พ่อของลูกที่ไม่รักกัน

1211 Words
ปรี๊นๆ ซ่า! รถสปอร์ตคันงามของปองกานต์จงใจขับเข้ามาเฉี่ยวร่างบางของเธอ ดังนั้นน้ำฝนที่เปียกแฉะอยู่บนพื้นถนนจึงสาดเข้ามาโดนตัวของหญิงสาวเต็มๆ หนำซ้ำเธอยังเกือบจะหกล้มอีกด้วย ญาดารู้ว่าปองกานต์ตั้งใจจะทำแบบนี้ เพราะเธอเดินอยู่ริมทางแต่ชายหนุ่มก็ยังขับรถเข้ามาใกล้ๆ ทำท่าเหมือนจะชนเข้ามา ตอนนี้ตัวหญิงสาวจึงเปียกไปหมด เขาไม่เป็นห่วงแม้กระทั่งเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองที่อยู่ในท้องของเธอเลยด้วยซ้ำ "ฮึก...ฮือ" เมื่อโดนคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีทางพฤตินัยทำแบบนี้ใส่ นั่นยิ่งทำให้เธอต่อมน้ำตาแตกร้องไห้ออกมาอีกครั้ง รู้สึกว่านับวันชีวิตตัวเองยิ่งหาความสุขไม่ได้ มันกี่ปีมาแล้วนะที่เธอไม่สัมผัสคำว่า 'ความสุข' และเพราะเหตุนี้เองพอได้รับความทุกข์มากๆ จิตใจห่อเหี่ยวและหดหู่ ขาดความรัก ไม่มีคนเอาใจใส่ สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นบ่อเกิดทำให้หล่อนกลายเป็นผู้ป่วยทางจิตอย่าง 'โรคซึม' เศร้าตั้งแต่อายุ 16 จนตอนนี้อายุ 19 ปีแล้ว ก็ไม่มีท่าว่ามันจะหาย และก็ดูเหมือนกับว่านับวันจะยิ่งแย่ลงด้วยซ้ำ พอยิ่งมาเจอสถานการณ์แบบนี้ด้วยมันก็เริ่มทำให้เธอรู้สึกไม่อยากจะอยู่บนโลกใบนี้ขึ้นมา นับวันก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกนี้มันโหดร้ายกับตัวเองขึ้นทุกวัน มันทำให้เริ่มรู้สึกว่าไม่อยากจะอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว... เย็นวันนั้น ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องของญาดาดังขึ้น "เข้ามาได้เลยค่ะ" เจ้าของห้องอนุญาต "พี่นุ่น เอ้ย...คุณนุ่นคะ คุณท่านให้มาตามไปพบที่ห้องอาหารค่ะ" แจงสาวใช้ของบ้านมาตามเธอ "เรียกพี่นุ่นเหมือนเดิมแหละแจง" เธอขอให้เรียกแบบนั้น แจงไม่ได้พูดอะไรก่อนจะเดินออกจากห้องของญาดาไปเมื่อทำหน้าที่ของตนเสร็จ แม้แต่เพื่อนสาวใช้อย่างแจงยังไม่อยากจะเข้ามาเสวนาพูดคุยกับเธอเหมือนเมื่อก่อน นั่นยิ่งทำให้ญาดาเศร้าใจยิ่งนัก หญิงสาวรู้สึกได้เลยว่านับวันยิ่งไม่มีใครต้องการเธอ ร่างเล็กบางเดินเข้าไปที่ห้องทานอาหารด้วยท่าทีสำรวม "มีอะไรจะคุยกับหนูคะคุณท่าน" ลูกสะใภ้ที่พวกท่านไม่ต้องการเอ่ยถามเมื่อเดินมาถึง "มาทานข้าวด้วยกันสิ นั่งลงข้างๆ พี่เขา" เธออดตกใจกับคำเชิญชวนแบบนี้ไม่ได้ เช่นเดียวกับสองแม่ลูกที่นั่งอยู่บนโต๊ะ "เหอะ...ถ้ารู้แบบนี้ผมน่าจะทานข้าวก่อนที่จะกลับมาบ้าน ผมไม่หิวแล้วครับ เห็นหน้า 'มัน' แล้วกินข้าวไม่ลง ขอตัว" ว่าแล้วก็เดินออกไป ไม่ฟังพเสียงของคุณพ่อเลยสักนิด "ฉันก็ไม่อยากทานแล้วค่ะ ไม่อยากเห็นคางคกขึ้นวอ" คุณหญิงมณีก็หมดอารมณ์ทานอาหารเย็นแล้วเช่นกัน "หนูขอโทษค่ะคุณท่าน หนูจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ" พูดทั้งน้ำตาที่เริ่มไหลออกมาอาบแก้ม 'รังเกลียดกันขนาดนี้เลยเหรอ ฉันก็เป็นคน มีความรู้สึก มีหัวใจเหมือนกันนะ' ทำได้แค่เพียงร้องไห้และถามคำถามนี้อยู่ในใจ "ยอมรับความจริงไม่ได้ก็ช่างเขา เธอนั่งเถอะ ทานกับฉันสองคนก็ได้" คุณชัชชาติพยายามทำใจให้เย็นลง รู้สึกเหนื่อยใจเหลือเกินที่ลูกกับภรรยาอคติกับญาดาขนาดนี้ "หนูก็ทานไม่ลง..." "นั่งลงนุ่น