สองสัปดาห์ผ่านไปมาฮันห์และนุชลตรี สนิทกันอย่างรวดเร็วเสียจนหล่อนก็ไม่นึกว่ามาฮันห์ ชายหนุ่มชาวเมืองมัทราสจะนัดเธอออกมาเจออีกครั้ง
หลังจากวันที่เขากลับไปนุชลตรีเฝ้าฝันถึงกลิ่นหอมของโคโลญจน์อ่อนๆ ของชายหนุ่มที่ได้ช่วยเหลือเธอในวันที่เธอประสบเคราะห์ร้ายถูกวิ่งราวกระเป๋ามาโดยตลาด
ดวงหน้าหวานของหญิงสาวแต้มระบายรอยยิ้ม
อ่อนจางพลางหมุนตัวสำรวจตนเองในกระจกบานกว้างที่อยู่ในห้องพักของโรงแรมแห่งนี้
สถานที่ที่ชายหนุ่มคนนั้นนัดเดทคือร้านกาแฟในโรงแรมกึ่งพิพิธภัณฑ์ของเดอะกรีนนาร์ด สถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์คที่นุชลตรีปรารถนาจะไปให้ได้อีกสักครั้งในชีวิตหนึ่ง
เดอะกรีนนาร์ด
“ที่นี่น่ะเหรอเดอะกรีดนาร์ด” นุชลตรีเอ่ยขึ้นพลางแหงนหน้ามองอาคารที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของหล่อน
โรงแรมกึ่งอาร์ตแกลอรี่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้านุชลตรี หญิงสาวไม่รอช้าหล่อนรีบสาวเท้าเข้าไปภายในโรงแรมทันที
เวลานี้นุชลตรีสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีดำเข้มปิดคอขาวระหงส์ขาวนวลอย่างมิดชิด
หญิงสาวจงใจเลือกกระโปรงทรงสูงสีแดงมาสวมเพื่อให้แมทซ์กับรองเท้าบูทคู่เก่งของหล่อนที่เพิ่งถอยมาหมาด ๆในวันเกิดของหญิงสาว
สาวเจ้าเดินผ่านบานประตูกว้างก็พบกับสวนหย่อมที่จัดแสดงผลงานศิลปะหรืออาร์ตแกลอรี่ขนาดย่อม
ดวงตาคู่คมเบิกกว้างอย่างสนใจในภาพวาดรูปเขียนสีออยพาสเทิลเหล่านี้ นุชลตรีมองฝ่าฝูงชนก็เห็นชายหนุ่มแต่งชุดเชิ้ตสีฟ้าลำลองลุกขึ้นยืนโบกมือให้หล่อนอยู่
เรือนไหมสีดำขลับขับให้กรอบหน้าคมคายเด่นชัดจนคมเข้มกว่าเดิมเป็นเท่าตัว นุชลตรีอดรู้สึกไม่ได้ว่ามาฮันห์เวลานี้หล่อเหลาปานเทพบุตรลงมาจุติยังแดนโลกมนุษย์
เมล็ดกาแฟคั่วบดส่งกลิ่นหอมลอยฟุ้งเข้ามาแตะจมูกของนุชลตรีอย่างรวดเร็วจนหญิงสาวเผลอสูดดมกลิ่นคั่วบดอันหอมยั่วเย้าของกาแฟสดอย่างลืมตัว
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเมล็ดกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมปกคลุมไปทั่ว สร้างบรรยากาศน่านั่งให้กับร้านกาแฟแห่งนี้เป็นอย่างมาก
ร้านกาแฟร้านนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงของปารีสเลยทีเดียว หญิงสาวสังเกตเห็นตรงกลางของร้านกาแฟดีไซน์ออกแบบมาให้เป็น รูปภาพรูปหนึ่งที่วางไว้ตรงกลางของร้านกาแฟแห่งนี้
“คิวที่ 11 ได้แล้วค่ะ” พนักงานสาวกล่าวเป็นภาษาฝรั่งเศส
“คิวที่ 11 ค่ะ” หญิงสาวเดินออกไปรับกาแฟทางยื่นมือไปรับกาแฟ
“ขอบิลด้วยค่ะ” พนักงานสาวในร้านกาแฟกล่าวขึ้นพลางส่งอรอยยิ้มเป็นมิตรให้กับนุชลตรี
นุชลตรีส่งใบเสร็จกระดาษให้กับหล่อนพลางแล้วรับกาแฟสองแก้วมาอย่างรวดเร็ว
พนักงานสาวรีบหยิบกระดาษแล้วจึงนำไปเสียบไว้กับที่ติดกระดาษทางเดินออกมาจากหน้าเคาน์เตอร์
หญิงสาวรับกาแฟร้อน สองแก้วมาแล้วรีบเดินตรงมายังด้านข้างมุมด้านในของร้านกาแฟทันที
“นี่กาแฟของคุณค่ะมาฮันห์” เสียงหวานของนุชลตรีเอ่ยขึ้นพลางจัดแจงหยิบกาแฟส่งให้เขาตามมารยาท
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยขึ้นพลางเอื้อมมือมารับแก้วกาแฟมาจากมือเรียวสวยของเธอ
“ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณค่ะมาฮันห์” หญิงสาวกล่าวพลางวางถ้วยกาแฟลงตรงหน้าของหล่อนในท่าที่ยืน
มาฮันห์ขยับตัวลุกขึ้นพลางเดินเข้ามาใกล้นุชลตรีเขาขยับเก้าอี้ให้หญิงสาวได้นั่งลงตรงข้ามเขา
ร่างสมส่วนของนุชลตรีหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เขาลากออกมา หล่อนขยับเก้าอี้เข้าไปด้านในของโต๊ะ
“จริงซิคุณนุชลตรีมาที่ร้านนี้บ่อยไหมครับ” มาฮันห์ถามหล่อนเป็นภาษาอังกฤษ
“ก็บ่อยนะคะ” นุชลตรีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใส
“คุณชอบร้านนี้เหรอครับ” มาฮันห์เอ่ยถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ใช่ค่ะ” นุชลตรีเอ่ยตอบ
“ทำไมคุณถึงชอบร้านนี้” มาฮันห์เอ่ยถามหล่อน ดวงตาของเขาเปล่งประกายระยับ
“เพราะการตกแต่งร้านเป็นแบบ...นี้ไงคะ” ฉันถึงชอบ หญิงสาวกล่าวขึ้นพลางมองไปรอบด้านอย่างหลงใหล
มาฮันห์เหลือบตามองไปยังสายตาของนุชลตรี ดวงตาของหล่อนทอประกายแสงอ่อนคล้ายดวงดาวกระพริบ
นุชลตรีเบือนหน้าไปอีกทาง มาฮันห์เห็นเพียงว่าหญิงชาวเอเชียทอดมองด้วยแววตายากที่เขาจะคาดเดาได้
กาแฟร้านนี้อร่อยมาก ร้านนี้เป็นร้านกาแฟที่มีสาขามากมาย แต่ที่สาขาของฝรั่งเศสนี้มีเพียงกลางกรุงปารีสเท่านั้น
นุชลตรียกแก้วกาแฟขึ้นจิบแล้ววางลงตรงหน้ามาฮันห์
กาแฟติดมุมปากของนุชลตรี มาฮันห์เหลือบมองดวงหน้าของผู้หญิงเบื้องหน้าเขาอย่างหลงใหล
เรือนไหมสีน้ำตาลเข้มแซมดำสนิทปล่อยยาวสยายคลอเคลียไหล่กลมกลึงที่ซุกซ่อนภายใต้ผ้าไหมพรมเนื้อดี
นุชลตรีมีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตสวยคมคลายสาวอาหรับ หากแต่จมูกของหญิงสาวโด่งขึ้นเพียงเล็กน้อย กระนั้นยังชวนให้หล่อนน่ามองกว่าผู้หญิงในฝรั่งเศสเสียอีก
คราบกาแฟนมที่นุชลตรีสั่งมาเลอะที่ข้างแก้มของหล่อน มาฮันห์อมยิ้มขำส่ายหน้าเล็กน้อยแต่พองาม
“คุณนุชลตรี” มาฮันห์เอ่ยขึ้นพลางชี้ไปที่แก้มของเขา
“คะ” นุชลตรีขานรับพลางมองชายหนุ่มอินเดียใต้ด้วยแววตาสงสัย
“แก้มเลอะ” มาฮันห์กล่าวขึ้นในที่สุด
“โอ้ย น่าอายจริง” นุชลตรีกล่าวขึ้นพลางหยิบผ้ามาเช็ดแก้มของตนเอง
“ขอบคุณค่า” หล่อนกล่าวขอบคุณเขาพลางจับแก้มของตนเองที่ร้อนผะผ่าว
ชานหนุ่มมองไปยังหญิงสาวที่กำลังเช็ดแก้มของหล่อนอย่างยิ้มขำขัน
“ว่าแต่มัทราสนี่อินเดียใต้ไหมคะ” นุชลตรีเอ่ ยถามเขาอย่างเป็นกันเอง
“ใช่ครับ” ชายหนุ่มเอ่ยพลางจิบกาแฟอย่างละเลียด
“คุณมาจากที่ไหนนะ” เขาถามหล่อนบ้าง
