามีภรรยาก็เครียดและกังวลหนักเช่นกัน ท่านทั้งสองจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเมื่อเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น อีกไม่นานก็คงจะมีข่าวยกเลิกงานแต่งงานขึ้นมาแน่ๆ ไหนจะต้องผิดใจกับครอบครัวของ รสิตา อีก
@ที่ห้องพักของญาดา
"โอ๊ย...ฮึก...ฮือ" ญาดายังคงร้องไห้ไม่หยุด
"อีนุ่นเมื่อไหร่มึงจะหยุดร้อง แทนที่จะดีใจที่จะได้เป็นสะใภ้เศรษฐี มาร้องไห้ทำXXX อะไรกูยังไม่ได้ตายสักหน่อย" เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าลูกสาวยังคงร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่หยุด แตกต่างคนเป็นแม่อย่างเธอที่ดีใจจนยิ้มไม่หุบ ถึงจะโดนด่าทอเสียรุนแรง ตอนเห็นญาดาโดนทำร้ายยังไงเธอก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บแค้นอะไร เพราะถ้าแลกกับการที่ลูกสาวได้เป็นสะใภ้ของบ้านนี้แล้วมันช่างเป็นอะไรที่คุ้มที่สุดในชีวิตของเธอมากจริงๆ
"ฮือ...ก็หนูไม่อยากท้อง ไม่อยากเป็นคนเนรคุณ หนูไม่ได้ชอบคุณปาล์ม หนูไม่ได้อยากเป็นสะใภ้ของที่นี่ ฮึก...และหนูก็ไม่อยากให้คุณผู้หญิงเขาเกลียดหนู ทำไมแม่ถึงทำกับหนูอย่างนี้ ลากผู้ชายที่เมาขาดสติเข้ามาปลุกปล้ำหนูถึงในห้อง พอเช้าขึ้นมาแม่รู้มั้ยว่าเข้าทำยังไง เขาทำเหมือนกับว่ามันไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น เขาวางตั้งไว้ให้หนูห้าพันแล้วเดินออกไป เขาทำเหมือนหนูเป็นผู้หญิงขายตัว ทำไมแม่ถึงได้..."
"มึงหุบปากเลยนะ ก่อนที่กูจะตบปากมึง ที่กูทำนี่มันก็เพื่อมึงทั้งนั้น เชื่อสิว่าวันข้าหน้ามึงจะสบายและนึกขอบคุณกูเองที่ทำเรื่องชั่วๆ แบบนี้เพื่อมึง แล้วไอ้เงินห้าพันนั่นมันอยู่ไหนล่ะล่ะ ทำไมไม่บอกกูว่าเขาให้เงินมึงด้วย" จิตใจของบุษบามันต่ำตมเกินที่จะเป็นคน เธอเป็นทั้งแม่ที่ดีที่สุดและเลวที่สุดของญาดา
"ตอนแรกหนูกะจะเอาไปสมัครเรียนเลยไม่ได้บอกแม่"
"ตอนนี้มึงไม่ได้สมัครเรียนแล้ว ก็เอาเงินไม่ให้กูสิ กูจะเอาไปทำทุนในคืนนี้" ทำทุนที่เธอว่าก็คือทุนที่จะเอาไปเล่นการพนันในคืนนี้
"นี่แม่ยังจะเล่นอีกเหรอ"
"เออ สิวะ! มึงกูรู้ว่ากูอดไม่ได้ เอามาให้กูเร็วๆ สำนึกในบุญคุณของกูหน่อย อย่าลืมนะว่ากูเลี้ยงมึงมา" เพราะคำว่า 'กูเลี้ยงมึงมา' คำๆ นี้ ทำให้ญาดาขัดใจแม่ของเธอไม่ได้เลยสักเรื่อง ร่วมถึงเรื่องที่เพิ่งขึ้นเรื่องนี้ด้วย
"มึงเช็ดน้ำตาแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตาซะเดี๋ยวกูจะทำแผลให้ เสร็จแล้วก็ค่อยเข้าไปหาคุณท่านเขาที่ห้องนั่งเล่น" ญาดาทำตามที่แม่สั่ง เธอเดินเข้ามาในห้องน้ำด้วยจิตใจที่ชอกช้ำเจ็บปวดไปหมดจนไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดอะไรมาเปรียบเทียบกับความรู้สึกนี้ดี เพราะมันเจ็บมากเกินกว่าจะหาอะไรมาเปรียบได้ ถึงแม้จะรับปากมารดาไว้แล้วว่าจะเข้าห้องน้ำมาล้างหน้าและหยุดร้องไห้ แต่เธอก็หยุดไม่ได้หนำซ้ำพอได้อยู่คนเดียวก็ยิ่งทำให้ร้องไห้หนักไปยิ่งกว่าเดิม