เธอต้องกิน และลูกของเธอก็ต้องกิน" พอถูกเจ้าของบ้านบังคับแบบนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ เธอจึงหย่อนก้นนั่งลงบนเกาอี้ตัวหรู ถึงแม้มันจะหรูหราและคนที่อยู่ในหน้าที่ลูกแม่ครัวอย่างเธอเคยคิดอยากลองนั่งมันสักครั้ง แต่พอนั่งลงแล้วมันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกมีความสุขขึ้นมาเลยเพราะหัวใจเธอมันเจ็บแบบนี้ "คุณท่านไม่ขยะแขยงหนูเหมือนพวกเขาเหรอคะ" อดถามออกมาตรงๆ ไม่ได้ "เธอเป็นคนดีนะนุ่น เป็นเด็กดี พวกเราอยู่ด้วยกันมานานฉันรู้หมดนั่นแหละว่าใครเป็นยังไง มันไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องไปเกลียดชังอะไรเธอหรอก เพราะเธอก็ไม่ได้ลงมือจับเจ้าปาล์มมันเองนี่ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่รู้ว่าจะเกลียดชังคนที่ก่อเรื่องอย่างแม่เธอไปทำไม ฉันแก่มากแล้ว ร่างกายก็ไม่ได้แข็งแรง ไม่อยากโกรธ ไม่อยากเกลียดใครให้มันไม่สบายใจ ถ้าปล่อยวางได้ฉันก็อยากจะปล่อยวาง เธอไม่ต้องไปคิดมากหรือเก็บคำพูดของลูกกับเมียฉันมาใส่ใจหรอกนะ มันจะทำให้เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ ดูแลตัวเองกับลูกดีๆ แล้วก็เข้มแข็งให้มากๆ นะ ความดีความกตัญญูที่เธอมีมันจะทำให้ชีวิตของเธอไม่ตกต่ำ" ทุกคำพูดของท่านมันเป็นเหมือนดั่งอ้อมกอดแสนอบอุ่บที่กำลังโอบกอดเพื่อเป็นกำลังใจให้หญิงสาวเข้มแข็ง แต่เป็นการปลอบใจทางคำพูดแทน เธอยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ รู้สึกผิดทั้งที่ไม่ได้เป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมา "ฮือๆ หนูขอโทษค่ะ หนูขอโทษ" ก้มลงกราบที่แทบเท้าของท่านโดยเร็ว "ไม่เป็นไร ลุกขึ้นเถอะนุ่ยน เธอไม่ผิด ฉันเชื่อว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำ" คงไม่มีคนเลวๆ คนไหนมาร้องไห้เสียใจสำนึกผิดแบบนี้ ถ้าผู้หญิงตรงหน้าของท่านเป็นคนไม่ดีจริงๆ เธอควรจะดีใจมากที่โชคดีจับผู้ชายรวยๆ ได้ ไม่ใช่มานั่งร้องไห้เสียใจกราบขอโทษเพราะรู้สึกผิดแบบนี้ "หึ อีตอแหล" คนที่มีอคติเกาะเต็มหัวใจยืนด่าทอญาดาอยู่เบาๆ "ประจบประแจงเก่งซะจริงๆ" สองแม่ลูกกำลังแอบดูสถานการณ์ที่ห้องอาหาร "ถ้าเด็กคลอดออกมาแกต้องพามันไปตรวจดีเอ็นเอนะตาปาล์ม ขอบตามันดำ หน้ามันโทรมขนาดนี้ ไม่รู้ว่าตอนกลางคืนได้นอนหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าแม่มันพาไปขายตัวจนท้องและโยนความรับผิดชอบมาให้แกนะ" คำว่าอคติมันน่ากลัวเสมอ มันสามารถทำให้คนๆ นึงดูเลวร้ายไปเลยทั้งที่คนด่ายังไม่รู้ไม่เห็นอะไรที่แน่ชัดเลยด้วยซ้ำ "ครับ ผมตรวจแน่" ลูกชายก็อคติและเกลียดชังเมียนอกหัวใจคนนี้ที่สุดในชีวิต "แล้วอย่าไปนอนกับมันนะลูก หน้ามันทั้งซีดตัวมันก็บางขนาดนั้น ไม่รู้ติดโลกอะไรมาหรือเปล่า" พูดและทำท่าทางขยะแขยง "ถึงแม่อยากให้มีผมก็ไม่ทำหรอกครับ สภาพแบบนั้นถ้าไม่เมาผมคงไม่เอาหรอก" ว่าแล้วก็แสยะยิ้มมองคนที่กำลังนั่งทานข้าวกับพ่อของด้วยสีหน้าและแววตาเกลียดชัง เกลียดที่สุดในชีวิต เขาสาบานได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรู้สึกเกลียดใคเท่าเธอคนนี้มาก่อนเลยในชีวิต!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD