รังเกียจ

1354 Words
หลายวันต่อมา ญาดาไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายทางด้านสามีใจยักษ์ของเธอก็เป็นคนออกให้ทุกบาททุกสตางค์ ไม่ใช่เขาคนเดียวหรอกที่ไม่ชอบเธอและเกลียดขี้หน้าเธอ เธอเองก็ไม่ชอบเขาเหมือนกัน หน้าตาเขาอาจจะหล่อเหลาก็จริง แต่พอเห็นปากร้ายๆ ที่ชอบจิกกัดและด่าทออยู่ทุกวันนั้นเสน่ห์ของเขามันดูลดลงจาก100เหลือ0ไปเลย และถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นคนปากร้ายแบบนี้เธอก็ไม่ได้มีใจพิศวาสอะไรเขาตั้งแต่ก่อนที่จะได้เสียกันอยู่แล้ว เพราะเธอชอบผู้ชายที่จิตใจดีมากกว่าผู้ชายที่หน้าตาดี "โทรมยังกับผี" ไม่วายจิกกัดหญิงสาวที่เดินออกมาจากห้องฝั่งตรงข้ามเหมือนทุกวัน ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มีอะไรดูดีเลยสักนิด ถ้าเขาไม่ได้เมาก็ไม่มีทางลากเธอขึ้นเตียงแน่ๆ และยิ่งหล่อนปล่อยผมยาวไว้ผมหน้าม้ายาวจนเกือบจะปิดดวงตา ผิวที่ขาวซีด ขอบตาที่ดำคล้ำ เรียวปากที่แห้งจนแตก ร่างผอมๆ บางๆ มันทำให้เธอยิ่งดูเหมือนผีซาดาโกะจากภาพยนตร์เรื่อง the ring เข้าไปใหญ่ "ยัยซาดาโกะ หึๆ" พูดแล้วก็มองหญิงสาวที่เดินนำหน้าออกไปด้วยสายตารังเกลียด "อรุณสวัสดิ์ครับ" พอเดินมาถึงห้องทานอาหารก็ทักทายคุณพ่อกับคุณแม่ตามปกติทุกวัน ส่วนเมียคนใช้ของเขาก็เดินก้มหน้ามานั่งอยู่ที่ประจำของตัวเอง เธอไม่ได้มองหน้าใครทั้งนั้นนอกจากมองที่ฉามข้าวต้มของตัวเอง เพราะไม่อยากเห็นอีกแล้วแววตาแสนเกลียดชังที่สองแม่ลูกชอบส่งมา หล่อนกล้าสาบานเลยว่าถ้าไม่ติดที่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อดูแลแม่ผู้มีพระคุณ เธอจะฆ่าตัวตายไปตั้งแต่วันที่รู้ว่าตัวเองท้อง ดีกว่ามีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อเป็นตัวน่ารังเกียจของคนรอบข้าง สามพ่อแม่ลูกพูดคุยกันตามปกติ แม้ปองกานต์ยังตัดใจจากรสิตาไม่ได้แต่เขาก็มีท่าทีที่ดีขึ้นกว่าเมื่อหลายวันก่อน จริงอยู่ที่ว่าทั้งสองรักกันมานานจะให้ใช้เวลาตัดใจเพียงไม่กี่วันมันคงยาก แต่เพราะว่าปองกานต์ค่อนข้างจะงานยุ่งชายหนุ่มจึงไม่ค่อยมีเวลามาคิดถึงเรื่องปัญหาหัวใจสักเท่าไหร่ หลังจากทำงานเสร็จกลับบ้านมาก็อาบน้ำและเข้านอนเลย จะว่าการที่เขางานยุ่งและมีเรื่องให้คิดเยอะแยะมันก็อาจจะเป็นข้อดีที่ทำให้ไม่มีเวลามานั่งช้ำใจกับเรื่องแฟนเก่าที่ทิ้งเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับมา และที่สำคัญพอคิดถึงเรื่องนี้ทีไรความคับแค้นใจมันก็เข้ามาแทนที่ตลอดและตัวต้นเหตุของเรื่องนี้ก็นั่งทานข้าวอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของเขา หล่อนนั่งทานอยู่คนเดียวเงียบๆ โดยไม่ได้พูดคุยและมองหน้าใครเลย 'จองหองดีนัก' หน้าเศร้าๆ ท่าทางหดหู่ที่มีมากขึ้นทุกวันไม่ได้ทำให้ใครสงสารหล่อนขึ้นมาเลยโดยเฉพาะผู้ชายคนนี้ "ขอตัวก่อนนะคะหนูอิ่มแล้ว" หันไปพูดกับคุณชัชชาติก่อนจะรีบเดินออกไป "กินน้อยทุกวันเลยนะนุ่น ถ้าเด็กออกมาไม่แข็งจะทำยังไง" คุณชัชชาติได้แต่หนักใจแต่ถึงแม้จะคอยบอกให้เธอทานเยอะกว่านี้หญิงสาวก็ยังคงทานน้อยเหมือนเดิม ไม่มีวันไหนที่เธอทานข้าวหมดจานเลย "จองหองดีนักมันไม่มองหน้าใคตรเลยตอนกิน" พอแม่ลูกสะใภ้แสนชังเดินออกไปแล้วก็อดนินทาลับหลังไม่ได้ "ก็เพราะคุณนั่นแหละชอบไปด่าเขา เขาก็เลยไม่อยากคุยกับใคร" "ไม่อยากคุยก็ดีแล้วล่ะค่ะ ฉันล่ะเบื่อขี้หน้ามันจะแย่นับวันยิ่งขี้เหร่ขึ้นทุกวัน" "เห้อ..." ประมุขของบ้านได้แต่ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายที่ภรรยาไม่ยอมลดทิฐิลงเสียที ลูกชายเองก็ทำหูทวนลงทานอาหารอย่างสบายใจเขาไม่ได้สนใจอะไรเลยสักนิด จริงอยู่ที่คุณชัชชาติห้ามไม่ให้เธอทำงานบ้านแต่หญิงสาวก็ทำตามที่ท่านบอกไม่ได้จริงๆ นั่นก็เพราะเธอเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉยๆ มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วมีอะไรที่ช่วยคนใช้ในบ้านได้เธอก็ทำหมด ทั้งจัดดอกไม้และทำอาหาร คุณหญิงมณีที่อยู่บ้านทุกวันก็รู้ว่าเธอทำเรื่องพวกนี้ทุกวันแต่เพราะทิฐิจึงไม่ได้สนใจอะไร ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าอาหารที่ตัวเองทานอยู่ทุกวันบางเมนูลูกสะใภ้อาภัพคนนี้ก็เป็นคนทำเอง "บัวลอยน้ำขิงค่ะคุณท่าน" แจงยกของว่างมาเสิร์ฟให้คุณผู้หญิงของบ้าน "อืม...ขอบใจ เจ้าประจำใช่มั้ย" ท่านยังคงคิดว่าบัวลอยน้ำขิงหรือพวกของว่าที่ทานอยู่ทุกวันเป็นฝีมือของป้าโฉมแม่ครัวของที่นี่หรือไม่ก็เป็นของที่คนใช้ไปซื้อมาให้ ทั้งที่ที่จริงแล้วลูกสะใภ้ของท่านเป็นคนทำให้ทานอยู่บ่อยๆ ท่านติดใจฝีมือทำอาหารของบุษบามากและท่านก็รู้ว่าญาดาเองก็ทำอาหารเป็นฝีมือของเด็กคนนี้ก็ดีไม่แพ้แม่ของเธอเลย เมื่อก่อนนี้จึงชอบใช้ญาดาทำของอร่อยๆ ให้ท่านอยู่บ่อยๆ ท่านทานบัวลอยน้ำขิงจนหมดเหมือนทุกวัน แจงที่มองอยู่ก็ได้แต่นั่งอมยิ้มที่เห็นว่าคุณผู้หญิงชอบอาหารที่ญาดาทำมากขนาดไหน คนใช้ที่นี่รักญาดากันทุกคนเพราะใครๆ ก็คิดว่าเธอเป็นคนดีีส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นต่างก็คิดว่าเป็นฝีมือบุษบากันทั้งนั้น ถึงญาดาจะไม่ได้บอกแต่มันก็เดาไม่ยากเพราะบุษบาเป็นคนที่เลวอย่างเปิดเผยมานานแล้ว และที่สำคัญหากญาดาเป็นคนเลวจริงๆ กล้าทำเรื่องแบบนี้จริงๆ แต่ทำไมเธอกลับดูไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำลงไปเลยสักนิด ขนาดพวกคนใช้ที่การศึกษาน้อยยังดูออก แต่คุณผู้หญิงและลูกชายของท่านที่เป็นผู้ดีมีหน้ามีตาทางสังคม โดยเฉพาะลูกชายที่เรียนจบสูง กลับมีทิฐิครอบงำจิตใจโกรธเกลียดญาดาเสียจนทำให้ตัวเองดูเป็นคนใจดำไปกันทั้งแม่ทั้งลูก "อะ...โอ๊ย! ตะคริวๆ แจงนวดให้ฉันหน่อย!" เพราะคุณหญิงก็อายุมากแล้วดังนั้นจึงมักจะโดนตะคริวเล่นงานอยู่บ่อยๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน "อะ...เอ่อ หนูนวดไม่เป็นค่ะคุณท่าน" แจงนวดไม่เป็นอย่างที่พูดจริงๆ เธอได้แต่บีบไปที่ขาของคุณหญิงมั่วๆ ไม่ได้ทำให้ท่านรู้สึกดีขึ้นสักนิด "โอ๊ย! นังบ้าฉันจะตายอยู่แล้ว ไปตามคนที่นวดเป็นมาเร็วๆ" ได้แต่ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดเมื่ออยู่ๆ ตะคริวก็กินที่น่อง แจงจึงต้องรีบไปตามคนที่นวดเป็นมานวดให้คุณท่านซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นญาดาที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดี "พี่นุ่น! พี่นุ่น! แย่แล้ว ช่วยคุณท่านด้วย คุณท่านโดนตระคริวกิน" เมื่อได้ยินดังนั้นคนที่กำลังเดินเหม่อลอยอยู่ก็อดตกใจไม่ได้เช่นกัน "แล้วคุณท่านอยู่ไหน" "อยู่ที่ห้องนั่งเล่นจ้ะ มาช่วยนวดให้คุณท่านหน่อยหนูนวดไม่เป็น" พอได้ยินดังนั้นเธอรีบเดินนำหน้าแจงไปทันที อันที่จริงถ้าเป็นเมื่อก่อนหล่อนคงจะวิ่งแล้วแต่เป็นเพราะคุณหมอเตือนมาว่าห้ามวิ่งและห้ามยกของหนัก เพราะมันอาจจะทำให้เด็กในท้องไม่ปลอดภัยเธอจึงไม่กล้าวิ่ง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD