ตอนที่2 ฉันไม่มีวันขายศักดิ์ศรี

1832 Words
@มหาลัย Queen👑 of kun คณะวิศวะ "ยัยมิราส์ ทางนี้"เสียงเจื้อยแจ้วของจีจี้สาวสองเพื่อนสนิทของฉันเอ่ยทักเมื่อเห็นฉันเดินหงอยๆ เข้ามาอย่างเรื่อยเปื่อย "มิราส์แกโดนอีกแล้วหรอ"เสียงไวพจน์พูดขึ้นมาพร้อมกับจีจี้ที่ตอนนี้กำลังสำรวจร่างกายของฉันไป ฉันยกยิ้มให้เพื่อนแต่กลับไม่ได้ตอบเพราะยังไงมันก็คือคำตอบเดิมๆ ที่เพื่อนๆ มักได้ยิน "ฉัน....."ฉันยังไม่ทันได้เริ่มพูดจู่ๆ ไวพจน์ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาทันทีเพราะฉันไม่เคยพูดคำอื่นเลยเพราะนี้คือเรื่องของครอบครัวจึงไม่อยากให้ใครรู้อะไรมาก "ฉันไม่มีเงินให้มัน มันเลยตบฉัน แต่ฉันไม่เป็นไรฉันชินแล้ว ไม่ต้องห่วงนะพวกแก" "แกก็เป็นแบบนี้ตลอด ย้ายมาอยู่กับฉันเหอะ"จีจี้สาวสองเอ่ยขึ้นมาเพราะเธอพักอยู่คอนโดหรูที่มีอยู่2ห้องพอดีและมันก็บังคับให้ฉันไปนอนคอนโดกับมันด้วยอยู่เป็นประจำ ฉันค่อยๆ เหงยหน้ามองเพื่อนทั้งสองไปและยกยิ้มให้กับเพื่อนๆ อย่างเช่นเคยอย่างที่เคยทำ ก่อนที่จะก้มดูนาฬิกาข้อมือเพื่อบ่ายเบี่ยงความสนใจของทั้งสอง "เห้ยยยพวกแก สายแล้วเร็วอาจารย์จะเข้าแล้วเร็วๆ ดิ"ฉันรีบลุกจากที่นั่งตรงนั้นและเดินออกไปทันทีโดยไม่รอเพื่อนๆ แต่ยังเดินไปได้ไม่ถึงก้าวฉันก็ต้องชะงักเพราะจู่ๆ ฉันก็เกิดชนเข้ากับใครสักคนหนึ่ง ตุ๊บ!!! "อ๊ะ!!!"ตอนนี้มือหนาของเขาจับที่เอวบางของฉันไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงไป โดยที่ตอนนี้ใบหน้าของฉันกำลังซบลงตรงกลางอกของเขาอย่างจัง นํ้าหอมกลิ่นแบรนด์หรูที่ติดตามเนื้อตัวของเขาไปก่อนที่ชายคนนั้นจะผลักฉันออกมาจากตัวเขา "ขอโทษนะคะ ฉันไม่ทันได้มอง"ฉันค่อยๆ เหงยหน้าขึ้นไปมองชายคนนั้นที่ดูๆ แล้วสุดขรึมมากและดูเย็นชาที่สุดเขาไม่ได้ยิ้มหรือพูดอะไรแต่กลับมองหน้าฉันนิ่งๆ "เป็นไงบ้าง เชี้ย!!! เออ..... พวกเราต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะคะคุณมาฟอร์"มาฟอร์ มาฟอร์งั้นหรอ ฉันทวนชื่อเขาในใจอีกครั้งเพราะเหมือนฉันจะเคยได้ยินชื่อเขามาจากที่ไหนสักแห่ง แต่คงจะเป็นตามแหล่งข่าวเพราะดูจากท่าทางและบอดี้การ์ดที่รายล้อมเขาแล้วคงเป็นพวกที่มีอิทธิพลเป็นอย่างมากแน่ๆ "หลบทางด้วย!!!!"เสียงแข็งกร้าวของมาฟอร์ที่เอ่ยขึ้นมาทำเอาขนแขนลุกเป็นระนาวเพราะมันทั้งน่ากลัวและดุดันเอามากๆ เพื่อนๆ ของฉันที่เห็นแบบนั้นจึงรีบพาฉันวิ่งเข้าไปที่ห้องเรียนทันทีและเล่าให้ฉันฟังว่าบุคคลที่ฉันเดินชนนั้นคือมาฟอร์มาเฟียที่โหดที่สุดและมีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่เอามากๆ เลยทีเดียว แถมมาฟอร์คนนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นเสือตัวพ่อเอาไม่เลือกหน้าอีกต่างหาก แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะไม่ว่ายังไงเราก็คงจะได้เจอกันครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วและฉันก็ไม่ได้อยากมีปัญหาที่จะเข้าไปยุ่งกับใครอีก หลังจากนั้นพวกฉันก็นั่งเรียนกับเพื่อนๆ ไปตามปกติและแยกย้ายกันออกมา ปกติถ้าเลิกเช้าแบบนี้ฉันก็จะไม่กลับบ้านเลยเพราะไม่อยากเจอใครในบ้านจะกลับอีกทีก็คงเป็นตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ ฉันกับเพื่อนเดินมาเรื่อยๆ ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ตรงทางเดินเพราะจู่ๆ ก็มีบอดี้การ์ดชุดดำยืนอยู่และเดินมาทางฉัน "ฉันว่าแกแย่แน่ไอ้มิราส์"ฉันไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมาเลย แต่ภายในใจนั้นสั่นกลัวมากแค่เดินชนนิดหน่อยเขาจะโกรธฉันไหมหรือเขาจะทำอะไรฉันรึเปล่าฉันได้แต่คิดอยู่ในใจและไม่ได้ตอบอะไรออกมาเลย "คุณมิราส์ครับ คุณมาฟอร์เชิญให้ไปพบครับ"บอดี้การ์ดคนนั้นผายมือไปยังรถสีดำหรูคันหนึ่งแต่ฉันก็ไม่ได้ตอบอะไรออกมาและหันหน้าไปมองเพื่อนๆ อย่างมึนงง "ฉันไม่ไป ขอตัวก่อนนะ"ฉันพยายามข่มเสียงที่สั่นคลอนของฉันไปก่อนที่บอดี้การ์ดอีกคนจะมายืนดักทางพวกฉันอีกครั้ง "อย่าต้องใช้กำลังเลยนะครับ"และเป็นเวลาเดียวกันกับที่ฉันเห็นปืนแวบๆ ทำเอาฉันและเพื่อนถอยก้าวหลังไปทันทีด้วยความกลัว และฉันก็ไม่รู้อีกด้วยว่าพวกเขาจะทำอะไรต่อแต่ฉันไม่อยากให้เพื่อนทั้งสองต้องมาเดือดร้อน ฉันจึงหันไปมองที่รถคันสีดำนั้นอีกครั้งหนึ่ง "เดินนำไปสิ" "มิราส์!!//มิราส์"เพื่อนทั้งสองพูดพร้อมกับและจ้องหน้าฉันอย่างขะมักเขม้นแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจและเดินตามบอดี้การ์ดคนนั้นไป ฉันทั้งกลัวและสั่นในเวลาเดียวกันแต่ก็เลือกอะไรไม่ได้โดยมีสายตาของเพื่อนทั้งสองที่มองมาอยู่ไม่ขาดสาย ประตูรถถูกเปิดขึ้นทันทีที่ฉันเดินมาถึงแต่ฉันกลับใจเซาะไม่กล้าเข้าไปซะดื้อๆ ก่อนที่บอดี้การ์ดของเขาจะดันตัวฉันเข้าไปในรถหรูนั้น "อ๊ะ!!!ฉันเจ็บนะ"ฉันยู่หน้าไปเมื่อถูกดันให้เข้ามาในรถคันนี้และเริ่มออกเดินทางไปทันที ฉันมองหน้าชายหนุ่มคนนั้นที่เอาแต่จ้องไอแพดอยู่และไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยด้วยซํ้า "นายมีอะไร!! ฉันต้องไปทำงานอีกนะ"ไร้เสียงตอบรับใดๆ จากคำพูดนั้นก่อนที่ฉันจะถอดหายใจและหยิบมือถือจากเสื้อช็อปเพื่อไลน์หาเพื่อนแต่แบตโทรศัพท์ก็ดันหมดซะดื้อๆ ทำเอาฉันหัวเสียไปตามๆ กัน แต่หลังจากนั้นได้ไม่นานจู่ๆ ก็มีนามบัตรบางอย่างยื่นมาหยุดตรงหน้าฉัน ฉันไม่ได้รับและมองบัตรนั้นในมือของมือหนาของเขาไปก่อนที่นามบัตรจะร่วงลงมาอยู่ที่ตัก "คืออะไร!"แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดต่อชายคนนั้นก็แทรกขึ้นมาทันทีทำเอาฉันต้องนิ่งไปเลยทีเดียว"ฉันเป็นพี่เธอ อย่าปีนเกลียว" ปกตินิสัยของฉันก็ไม่ใช่คนที่พูดจาไม่ดีกับใครถ้าเขาคนนั้นไม่ทำฉันก่อน ฉันก้มหน้าลงไปเล็กน้อยและสอดส่องมองดูนามบัตรนั้นไปอย่างมึนงง "ฉันอยากได้ตัวเธอ ถ้าสนใจ....."และคำนั้นแหละทำเอาฉันแทบจะกรี๊ดใส่หน้าเขาทันทีนี้เขาพูดออกมาอย่างไม่อายปากเลยว่างั้นและก็เป็นเวลาเดียวที่รถติดหยุดไฟแดงจึงทำให้ฉันฉุกคิดที่จะหนีออกมาจากเขาแต่ก็ไม่ลืมตบแก้มสากเขาไป "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้น ไอ้บ้า!!"พูดจบฉันก็รีบวิ่งออกไปทันทีและเดินเลี่ยงไปเรื่อยๆ ตามทางของฉันก่อนที่จะเดินไปถึงป้ายรถเมล์ฉันเดินมาไกลเอามากๆ พอสมควรและไม่ได้สนอะไรทั้งนั้นดีกว่าต้องไปติดแหงกกับไอ้บ้าโรคจิตนั้น @ club yuaa ผับที่สหรัฐเป็นเจ้าของอยู่ "เดี๋ยวมิราส์"หลังจากตอนนั้นฉันก็ต่อรถไปที่คอนโดของจีจี้ที่อยู่ใกล้ๆ ฉันก็นั่งเล่นอยู่ตรงนั้นจนผล็อยหลับไปและจีจี้เองก็ต้องกลับบ้านไปเช่นกัน พอตื่นขึ้นมามันก็สายไปตั้งหลายนาทีแล้วฉันจึงต้องรีบต่อรถไปที่ผับที่ฉันทำงานทันที พี่หัวหน้างานที่ดูแลพวกพนักงานดักทางฉันเพื่อไม่ให้เข้าไปและใบหน้าที่เศร้าหมองฉันไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือเขาไม่พอใจที่ฉันมาสายแบบนี้ "คือมิราส์ลืมดูเวลาอ่ะค่ะ ขอโทษนะคะครั้งหน้าจะไม่สายอีกแล้วค่ะพี่ส้ม"ฉันเอ่ยขอโทษพี่ส้มทันที ฉันตกจากงานนี้ไม่ได้เพราะทางมหาวิทยาลัยได้แจ้งให้กำหนดค่าเทอมมาแล้วถ้าฉันไม่ได้นำเงินไปให้เขาจะให้ฉันออก "พี่ขอโทษนะมิราส์ นี้เงินโชคดีนะลูก"พี่ส้มยื่นซองเงินให้กับฉันและค่อยๆ ยื่นมือเรียวเข้ามาลูบหัวฉันอย่างน่าเอ็นดูแต่ทำไมกัน ทำไมเขาต้องไล่ฉันออกด้วยและฉันต้องทำยังไงต่อดีละ "พี่ส้มคะแต่หนูออกจากงานนี้ไม่ได้ พี่ส้มช่วยไปคุยกับเจ้าของผับได้ไหมคะ นะคะถือว่าหนูขอ พี่ส้ม"ฉันทั้งไหว้และร้องไห้ไปในเวลาเดียวกันเพราะงานที่นี่ฉันได้เงินเยอะมากพอสมควร ก่อนที่พี่ส้มจะเดินเข้าร้านไปฉันกำหมัดแน่นมองดูซองเงินในมืออย่างใจเจ็บเพราะฉันไม่ได้รับรู้เลยว่าฉันผิดอะไรทำไมถึงโดนไล่ออกแบบนี้ก่อนที่จะมีกลุ่มชายฉกรรจ์เดินเข้ามาทางฉัน "เหอะ!!!แค่เธอยอมขายให้ฉัน เธอก็ได้เงินละไม่ชอบหรอสุขสบายอ่ะ" "ฉันไม่มีวันขายศักดิ์ศรีให้คนอย่างนายหรอก ถอย!!"ฉันกำหมัดแน่นและจ้องมองใบหน้าที่แสยะยิ้มของเขาไปอย่างใจเจ็บไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องมายุ่งกับฉันแบบนี้ "เหอะ!!!อย่าปากเก่ง ถ้าเธอยอมเธอจะสุขสบายกว่านี้แน่"คนตรงหน้าของฉันพูดพร้อมแสยะยิ้มออกมาและเลื่อนมองร่างกายของฉันไปก่อนที่ฉันจะเดินทางต่อรถเพื่อกลับบ้านของฉัน ฉันเลือกที่จะยังไม่กลับบ้านและนั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์เงียบๆ คนเดียวแบบนั้นไป สายตาของฉันที่จ้องมองเงินในมือที่มีแค่ไม่กี่พันก่อนที่จะคิดไปถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่าใช้จ่ายในบ้านและค่าใช้จ่ายค่าเทอมของมหาวิทยาลัยของฉันอีก "ฉันต้องทำยังไงต่อล่ะ ทำไมชีวิตฉันมันบัดซบแบบนี้วะ!!!!!"และคำพูดนั้นคือคำพูดสุดท้ายก่อนที่จะเดินทางกลับบ้านของฉันไปที่มีแต่ความมืดและความเงียบฉันพยายามทำอะไรให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อยากให้คนในบ้านต้องตื่นและมาถามมากอีก และทั้งคืนฉันก็เอาแต่มองดูรูปแม่พร้อมกับร้องไห้ไปฉันแทบจะต้องอดทนกับอะไรหลายๆ อย่างก่อนที่นามบัตรของคนชั่วๆ นั้นจะหล่นลงมาหาฉัน "หรือหนูต้องขายศักดิ์ศรีเพื่อความอยู่รอดกันคะ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD