" อ้ะ .. โอ๊ยยย..."
เสียงครางฮือในลำคอหลุดออกมาจากริมฝีปากเคลือบลิปกลอสสีพีช ก่อนที่เจ้าของร่างบางจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะเลกเชอร์ในห้องเรียนคณะบริหารธุรกิจ
ไมอา ดาวเด่นปี 3 ของคณะ ผู้มาพร้อมกับใบหน้าสวยเฉี่ยวและหุ่นสุดเป๊ะที่ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง กำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ระดับชาตินั่นคืออาการปวดฟันที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนน้ำตาแทบเล็ด
"เป็นอะไรยัยไมอา หน้ามุ่ยเชียว"
เบลล่า เพื่อนสนิทสาวสวยหันมาถามเมื่อเห็นเพื่อนตัวแสบหมดสภาพ
"ปวดฟันอะดิ ถามได้"
ไมอาบ่นอุบอิบ มือเรียวยกขึ้นกุมแก้มขวาของตัวเองที่เริ่มรู้สึกตึงๆ "สงสัยฟันคุดมันประท้วงอีกแล้ว ปวดจนลามไปถึงสมองเลยเนี่ย"
"ก็ใครใช้ให้แกติดอมยิ้มขนาดนั้นล่ะย๊ะ"
เบลล่าส่ายหน้าอย่างระอา พร้อมกับปรายตามองซองขนมหวานและแท่งอมยิ้มรสสตรอว์เบอร์รีที่โผล่พ้นกระเป๋าสะพายใบหรูของเพื่อน
"กินแทนข้าวขนาดนี้ ฟันไม่ผุก็ให้มันรู้ไป"
"ก็คนมันขาดความหวานไม่ได้นี่นา..."
เธอเถียงเสียงอ่อย..
แม้จะปวดฟันแทบตาย แต่เรื่องความสวยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ไมอาจัดการสำรวจตัวเองในกระจกเงาใบเล็ก เสื้อคาร์ดิแกนคชุมเสื้อนักศึกษาที่รัดรูปและกระโปรงทรงเอเข้ารูปยังคงเป๊ะปังเสริมลุคสาวฮอตของเธอให้ดูโดดเด่น
แต่ความสวยก็ไม่อาจเยียวยาความเจ็บปวดทางกายได้ เมื่อความจี๊ดจ๊าดแล่นริ้วจากเหงือกขึ้นสู่ขมับอีกระลอกจนไมอาต้องสูดปาก
"ไม่ไหวแล้วเบลล่า ฉันต้องไปหาหมอฟันเดี๋ยวนี้เลย ขืนรอให้เลิกเรียน ฉันได้ขาดใจตายอยู่ตรงนี้แน่ๆ"
"เออๆ รีบไปเลย แถวหน้ามหาลัยมีคลินิกเปิดอยู่นะ แกเดินไปซอยข้างๆ ก็ถึงแล้ว"
"งั้นฉันฝากเช็กชื่อด้วยนะเพื่อนรัก .. รักแกที่สุด "
ร่างบางรีบคว้ากระเป๋าสะพายแล้วพุ่งตัวออกจากห้องเรียนด้วยความเร็วแสง จุดมุ่งหมายเดียวในตอนนี้คือคลินิกทำฟันที่ใกล้ที่สุด
เมื่อเดินมาถึงหน้าคลินิกทันตกรรมที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา ไมอาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ แม้แก้มจะเริ่มบวมนิดๆ แต่ระดับดาวคณะบริหาร จะมาเสียลุคเพราะฟันคุดไม่ได้ เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ผลักประตูกระจกบานใสเข้าไปด้านใน
"สวัสดีค่ะ มาทำอะไรคะ" ผู้ช่วยทันตแพทย์สาวที่เคาน์เตอร์เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มสดใสสมกับเป็นคลีนิคหมอฟัน
"ปวดฟันค่ะ น่าจะฟันคุด แถมฟันข้างๆ ก็น่าจะผุด้วย ปวดจนทนไม่ไหวแล้วค่ะ พอจะมีคิวคุณหมอว่างแทรกให้ได้ไหมคะ?"
"โชคดีมากเลยค่ะน้อง คุณหมอเพิ่งเคลียร์เคสก่อนหน้าเสร็จพอดี เชิญคุณไข้กรอกประวัติทางนี้นะคะ"
ไมอาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก รอดตายแล้วเรา... เธอรับคลิปบอร์ดมากรอกประวัติอย่างรวดเร็ว โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่า หลังบานประตูห้องตรวจที่ปิดสนิทบานนั้น ไม่ได้มีแค่คุณหมอใจดีที่พร้อมจะช่วยบรรเทาอาการปวด แต่มีคุณหมอหนุ่มหล่อ สุดเนี้ยบที่เตรียมจะสั่งสอนเด็กดื้อติดของหวานอย่างเธอให้หลาบจำ รออยู่
"เชิญคุณน้องไมอาที่ห้องตรวจ 2 เลยค่ะ"
หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปในห้องตรวจ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลอยแตะจมูก บนเก้าอี้ทำฟันตัวใหญ่มีร่างสูงของใครบางคนสวมชุดกาวน์สีขาวนั่งหันหลังให้อยู่
"เชิญนั่งครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นโดยที่ยังไม่หันมามองคนด้านหลัง
ไมอาชะงักไปชั่วครู่ เสียงนี้มันคุ้นหูแปลกๆแต่ความปวดฟันที่โจมตีทำให้เธอไม่มีเวลาคิดอะไรมาก รีบขึ้นไปนั่งบนเตียงทำฟันอย่างว่าง่าย
ทันทีที่เก้าอี้ปรับเอนลง และคุณหมอหนุ่มหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้าดวงตากลมโตของไมอาก็เบิกกว้างขึ้นทันที
คิ้วเข้มพาดเฉียง นัยน์ตาดุดันที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นใส และใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงเป็นเอกลักษณ์ ใช่เลย ..
พี่หมอสายชลเพื่อนสนิทของพี่แมค พี่ชายจอมโหดของเธอนั่นเอง
"พี่สายชล..."
ไมอาครางชื่อเขาเสียงแผ่ว ความเจ็บปวดที่เหงือกเมื่อครู่แทบจะปลิวหายไป กลายเป็นความรู้สึกอยากมุดแผ่นดินหนีเข้ามาแทนที่ ทำไมความซวยต้องมาเยือนดาวคณะบริหารพร้อมกันสองเด้งแบบนี้ด้วย!
สายชลเลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ตอนนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่มุมปากของเขาจะกระตุกขึ้นนิดๆ อย่างคนรักษาสถานการณ์
"อ้าว ไมอา มาทำอะไรที่นี่ล่ะ"
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามราบเรียบ ราวกับไม่รู้จริงๆ ว่าคนไข้ที่มานั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียงทำฟันมาทำอะไร
"เอ่อ .. มา... มาทำฟันค่ะ"
ไมอากัดฟันตอบฝืนยิ้มแหย
"นึกว่ามาเดินแฟชั่นโชว์ซะอีก "
ก็ดูเเต่งตัวเข้าสิ สายชลปรายตามองชุดรัดรูปของเด็กสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่ยังผูกคอซอง ก่อนจะหันไปสวมถุงมือยางและหน้ากากอนามัย ท่าทีเปลี่ยนเป็นโหมดคุณหมอผู้เคร่งขรึมในพริบตา
"เอนหัวลง อ้าปากครับ"
"เอ่อ... คือว่า พี่สายชลให้หมอคนอื่นตรวจแทนได้ไหมคะ?"
เธอต่อรองเสียงอ่อย รู้กิตติศัพท์ความเจ้าระเบียบของเพื่อนพี่ชายคนนี้ดี
"หมอคนอื่นคิวเต็มหมดแล้วครับ"
สายชลตอบกลับเสียงดุขึ้นมาอีกระดับ
"แล้วตอนนี้พี่เป็นหมอ ส่วนเธอเป็นคนไข้ อ้าปากครับอย่าดื้อ"
เจอโหมดคุณหมอสุดเนี้ยบเข้าไป ไมอาก็ได้แต่จำใจอ้าปากกว้างอย่างเสียไม่ได้ แสงไฟดวงใหญ่ส่องจ้าลงมาที่ใบหน้า พร้อมกับเครื่องมือโลหะเย็นเฉียบที่สัมผัสเข้ากับเหงือกของเธอ สายชลตรวจดูภายในโพรงปากของเด็กสาวอย่างละเอียด ก่อนที่คิ้วหนาจะขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ
"กลิ่นสตรอว์เบอร์รีหึ่งเชียวนะ"
เขาเอ่ยเสียงเรียบขณะขยับเครื่องมือตรวจ
"กินอมยิ้มวันละกี่แท่งเนี่ย?"
"อ้อ... อิดอ่อยอ่า (ก็... นิดหน่อยค่า)"
เธอพยายามเถียงทั้งที่ยังอ้าปาก
"นิดหน่อย?" สายชลแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "สภาพนี้ไม่เรียกว่านิดแล้วนะไมอา ฟันกรามซี่ในสุดผุทะลุโพรงประสาทฟันไปแล้ว แถมฟันคุดด้านล่างก็อักเสบจนเหงือกบวมเป่งขนาดนี้ โตจนเรียนอยู่ปี 3 แล้วนะ ยังกินขนมหวานเป็นเด็กๆ ไม่รู้จักดูแลตัวเองอีก ไอ้แมคมันปล่อยให้เธอรอดมาถึงขั้นนี้ได้ยังไง"
โดนเทศน์ชุดใหญ่ไฟกะพริบ
ไมอาหน้าชาไปหมด จากที่ปวดฟันอยู่แล้ว ยิ่งปวดใจกับคำด่าแบบตรงไปตรงมาไม่รักษาน้ำใจของพี่หมอหน้านิ่งคนนี้ ความมั่นใจของดาวคณะที่สั่งสมมาถูกบดขยี้ไม่มีชิ้นดี เธออยากจะลุกขึ้นมากรี๊ดใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่สภาพตอนนี้แค่จะขยับกรามยังเจ็บจนน้ำตาซึม
"อุนอ๋อก็อักอาไออี้ ( คุณหมอก็รักษาไปสิ )อ่นอำไอ (บ่นทำไม)"
เธอเถียงกลับเสียงอู้อี้ นัยน์ตากลมโตตวัดมองคนตรงหน้าอย่างแอบหมั่นไส้
"บ่นเพราะจะได้จำไงครับ ว่าทีหลังอย่ากินของหวานพร่ำเพรื่อ"
เขาดึงเครื่องมือออกแล้วปรับเบาะให้เธอลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะถอดหน้ากากอนามัยออก สบตากับคนไข้จอมดื้อตรงๆ
"เคสของเธอ ฟันคุดต้องผ่าออก ส่วนซี่ที่ผุต้องรักษารากฟัน อาการหนักแบบนี้ทำวันเดียวไม่เสร็จ ต้องทำต่อเนื่อง"
"กะ... กี่ครั้งคะ?" ไมอาลูบแก้มตัวเองปอยๆ เริ่มใจคอไม่ดี
"รักษารากฟันต้องมาทำความสะอาดคลองรากฟันหลายครั้ง และต้องนัดมาผ่าฟันคุดอีก"
สายชลจดรายละเอียดลงแฟ้มประวัติด้วยท่าทีสบายๆ แต่คำพูดต่อมาทำเอาไมอาแทบช็อก " สรุปคือ เธอต้องมาเจอพี่ที่คลินิกทุกสัปดาห์จนกว่าจะรักษาเสร็จ"
ไมอาเบิกตาโต.. ทุกสัปดาห์ นั่นแปลว่าเธอต้องมาทนฟังอีตาหมอน้ำแข็ง ปากร้าย ขี้บ่นคนนี้เทศนาทุกอาทิตย์เลยงั้นเหรอ ??ภาพลักษณ์สาวฮอตที่เพื่อนๆ อิจฉา ต้องมาจบเห่เพราะหมอฟันเพื่อนพี่ชายเนี่ยนะ หมดกัน !!
ไมอากำมือแน่นริมฝีปากเม้มเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ในหัวเริ่มคำนวณแผนการบางอย่าง
ได้... ในเมื่อด่ากันไม่ไว้หน้าขนาดนี้ ฝากไว้ก่อนเถอะพี่หมอ คอยดูเถอะนัดคราวหน้า ฉันจะแต่งตัวสวยๆ พกอมยิ้มมาเดินกวนประสาท ป่วนคลินิกพี่ให้ปวดหัวตายไปข้างนึงเลยคอยดูสิ