“ฉันเข้าใจว่านี่อาจเป็นประเพณีบ้านคุณ” นุชลตรีกล่าวขึ้นในที่สุด
“แต่ถ้าฉันตอบตกลงไป ฉันเองก็มีเงื่อนไขของบ้านฉันเช่นกัน” นุชลตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานล้ำจนดาราอดกลัวใจไม่ได้
“โอเค ฉันจะไม่กลับมาบ้านฉันที่ไทยก็ได้ แต่หากให้ฉันตบแต่งเป็นภรรยาของคุณแล้ว ฉันก็จะต้องเป็นภรรยาเอกเท่านั้นในบ้านของคุณ และแน่นอนว่าหากฉันมีทายาทให้กับคุณ ฉันจะรีบเซ็นใบหย่าขาดจากคุณทันที คุณจะตกลงไหมคะ คุณมาฮันห์” หญิงสาวกล่าวเป็นภาษาอังกฤษใส่หนุ่มทั้งสองด้วยอาการฟิวส์ขาดถึงขีดสุด
นุชลตรีเป็นเช่นนี้เสมอเวลาที่หล่อนโมโหหรืออยากเอาชนะใครสักคนเธอจะพูดภาษาอังกฤษใส่ทันที
ดารามองบุตรสาวด้วยอาการนิ่งเงียบ เวลานี้หล่อนอ่านเกมของนุชลตรีออกทันที
“ตกลงผมสัญญา” มาฮันห์กล่าวพลางวางแก้วน้ำ
ชาลงอีกครั้งอย่างพึงพอใจในคำตอบทีได้รับ
“ฉันเองก็ตกลงเช่นกันค่ะ” นุชลตรีกล่าวขึ้นแล้วส่งยิ้มให้กับมารดาของเธอด้วยแววตาสดใส
“ถ้าเช่นนั้นหลังจากนี้ทรัพย์สินของตระกูลคุณดาราที่คุณทวดเอาบ้านไปจำนองผมจะยกยอดหนี้สินทั้งหมดให้กับคุณ” มาฮันห์กล่าวขึ้นพลางปรายตามองไปยังโยเซฟห์ น้องชายที่รู้หน้าที่
มือเรียวของโยเซฟห์เอื้อมหยิบโฉนดที่ดินและให้คนขนกล่องใส่สมบัติหลายกล่องเข้ามาวางตรงหน้าของดาราและนุชลตรี
“สมบัติพวกนี้เป็นสัญญาใจระหว่างปู่ทวดของผมและย่าทวดของพวกคุณ จากนี้สมบัติเหล่านี้จะเป็นของพวกคุณถือเป็นน้ำใจจากพวกเรา”
ดาราและนุชลตรีอ้าปากค้างพลางมองสมบัติที่มากมายก่ายกองอยู่ตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง
“ถ้าพวกคุณตกลงแล้วอีกสองวันขอให้คุณดารา และคุณนุชลตรีรีบบินไปอินเดียกับเราเลยนะครับ” มาฮันห์กล่าวด้วยน้ำเสียงแปร่ง
“ทำไมถึงต้องรีบขนาดนั้นคะ” นุชลตรีกล่าวขึ้นอย่างตระหนกพลางเอ่ยถามออกไป
“เพราะว่าพิธีกรรมทางบ้านเราจะต้องมีพิธีเมเฮนดีก่อนพิธีวิวาห์ครับ” มาฮันห์กล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม
“ถ้าอย่างนั้นบ้านฉันอยู่ที่ไทยก็ต้องไปมัทราส แบบนี้ใช่ไหมคะ” นุชลตรีเอ่ยถามสองหนุ่มที่มาสู่ขอหล่อนด้วยทรัพย์สมบัติเงินทองมหาศาล
“ตกลงค่ะ” นุชลตรีเอ่ยตอบขณะที่ดาราได้แต่อ้าปากค้างอย่างตระหนก
นุชลตรีและดารา สองแม่ลูกจองเที่ยวบินบินไปอินเดียใต้ด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน
“นุชลูกว่าแบบนี้มันจะดีแล้วจริงๆเหรอลูก” ดาราเอ่ยถามบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของหล่อนเอง
“ดีซิคะแม่ ทำใจให้สบายค่ะ อีกไม่กี่ปีนุชก็กลับมาแล้ว” ท้ายประโยคนุชลตรีกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลก
“โอ๊ย คุณแม่คะ” นุชลตรีร้องเสียงดังเมื่อฝ่ามือของผู้เป็นแม่ฟาดหล่อนเข้าให้
“เดี๋ยวจะตีปากไม่เป็นมงคล” ดารากล่าวพลางเดินออกไป
“ไม่จงไม่จองมันละ…นุชลูกอย่าลืมจองตั๋วให้แม่ด้วยนะเข้าใจไหม…นุชลตรี ” ดารากล่าวกับบุตรสาวอย่างกำชับพลางเดินออกมาจากห้องนอนของลูกสาว
ไม่กี่วันต่อมาหลังพิธีเมเฮนดีของนุชลตรีได้ผ่านไปก็ถึงฤกษิ์วิวาห์ของเจ้าสาวสัญญาใจอย่างหล่อนเสียที
เวลานี้มาฮันห์ขี่ม้าเข้ามาในคฤหาสน์หลังใหม่ที่พวกเขาจัดให้เธออยู่แล้ว นุชลตรีอดรู้สึกไม่ได้ว่าหล่อนกำลังเคลิ้มฝันอยู่
“ต่อไปบ่าวสาวแลกพวงมาลัยระหว่างกัน”
จายามาลาเป็นพิธีที่นุชลตรีแลกพวงมาลัยกับมาฮันห์ นุชลตรีส่งรอยยิ้มกว้างจนฟันขาวที่เรียงตัวเป็นระเบียบให้กับชายหนุ่ม
ส่วนมาฮันห์ก็คล้องพวงมาลัยให้กับเจ้าสาวของเขา เวลานี้เขามองเห็นนุชลตรีแต่งชุดส่าหรีแล้ว หล่อนไม่เหมือนสาวไทยที่เขาวาดไว้ ความจริงแล้วนุชลตรีหล่อนสวยงามกว่านั้นมาก
มาฮันห์รู้สึกพอใจในรูปโฉมของหญิงสาวไม่น้อย เขาช่างเป็นชายหนุ่มที่โชคที่สุดในโลกเป็นแน่แท้
นุชลตรีมีใบหน้างดงามมากในวันนี้ ดวงตาของหล่อนกลมโตสวยคม จมูกของหล่อนโด่ง ริมฝีปากสีซีดถูกแต้มแต่งด้วยสีแดงสด
สินสอดตรงหน้าของนุชลตรีมีมากเสียจนมารดีอดตาวาววับไม่ได้ มารดีผู้เป็นแม่ของมาฮันห์มองไปยังสินสอดแล้วจึงส่งมอบสินสอดของบุตรชายแลกกับทางเจ้าสาว
นุชลตรีอดตื่นเต้นไม่ได้อีกครั้งเมื่อเวลานี้มารดีสวมสร้อยประจำตระกูลเจซลงบนคอขาวนวลละเอียดของหญิงสาวชาวไทย
พิธีนี้ทำให้นุชลตรีอดน้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้ นั่นก็เพราะว่านุชลตรีได้กลายมาเป็นสะใภ้ของตระกูลเจซโดยสมบูรณ์และมารดี แม่ของมาฮันห์และโยเซฟห์ได้ยอมรับหล่อนเข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลโดยสมบูรณ์แล้ว
นุชลตรีอดหัวใจพองโตขึ้นอีกครั้งเมื่อไฟในกองไฟสว่างไสวลุกโชนขึ้นมาจากน้ำมือของพราหมณ์ที่ทางฝ่ายของมาฮันห์เชิญมา
เสียงสวดบูชาไฟดังขรมจนนุชลตรีฟังเข้าใจเพียงว่านี่คงจะเป็นเสียงให้พรจากท่านพราหมณ์ หล่อนรู้สึกขอบคุณอยู่ในใจ
เวลาสำคัญของบ่าวสาวได้มาถึงแล้ว มาฮันห์สาวเท้าก้าวเดินนำนุชลตรีรอบกองไฟ
หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวเมื่อหญิงสาวออกเดินตามชายหนุ่ม นุชลตรีอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้
‘เธอทำได้นุชลตรีพระเจ้าท่านอวยพรเธออยู่’ หญิงสาวคิดในใจขณะที่เท้าของหล่อนขยับตามมาฮันห์ก้าวเดินรอบกองไฟในพิธีวิวาห์สายฟ้าแล่บครั้งนี้
นุชลตรีเดินวนรอบกองไฟประมาณเจ็ดรอบได้เท่าที่มาฮันห์พาหล่อนเดินวนรอบกองไฟอันศักดิสิทธิ์
“ขอให้รักกันนานๆนะลูกนะ” ดารา ผู้เป็นแม่ของนุชลตรีมองบุตรสาวด้วยความปรีดาพลางกล่าวอวยพรบุตรสาวตนเองด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
นุชลตรียิ้มรับคำของมารดาแล้วบอกลามารดาของตนเองอย่างอ่อนหวาน ดารายื่นมือของนุชลตรีส่งให้กับเจ้าบ่าวอย่างมาฮันห์
ลึกๆแล้วดาราอดเป็นห่วงนุชลตรีบุตรีของตนเองไม่ได้เลยจริง ๆ ที่ต้องห่างบ้านมาไกลแถมยังมาอยู่กินกับคนต่างถิ่นต่างภาษาอีก
ดารามองบุตรสาวด้วยความสงสาร นุชลตรีเดินห่างออกไปแล้ว เธอหันมาเจอกับมารดีพอดี
“ไม่เจอเธอนานสวยขึ้นเยอะนะพี่” มารดีกล่าวกับดาราอย่างเป็นกันเอง
“เธอเองก็สวยมากเลยนะมารดี” ดารากล่าวกับแม่ของมาฮันห์อย่างจริงใจ
“ฉันฝากนุชลตรีด้วยนะ แม้หล่อนจะดื้อไปบ้างแต่จริงแล้ว” ดารากล่าวกับมารดีด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ฉันเข้าใจดีว่าหล่อนรู้สึกอย่างไร ฉันจะช่วยดูแลยัยหนูให้เอง” มารดีรับปาก เพื่อนสาวอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ
“ขอบคุณหล่อนมาก ๆ นะ” ดารากล่าวพลางสวมกอดมารดี สตรีชาวอินเดียใต้ผู้ได้ชื่อว่าเป็น แม่ของมาฮันห์
“รักเธอเช่นกันจ้ะ” มารดีกล่าวขึ้นพลางกอดตอยดาราด้วยสีหน้ายิ้มหวานสนิท
“ฉันก็รักเธอมากเหมือนกันนะ” ดารากล่าวพลางกอดตอบหญิงวัยกลางคนอีกครั้ง
เวลานี้ดาราไม่รู้เลยว่าสีหน้าของมารดีเป็นเช่นไร หากแต่ถ้าเธอได้ยินว่าบุตรีของตนเองมีชีวิตไม่ดีที่คฤหาสน์ตระกูลเจซแล้วล่ะก็
‘ฉันจะตามล้างพวกแกทั้งตระกูลเลย’ ดารามารดาของนุชลตรียกยิ้มอยู่ในใจ
มารดีรู้ดีว่านุชลตรีก็แค่ผู้หญิงที่มาฮันห์เลือกไว้เพื่อคั่นเวลารอลูกสะใภ้ที่แท้จริงของหล่อนกลับมาเท่านั้นและใครคนนั้นจะเป็นใครไปไมได้เลยนอกจากหนูมีร่าห์
ยัยหนูมีร่าห์เป็นหญิงสาวที่น่าสงสาร เธอเป็นคนกำพร้าทั้งพ่อและแม่ก็มีแต่พ่อค้าที่ดินที่มารดีอยากได้มาครอบครองไว้เท่านั้นแหละที่จะมาเป็นสะใภ้ตระกูลเจซ!
+++