“ฉันมาจากประเทศไทย” หล่อนตอบพลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ
“ฉันเคยใฝ่ฝันว่าอยากไปอินเดียให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิตนี้” นุชลตรีกล่าวขึ้น
“คุณต้องได้ไปแน่นอน คุณนุชลตรี” ชายหนุ่มดเอ่ยขึ้น ดวงตาของมาฮันห์พราวระยับ เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง
“คุณมาเรียนเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามเขา
“ใช่ครับ ผมเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยน” ชายหนุ่มบอกกับหญิงสาวอย่างออกรสออกชาติ
“เรียนที่มหาลัยอะไรคะ” นุชลตรีเอ่ยถามเขา
“มอร์ริส” มาฮันห์กล่าวขึ้นพลางวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าเขา
“แล้วคุณล่ะ” เขาเอ่ยถามขณะมองไปยังพนักงานที่เดินมาเสริ์ฟครัวซองค์ร้อน ๆ ที่หล่อนสั่งมา
“อร่อยไหมครับ” มาฮันห์เอ่ยถามหล่อนด้วยแววตาใคร่รู้
“อร่อยมากเลยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยตอบ
“ฉันมาเที่ยวหลังจากเรียนจบ” นุชลตรีตอบในที่สุด
“คุณชอบเที่ยวเหรอ” ชายหนุ่มถามอย่างอารมณ์ดี เขาบิดคุกกี้ที่บริกรในร้านนำมาเสิร์ฟออกเป็นสองส่วนพลางส่งส่วนหนึ่งให้กับหญิงเอเชียตรงหน้าเขา
ดวงตาของเขามองสบสายตากับนุชลตรี หญิงไทยอย่างไม่ทันตั้งใจ ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนเวลานี้หนุ่มสาวเผลอมองตากันด้วยแววตาทอประกายวาววับ
นุชลตรีดูจะเป็นฝ่ายได้สติเสียก่อน หล่อนจึงรีบผละออกมาจากดวงตาของมาฮันห์ที่มองสำรวจหล่อนด้วยสายตาที่ไม่ปิดบังความรู้สึกอีกต่อไป
“มาฮันห์คะ ฉันต้องรีบไปแล้วพอดีคุณแม่โทรตามฉันค่ะ” นุชลตรีกล่าวขัดเขาขึ้นทำลายบรรยากาศสงบสุขของมาฮันห์
“ให้ผมไปส่งไหม” ชายหนุ่มกล่าวพลางกระดกน้ำเปล่าลงไปในลำคอ
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมาเองก็กลับเองได้” นุชลตรีกล่าวพลางแย้มรอยยิ้มอย่างอ่อนเบา
“ไว้มีโอกาสค่อยพบกันใหม่นะคะ” นุชลตรีกล่าวขึ้นด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย
“ผมเชื่อว่าเราจะมีวันได้พบกันอีกแน่นอนครับ ขอบคุณสำหรับกาแฟและคุกกี้” ชายหนุ่มเอ่ยกับหญิงสาวขณะมองหล่อนที่ลุกพรวดพราดขึ้นมาแล้วเดินจากไป
กลิ่นหอมอ่อนจางของนุชลตรีลอยมาถึงจมูกของเขา รูปทรงของหล่อนก็ชวนให้เขาใจละลายไม่ใช่เล่นหรือที่จริงแล้วเขากำลังตกหลุมรักคู่หมั้นของพี่ชายไปเสียแล้ว
แต่ก็ดีเหมือนกันจากนี้ตระกูลเจซจะได้รับรู้ว่าโยเซฟห์คนนี้ก็มีหัวใจเหมือนกันไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ใครจะมาบังคับก็ได้
โยเซฟห์สวมรอยเป็นมาฮันห์โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า โยธาและมาฮันห์ตัวจริงนั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดระหว่างหญิงชายอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของเขามากนัก
+++