"ที่ผมอยากจะบอกก็คือ คุณไม่รักนุ่นก็ได้แต่อย่าเกลียดเขาหรือว่าทำให้เขารู้สึกแย่เลยนะ คุณก็รู้ใช้มั้ยถ้าหากเขาเศร้ามากๆ เครียดมากๆ มันอาจจะมีผลกับเด็กในท้องได้ เด็กในท้องนั่นก็หลานเราเองเลือดเนื้อเชื้อไขของตามปาล์ม ไม่รักแม่เขาก็รักลูกเขาก็ยังดีนะคุณ อย่าเกลียด อย่าทำร้ายแม่ของหลานเราเลย ผมขอร้อง" คุณหญิงมณีเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าญาดาเป็นคนดี แต่ก็เกลียดเธอเพราะแม่ของเธอและเรื่องที่เกิดขึ้น
"ก็ได้ค่ะ ฉันจะหยุดด่าและหยุดทำอาการรังเกียจใส่มันแต่จะให้ฉันกลับไปรักมันเหมือนเมื่อก่อนก็คงจะยากนะคะ" ท่านจะยอมทำเพื่อความสบายใจของสามีและเพื่อนหลานของท่านที่อยู่ในท้องของญาดา แม้ก่อนหน้านี้จะทำทีเป็นไม่เชื่อว่าเด็กในท้องไม่ใช่หลานของตน แต่เอาเข้าจริงท่านก็ไม่ได้มั่นใจเต็ม100% อย่างที่พูด คงต้องรอให้ผลDNA เป็นเครื่องยืนยัน
"ครับ แค่นี้ผมก็สบายใจแล้ว ผมไม่อยากเห็นนางฟ้าของผมต้องกลายเป็นนางร้าย" ว่าแล้วท่านก็จับมือภรรยาที่ยังสวยไม่สร่างมากุมไว้
"คุณล่ะก็ นางฟ้าอะไรล่ะคะฉันแก่แล้ว" คุณหญิงอดเขินอายกับคำชมของสามีไม่ได้ สามีของท่านเป็นผู้ชายที่ดี คุณชัชชาติไม่เคยดูถูกคนที่ด้อยกว่าตัวเอง เมื่อก่อนคุณหญิงมณีเป็นเพียงแค่แม่ค้าจนๆ ในตลาดเท่านั้น แต่โชคชะตาทำให้ให้ทั้งคู่พบกันและรักกันโดยคุณชัชชาติก็รักคุณหญิงด้วยหัวใจที่แท้จริงไม่ได้สนเลยว่าทั้งสองนั้นต่างกันขนาดไหน คุณหญิงก็คาดหวังมาโดยตลอดว่าลูกชายของท่านจะเป็นสามีที่ดีเหมือนบิดาของเขาได้
แต่ก็ลืมคิดไปเสียสนิทเลยว่าเพราะความโกรธแค้นกับทิฐิตอนนี้มันได้หล่อหลอมให้เขากลายเป็นสามีที่เลวร้ายไปเสียแล้ว ถึงท่านจะไม่ยอมรับว่าญาดาเป็นลูกสะใภ้ แต่เพราะว่าเธออุ้มท้องหลานของท่านออยู่ว่ากันตามเป็นจริงเธอก็คือสะใภ้ของตระกูล อศัวการกุล เพียงแต่แม่สามีกับสามีของเธอไม่ยอมรับความจริงเท่านั้นเอง และในเมื่อความจริงมันเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าลูกของท่านนั้นเป็นสามีที่ไม่ดีโดยสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว
@บริษัทของตระกูลอศัวการกุล
"วันนี้งานเยอะหน่อยนะครับท่านรอง" คุณ การุณย์ เลขาคนสนิทของเขาพูดติดตลกพร้อมกับหอบเอกสารกองโตมาให้ท่านรองประทานของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังแห่งนี้
"มันก็เยอะทุกวันนั่นแหละครับ" ว่าแล้วก็ยิ้มให้คุณเลขา ทั้งที่สถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้ท่านรองของเขาก็ยังคงอารมณ์ดีเหมือนเดิมคุณการุณย์รู้สึกดีใจมากที่ได้มาทำงานเป็นเลขาของคนที่เก่งขนาดนี้ ที่ว่าสถานการณ์ย่ำแย่นั่นก็คงจะเป็นเรื่องที่เขาต้องยกเลิกงานแต่งกับรสิตาผู้หญิงที่คบหามานานถึง 5 ปี สาเหตุเพราะทำคนใช้ในบ้านท้อง ท่านรองของเขาดูเศร้าไปเลยช่วงแรกๆ แต่พอหลายวันผ่านมาอาการก็ดีขึ้นจนกลับมาเป็นท่านรองคนเดิมที่อารมณ์ดีและใจดีกับพนักงานทุกคน
"เฮ้อ...ใครมันจับตั้งล่ะเนี่ย" ปองกานต์บ่นขึ้นเมื่อรูปคู่ของเขากับรสิตาถูกจับให้ตั้งให้วางลงบนโต๊ะทำงานของเขาอีกแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขามักจะคว่ำรูปนี้ลงบนโต๊ะทุกวัน แต่พวกแม่บ้านก็ชอบจับขึ้นมาวางทุกวันเช่นกัน
"ถ้ามันยุ่งยากนั้นท่านรองก็เก็บมันใส่ลิ้นชักสิครับ" เลขาหนุ่มออกความคิดเห็น
"เอ้อ...จริงด้วยคุณนี่ฉลาดจริงๆ คุณกานต์" ว่าแล้วก็ทำท่าจะเก็บรูปภาพ2รูป ที่อยู่ในกรอบของรสิตาลงลิ้นชัก แต่ในระหว่างที่มองภาพนั้น ภาพแรกเป็นภาพที่เขาและเธอถ่ายด้วยกันตอนไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้งส่วนอีกภาพก็เป็นภาพเมื่อ5ปีที่แล้วตอนที่ทั้งสองไปเดตครั้งแรกด้วยกัน พอนึกย้อนไปถึงรอยยิ้มกับเสียงหัวเราะและคำสารภาพรักในวันนั้นหัวใจของเขามันก็บีบเข้าหากันอย่างเจ็บปวด มองไปที่ผนังห้องส่วนหนึ่งที่ว่างเปล่าก็นึกถึงคำพูดที่บอกรสิตาในตอนที่เธอมานั่งเล่นที่นี่
'ถ้าเราแต่งงานกันแล้วช่องว่างตรงนั้นจะเป็นรูปแต่งงานของเรานะ'
ตอนนั้นรสิตาดีใจมากแต่ตอนนี้เธอก็เจ็บช้ำหัวใจมากเช่นกันที่าเขาทำไม่ได้อย่างที่พูด เพราะนึกได้ว่าต้องรีบทำงานชายหนุ่มจึงสลัดความคิดเศร้าๆ ออกจากหัวและเก็บสองรูปนั้นเข้าในลิ้นชักก่่อนจะกลับมามีสมาธิในการทำงานอีกครั้ง
@คฤหาสน์อศัวการกุล
ที่บอกว่าป่วย ไม่สบาย จึงไม่ลงไปทานอาหารนั่นคือเรื่องโกหกแต่ความจริงแล้วเธอกำลังหาเงินไปช่วยมารดาต่างหาก ในเมื่ออ้อนวอนขนาดนี้แล้วเขายังนิ่งเฉยไม่ยอมช่วยเหลือ หญิงสาวก็ต้องหาเงินด้วยตัวเอง หาโดยการแอบเข้ามาในห้องของปองกานต์ค้นหาของที่น่าจะเอาไปจำนำให้ได้ราวๆ 200,000 บาท ร่างเล็กกวาดสายตามองหาทรัพย์สินราคาแพงของปองกานต์ไปทั่วห้อง และสิ่งที่เธอสะดุดตาที่สุดก็คงจะเป็นแหวนเพชรเม็ดงามที่อยู่บนโต๊ะวางโคมไฟบนหัวเตียง หญิงสาวรีบเดินเข้าไปหามัน หล่อนคิดว่าถ้าหากเอาไปจำนำก็ต้องได้ราคาสองแสนแน่นอน เธอจึงมองแหวนเพชรวงนี้ด้วยแววตามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เพื่อช่วยชีวิตแม่ผู้เป็นที่รัก ถ้าปองกานต์จะจับเธอส่งตำรวจเธอก็ยอม...
"แม่จ๊ะ หนูช่วยแม่ได้แล้วนะ หนูโอนเงินไปให้แล้วนะสองแสน" หลังจากนำแหวนเพชรเม็ดงามไปจำนำ หล่อนก็รีบเอาเงินไปเข้าบัญและจัดการโอนเงินให้มารดา
"จริงเหรอลูก ขอบใจนะลูก ขอบใจมากๆ หนูเป็นผู้ช่วยชีวิตแม่เลยนะ 'แม่รักหนูนะลูก' " คำสุดท้ายหญิงสาวไม่อยากจะเชื้อหูว่าเธอจะได้ยิน หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย มันเแป็นคำที่เธอปรารถนาจะได้ยินที่สุดในชีวิต
"จ้ะ หนูก็รักแม่" เธอบอกรักท่านกลับก่อนจะวางสายทั้งรอยยิ้ม หล่อนได้รับกำลังใจที่ดีสุดมาแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอก็ไม่กลัวทั้งนั้น ต่อให้ถูกจับติดคุกหญิงสาวก็ยอม ก่อนจะทำแบบนี้เธอก็ได้ไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วและรู้ว่าตัวเองจะโดนอะไรบ้าง...
ปองกานต์กลับมาจากบริษัทอย่างเหนื่อยล้าเขากำลังขึ้นไปบนห้องเพื่อที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงมาทานมื้อเย็น แต่เมื่อเข้ามาในห้องและมองไปที่โต๊ะวางโคมไฟ ก็พบว่าแหวนแต่งงานของเขากับรสิตาหายไป
"แหวนแต่งงานหายไปไหน!" เขาตกใจจนพูดออกมาเสียงดัง ก่อนจะลองเดินหาจนทั่วห้องแต่ก็ไม่เจอ เพราะเขาคิดว่าคนในบ้านนี้ไว้ใจได้ชายหนุ่มจึงไม่ได้เก็บซ่อนมันไว้ พอหาไม่เจอก็ต้องนำเรื่องนี้ไปบอกคุณแม่