5 บทที่ 5 (1)

1340 Words
ธารากวาดสายตามอง ‘บ้าน’ ที่เก็บความทรงจำอันมีค่ามาทั้งชีวิตของเธอด้วยเพื่อเก็บเกี่ยวทุกรายละเอียดไว้เป็นครั้งสุดท้าย สถานที่แห่งนี้เคยมีเสียงหัวเราะของเธอ บิดาและมารดาที่แม้จะล่วงลับไปนานแล้วแต่เธอก็ยังจำรอยยิ้มของท่านได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่มีอีกแล้ว...แม้แต่ที่ๆ เคยใช้พักกายพักใจเธอก็ไม่หลงเหลือ หยาดน้ำใสปริ่มขึ้นมาในดวงตาอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ ไหลลงมาช้าๆ ก่อนที่เธอจะตัดใจหันหลังเดินจากมาไปทิศทางตรงกันข้ามที่มีใครอีกคนยืนรอเธออยู่อย่างเห็นใจ “มีอะไรที่ต้องขนย้ายไปอีกไหมน้ำ” ภูผาที่ยืนรออยู่ถามขึ้นแววตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยคนตัวเล็กตรงหน้า “ไม่มีแล้วค่ะพี่ภู เราไปกันเถอะค่ะ” คนฟังพยักหน้ารับก่อนจะช่วยประคองหญิงสาวขึ้นไปนั่งด้านข้างคนขับก่อนที่ตัวเขาเองจะเข้าไปนั่งประจำที่ตรงที่นั่งหลังพวงมาลัย เขาคอยสังเกตคนข้างกายจึงได้เห็นว่าธาราบีบมือของตนที่กุมกันอยู่บนตักจนแน่นทันทีที่รถของเขาเริ่มเคลื่อนที่ เธอเจ็บปวดแค่ไหน...เขาเองก็เสียใจมากเท่านั้น มือหนาข้างซ้ายละออกจากพวงมาลัยชั่วครู่หมายจะกุมมือบางของคนตัวเล็กเอาไว้ แต่จำต้องหยุดชะงักไปเมื่อโทรศัพท์ของเขาเกิดดังขึ้นโดยชื่อของปลายสายคือ ชื่อของเพื่อนชายคนสนิทของเขาเอง “เรียบร้อยดีไหมไอ้ภู” อัคคียิงคำถามทันทีที่ภูผากดรับสาย “อืม...ทุกอย่างเรียบร้อยดี” “ขอบใจแกมากนะที่ช่วยดูแลน้ำให้ บอกน้ำด้วยว่าถ้าฉันเสร็จธุระเมื่อไหร่จะรีบตามไป” ภูผาเหลือบมองไปทางธาราจึงได้เห็นว่าหญิงสาวเองก็มองมาที่โทรศัพท์ของเขาเช่นกัน นัยน์ตาโศกดูเป็นประกายขึ้นมาเมื่อนึกเดาว่าปลายสายเป็นใคร ภูผาเจ็บวาบขึ้นมาก่อนจะเอ่ยเปิดทาง “ฉันว่าแกคุยกับ...” “แค่นี้ก่อนนะ ฝากน้ำด้วยล่ะ” น้ำเสียงที่ร้อนรนและการตัดสายกะทันหันของอัคคีทำให้ภูผานิ่งงันก่อนจะค่อยๆ หันไปมองคนข้างกายด้วยสีหน้าลำบากใจ “ไอ้คีน่ะ มันเป็นห่วงน้ำเลยโทรมาถาม แต่พอดีธุระมันเข้าเสียก่อนเลยไม่ทันได้คุยอะไรมาก” “ค่ะ” ธาราตอบรับเสียงหงอยท่าทางซึมลงไปอีกครั้ง อดน้อยใจไม่ได้ที่วันนี้คนรักของเธอเลือกที่จะติดต่อแต่ภูผาแต่ไม่ยอมพูดคุยกับเธอเลยสักนิด ภูผาเข้าใจความคิดอีกฝ่ายดีจึงใช้มือข้างหนึ่งลูบศีรษะเล็กอย่างปลอบโยน “พักสายตาเสียหน่อยนะน้ำ ช่วงนี้รถน่าจะติด เอาไว้ไปถึงแล้วพี่จะปลุกนะ” ธาราช้อนสายตามองกลับมาก่อนจะพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายเมื่อตอนนี้เธอเองก็เริ่มอ่อนล้าไปทั้งหัวใจ หญิงสาวปรับเบาะ ขยับตัวเล็กน้อยและเหม่อมองไปทางหน้าต่างอยู่สักพักก่อนจะค่อยๆ หลับตา ลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอของเธอบอกให้ผู้ร่วมทางรู้ว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไปไหนกันแน่นะไอ้คี...ภูผาเริ่มเกิดคำถาม ...ทำไมเวลาแบบนี้ ถึงได้หายไปได้นะ เป็นเวลาร่วมชั่วโมงกว่าที่ธาราจะลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวจึงได้เห็นว่ารถของพวกเขากำลังเลี้ยวเข้าไปยังคอนโดสุดหรูใจกลางเมืองซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของครอบครัวภูผาที่เธอเองก็เคยมีโอกาสได้มาเที่ยวเล่นหรือทานอาหารอยู่บ่อยครั้งแต่ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้ย้ายมาอยู่ที่นี่ ธารายิ้มขื่นให้กับความพลิกผันในชีวิตของตนเองก่อนจะพยายามข่มอารมณ์อ่อนไหวให้กลับมาราบเรียบดังเดิม “ดูแลให้เรียบร้อยล่ะ” ภูผาหันไปสั่งพนักงานของตนที่มาช่วยขนของๆ ธาราก่อนจะพาหญิงสาวไปยังชั้นบนสุดของคอนโด ภายในชั้นนั้นมีห้องนอนใหญ่เพียงสองห้องเท่านั้น ซึ่งห้องหนึ่งคือ ห้องของเจ้าของคอนโดอย่างเขา ส่วนอีกห้องที่อยู่ในฝั่งตรงกันข้ามถูกตระเตรียมไว้ให้ธาราก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของนับจากวันนี้ไป “เป็นยังไงบ้าง พออยู่ได้ไหมน้ำ” “ได้ค่ะพี่ภู ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ” ธารามองไปรอบๆ ห้องที่เธอดูรู้ว่าเพิ่งถูกตกแต่งใหม่ไม่นานมานี้ เธอเคยขึ้นมาบนนี้อยู่บ้างจึงพอรู้ว่าเมื่อก่อนห้องๆ นี้เคยถูกตกแต่งไว้ในโทนสีขาวและเทาเข้มไม่ใช่สีชมพูหวานอย่างที่เธอเห็นในตอนนี้ ภูผาคงจะนึกตามใจน้องสาวอย่างเธออีกเช่นเคย เมื่อพี่ชายคนนี้มักจะหาทางตามใจเธออยู่เสมอแม้ว่าหลายๆ เรื่องนั้นเธอจะไม่เคยร้องขอเลยก็ตามที “ถ้าขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ ถือซะว่าที่นี่เป็นห้องของน้ำ อยากตกแต่งปรับเปลี่ยนตรงไหนก็ทำได้เลย ตามแบบที่น้ำชอบ” “คงไม่หรอกค่ะ ห้องนี้สวยมากอยู่แล้ว อีกอย่างน้ำก็ไม่ใช่เจ้าของจริงๆ สักหน่อย ความจริงน้ำก็พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง...” “น้ำ...เราตกลงกันแล้วไง” ภูผาขัดขึ้นทำให้ธาราจำต้องเงียบเสียงลง เธอเคยคิดจะซื้อห้องเล็กๆ ไว้เป็นของตนเองแต่ก็ถูกหลายคนคัดค้าน จึงต้องรับความช่วยเหลือของภูผาที่คิดจะยกห้องนี้ให้เธอแต่เธอขอรับแค่เพียงในฐานะผู้อาศัยเท่านั้น “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ช่วยจัดของนะ” ภูผากล่าวต่อเมื่อเห็นว่าคนของตนนำของทั้งหมดของธาราขึ้นมาไว้แล้ว ธารายิ้มรับพร้อมกับขอบคุณก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องนอนแล้ววางของสำคัญอย่างแรกไว้บนหัวเตียงของเธอ “บ้านใหม่ของเรานะคะคุณพ่อคุณแม่” ธาราเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะที่จ้องมองไปยังภาพครอบครัวที่เคยอบอุ่นเมื่อเธอได้อยู่ในอ้อมกอดของท่านทั้งสอง ครั้นเมื่อมารดาจากไป เธอก็ยังมีบิดาที่คอยเติมเต็มจนไม่ทำให้เธอรู้สึกถึงความขาดหาย แต่จากนี้ไปจะมีแค่เธอ...แค่เธอเพียงคนเท่านั้น “อาธีเคยบอกกับพี่ไว้เรื่องหนึ่ง” ภูผาที่ก้าวมายืนด้านหลังโดยที่หญิงสาวไม่ทันรู้ตัวเอ่ยขึ้นมา ธาราจึงหันกลับไปมอง “อาธีเคยบอกพี่ว่า...สิ่งที่ทำให้ท่านและอาผู้หญิงมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นก็คือ รอยยิ้มของน้ำนะ” ชายหนุ่มใช้มือของตนช่วยเช็ดคราบน้ำตาของหญิงสาวที่เขารักอย่างอ่อนโยน “ความสุขของน้ำคือสิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจของท่านและคนที่รักน้ำทุกคนให้มีพลังมากขึ้นรู้ไหม เพราะฉะนั้นน้ำจะต้องเข้มแข็งเพื่อให้ท่านทั้งสองหมดห่วงนะ” ธาราสบตากับคนตรงหน้าที่ส่งสายตาแห่งกำลังใจและความเชื่อมั่นมาให้ หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตาพยายามซึมซับถ้อยคำเหล่านั้นก่อนจะพยักหน้าเพื่อตอบรับคำขอของเขา “ค่ะพี่ภู น้ำจะพยายามไม่ร้องไห้อีกและจะยิ้มให้กับคุณพ่อ คุณแม่ทุกๆ วันเลยนะคะ” ธารากลับไปมองรูปครอบครัวด้วยแววตาเข้มแข็งขึ้นก่อนจะคว้ารูปนั้นมากอดไว้แนบอก “น้ำสัญญานะคะ น้ำจะรักตัวเองให้เท่ากับที่พ่อกับแม่รักน้ำนะ” ภูผามองภาพนั้นด้วยความยินดี ความหนักอึ้งในอกคลายตัวลงไปมาก ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าหาธาราและใช้มือข้างหนึ่งจับบ่าของเธอไว้และระบายยิ้มอย่างอ่อนโยน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD