ใน **บทที่ 8** นี้ เราจะขยับเลเวลความสัมพันธ์ขึ้นไปอีกขั้นครับ เมื่อท่านประธานจอมเผด็จการพานางเอกเข้าบ้าน! ฉากนี้เป็นฉากคลาสสิกที่มักจะทำให้คนอ่าน "โดนตก" เพราะเราจะได้เห็นมุมที่พระเอกพยายามปกป้องนางเอกต่อหน้าครอบครัวครับ
### **บทที่ 2: เขตหวงห้ามใจ**
รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูล **‘อัครเดชโภคิน’** ที่โอ่อ่าเสียจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ เธอเคยคิดว่าห้องทำงานของศิลาดูใหญ่โตแล้ว แต่เมื่อเทียบกับคฤหาสน์สไตล์โมเดิร์นที่ล้อมรอบด้วยสวนสวยแห่งนี้ ที่นั่นกลายเป็นห้องรูหนูไปถนัดตา
“จะนั่งบื้อเป็นรูปปั้นอีกนานไหม? ลงมาสิ หรือต้องให้ผมอุ้มลงไปเหมือนเมื่อคืน?”
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหูทำเอาคนกำลังตะลึงสะดุ้งตัวโยน รินรดารีบก้าวลงจากรถพลางจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย “ท่านประธานคะ... ฉันว่ามันไม่เหมาะเท่าไหร่นะคะที่ฉันจะมาที่นี่ ในฐานะแค่พนักงาน...”
“พนักงานที่ผม ‘เลือก’ มาเองกับมือ มีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าไม่เหมาะ” ศิลาขยับเนกไทพลางเหลือบมองหญิงสาวที่วันนี้ดูประหม่าผิดปกติ เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ จากตัวเธอ “อยู่ใกล้ๆ ผมไว้ แล้วก็อย่าพูดจาเพ้อเจ้อให้แม่ผมจับพิธีกรได้ล่ะ”
“จับพิธีอะไรนะคะ?”
“ก็จับได้ไงว่าคุณมัน ‘ต๊อง’ แค่ไหน!” เขาตัดบทก่อนจะคว้าข้อมือเธอแล้วพาเดินเข้าไปด้านใน
**[ฉากพบคุณหญิงแม่ - จุดเปลี่ยนของอารมณ์]**
ภายในห้องโถงรับแขก **‘คุณหญิงวิมล’** มารดาของศิลานั่งรออยู่ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ทันทีที่เห็นลูกชายพาหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเข้ามา ท่านก็แทบจะถลาเข้าหา
“ตาโถ่... ยัยหนูคนนี้นี่เองที่ทำให้ลูกชายแม่ยอมทิ้งงานที่หัวหินแล้วบึ่งรถกลับมาก่อนกำหนด”
“แม่ครับ! ผมกลับมาเพราะมีธุระต่างหาก” ศิลาหน้าร้อนวูบ รีบปล่อยมือออกจากข้อมือรินรดาราวกับโดนของร้อน
“ธุระหรือ ‘ธุใจ’ กันแน่จ๊ะ?” คุณหญิงวิมลหัวเราะร่าพลางดึงมือรินรดาไปกุมไว้ “หนูรินรดาใช่ไหมลูก? ไม่ต้องไปสนใจคำพูดปากเสียของเจ้าลูกชายคนนี้หรอกนะ รายนี้มันปากไม่ตรงกับใจมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
รินรดาทำตัวไม่ถูก ได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนๆ สลับกับมองหน้าท่านประธานที่ตอนนี้ยืนกอดอก ทำหน้าบึ้งตึงกลบเกลื่อนความเขินอายอย่างเห็นได้ชัด
**[ฉากรับประทานอาหาร - บททดสอบเล็กๆ]**
ระหว่างมื้ออาหาร ศิลาพยายามรักษามาดเจ้านายผู้เย็นชาด้วยการแขวะเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารของรินรดาเป็นระยะ “ตักให้มันน้อยๆ หน่อยรินรดา เดี๋ยวข้าวก็ติดคอหรอก เห็นแก่กินจริงๆ”
แต่พอเห็นเธอเอื้อมหยิบจานกับข้าวไม่ถึง เขากลับเป็นคนตักกุ้งตัวโตที่แกะเปลือกเรียบร้อยแล้วไปวางให้ในจานของเธอเงียบๆ
“กินๆ เข้าไปซะ จะได้มีแรงมาให้ผมด่าต่อพรุ่งนี้”
รินรดาชะงัก มองกุ้งในจานแล้วเงยหน้ามองคนข้างๆ ที่กำลังตีหน้ายักษ์ใส่จานข้าวตัวเอง ความรู้สึกอุ่นวาบประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ ความร้ายกาจที่เขามักจะพ่นออกมา... บางทีมันอาจจะเป็นแค่เกราะกำบังความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่กล้าย
3. **ฉากส่งกลับบ้าน:** หลังจากทานข้าวเสร็จ ศิลาต้องขับรถไปส่งรินรดาที่หอพัก ช่วงเวลานี้แหละครับที่เป็นโอกาสทองของ "บทสนทนาเปิดใจ" สั้นๆ ก่อนจบตอน
**บทที่ 8 นี้ความสัมพันธ์เริ่มชัดเจขึ้นแล้วนะครับ! คุณอยากให้บทต่อไปพระเอกเริ่มรุกหนักขึ้น หรือจะมีนางร้ายโผล่มาขัดจังหวะดีครับ?**