ห้องผ่าตัด 7 โรงพยาบาลเอกชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
เวลา 08:47 น.
แสงไฟสว่างจ้าจากโคมผ่าตัดส่องลงมาบนโต๊ะเหล็กเย็นเฉียบ ตรงกลางคือคนไข้ชายวัย 68 ปี หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ต้องทำ bypass ฉุกเฉิน
ทีมแพทย์ยืนเรียงกันในชุดสีเขียว คนที่ยืนตำแหน่งหลักคือ ศ.นพ.กรธัช วัย 39 ปี ผู้ชายที่ทุกคนในแผนกหัวใจทั้งกลัวทั้งเกรง
กรสูง 185 เซนติเมตร ไหล่กว้าง หน้าตาคมเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง เขาสวมถุงมือผ่าตัดแล้ว แต่ยังไม่ได้หยิบมีดผ่าเลย เพราะกำลังจ้องมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้อง
พญ.วีรินทร์ หรือ “หมอวีร์” ศัลยแพทย์หัวใจฝีมือดีที่เพิ่งย้ายมาจากโรงพยาบาลรัฐใหญ่เมื่อสัปดาห์ก่อน
เธอสวมหน้ากากอนามัยและแว่นตากันเลือด ผมมัดรวบเรียบร้อย แต่แววตาที่มองผ่านหน้ากากนั้นคมกริบ ไม่มีร่องรอยของความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“ขอโทษครับอาจารย์ หมอวีร์เพิ่งมาถึง” พยาบาลวงในพูดเสียงเบา
กรไม่ตอบ เขาหันกลับไปมองจอภาพหลอดเลือดหัวใจที่ฉายขึ้นมา แล้วพูดเสียงเรียบแต่เย็นยะเยือก
“เริ่มเลย หมอใหม่ อยากเห็นฝีมือ”
ทุกคนในห้องเงียบกริบ
วีรินทร์ก้าวเข้ามาที่โต๊ะผ่าตัด รับมีดผ่าจากพยาบาล เธอเริ่มกรีดผ่าหน้าอกอย่างแม่นยำ รวดเร็ว แต่ไม่เร่งรีบ
กรยืนมองอยู่ข้าง ๆ ไม่ขยับไปไหน สายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอ
ผ่านไปสิบนาที
“คลิปหนีบหลอดเลือดซ้ายบน” วีร์พูดสั้น ๆ
พยาบาลส่งให้
กรยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เร็วไปหน่อย ระวังฉีก”
“ไม่ฉีกค่ะ” วีร์ตอบทันควัน โดยไม่เงยหน้าขึ้น “ฉันรู้ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อคนไข้คนนี้”
กรหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงนั้นฟังดูอันตราย
“รู้จักคนไข้ดีขนาดนั้นเลยเหรอ หมอใหม่? เพิ่งเห็นหน้าเคสเมื่อเช้าไม่ใช่เหรอ”
“อ่าน chart ละเอียดค่ะ” วีร์ตอบเรียบ “ต่างจากบางคนที่จำชื่อคนไข้ไม่ได้ด้วยซ้ำ”
ห้องเงียบกริบอีกครั้ง
ผู้ช่วยศัลยแพทย์คนหนึ่งไอแห้ง ๆ พยายามกลบเกลื่อน
กรไม่โกรธ แต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย ยิ้มแบบคนที่กำลังสนุก
“กล้าพูดแบบนี้ต่อหน้าอาจารย์เลยเหรอ”
“ถ้าอาจารย์ไม่ชอบ ก็ไล่ฉันออกไปเลยค่ะ” วีร์ตอบโดยไม่หยุดมือ “แต่ตอนนี้คนไข้กำลังจะตาย ถ้าอาจารย์จะมาว่ากันเรื่องมารยาท เดี๋ยวรอหลังผ่าตัดได้ไหมคะ”
กรนิ่งไปสามวินาที
แล้วเขาก็ขยับเข้ามาใกล้ ไหล่เกือบแตะไหล่เธอ เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหูเธอเบา ๆ แต่ทุกคนในห้องได้ยินชัด
“ปากดีแบบนี้…ระวังจะโดนลงโทษหนักกว่านี้ หมอวีร์”
วีรินทร์ชะงักไปเสี้ยววินาที แต่แล้วก็หันมามองตาเขาเต็ม ๆ ผ่านหน้ากากอนามัย
“ถ้าลงโทษแล้วคนไข้รอด ฉันยอมค่ะ”
กรยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาเป็นประกายอันตราย
“จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดี”
จากนั้นทั้งสองก็เริ่มทำงานต่ออย่างจริงจัง
กรเป็นคนนำหลัก วีรินทร์เป็นผู้ช่วย แต่การประสานงานของทั้งคู่…มันลงตัวอย่างน่าประหลาด
ทุกการสั่ง ทุกการขยับมีด ทุกการเย็บ มันเหมือนทั้งคู่เคยผ่าตัดด้วยกันมานับร้อยครั้ง ทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก
ผ่านไปเกือบสี่ชั่วโมง
หัวใจถูก bypass เรียบร้อย คนไข้มีชีพจรกลับมาแข็งแรง
ทุกคนในห้องถอนหายใจพร้อมกัน
กรถอดถุงมือโยนทิ้ง แล้วหันมามองวีรินทร์ที่ยังยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะ หน้าผากมีเหงื่อซึมเล็กน้อย
“ฝีมือไม่เลว” เขาพูดเสียงเรียบ “แต่ยังไม่ถึงมาตรฐานของฉัน”
วีรินทร์ถอดหน้ากากออกช้า ๆ เผยใบหน้าสวยคมที่ตอนนี้มีรอยยิ้มเย้ยหยันจาง ๆ
“ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ อาจารย์กรธัช” เธอเน้นคำว่า ‘อาจารย์’ ยาว ๆ “แต่ถ้าฉันยังไม่ถึงมาตรฐานของอาจารย์…ครั้งหน้าอาจารย์ช่วยสอนด้วยตัวเองหน่อยได้ไหมคะ”
กรก้าวเข้ามาใกล้จนเกือบประชิด เสียงต่ำลงจนแทบเป็นกระซิบ
“ระวังคำพูดนะหมอวีร์” เขามองลึกลงไปในดวงตาเธอ “ฉันสอนแรงกว่าที่คิดไว้เยอะ”
วีรินทร์ไม่หลบตา
“ฉันก็รับได้ค่ะ…อาจารย์”
ทั้งคู่จ้องหน้ากันนิ่ง ๆ ท่ามกลางสายตาของทีมแพทย์ที่เริ่มรู้สึกว่าอากาศในห้องผ่าตัดร้อนขึ้นอย่างประหลาด
กรเป็นคนหันหลังเดินออกไปเป็นคนแรก ทิ้งให้วีรินทร์ยืนมองแผ่นหลังกว้างของเขา
เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว
หัวใจของเธอเต้นแรงเกินเหตุผล
และเธอรู้ดีว่า…
นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่อันตรายมาก