หลายเดือนก่อน...
“เอ้า ยิ้มกันหน่อยเร็ว”
อัคคีส่งเสียงก่อนจะยกกล้องในมือขึ้นถ่ายรูปสามสาวที่กำลังนั่งพูดคุยกันที่โซฟาตัวยาวสีขาวโดยมีธารานั่งอยู่ตรงกลาง เสียงเจื้อยแจ้วจึงเงียบลงก่อนที่หญิงสาวทั้งหมดจะพากันคลี่ยิ้มและทำท่าต่างๆ ให้ตามคำขอของช่างภาพจำเป็นอย่างเขา บางครั้งลูกโป่งสีพาสเทลหลากสีที่ถูกประดับประดาเอาไว้อย่างมากมายภายในห้องอาหารโทนสีขาวจะถูกหยิบยืมนำมาใช้ ความสดใส สดชื่น รายล้อมทุกคนเอาไว้และทำให้เจ้าของงานวันเกิดอย่างธารามีรอยยิ้มที่กว้างขวางมากเกินกว่าใคร
“พอก่อนดีกว่าไหมพี่คี น่าจะเป็นร้อยๆ รูปแล้วมั้ง” อัณณาที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของธาราเอ่ยขัดพี่ชายของตน
“ก็วันพิเศษทั้งทีนี่ ต้องเก็บรูปไว้เยอะๆ หน่อยสิ” อัคคีก้มหน้าตรวจสอบรูปที่เพิ่งถ่ายด้วยรอยยิ้ม อัณณาเหล่ตาไปทางเพื่อนสาวข้างๆ ก่อนจะเอ่ยเย้า
“แหม...ความจริงอยากถ่ายรูปแค่เจ้าของวันเกิดคนเดียวก็บอกมาเถอะ ไม่ต้องเรียกพวกเรามาร่วมวงด้วยก็ได้ ยังไงวันนี้ก็วันของน้ำอยู่แล้วนี่เนอะ”
“อัณ” ธาราส่งเสียงปรามอายๆ เมื่อถูกเพื่อนสาวกระแซะ แต่อีกฝ่ายไม่สนใจแถมยังหาแนวร่วม
“ก็มันจริงนี่น่า ใช่ไหมรส”
“อ่ะ..อืม” รสสุคนธ์ที่นั่งอยู่ฝั่งขวาของธารารีบยิ้มรับเมื่อตัวเองถูกดึงเข้าไปเกี่ยวโยงด้วย ก่อนจะพยายามปั้นยิ้มให้กว้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกภายในใจ
“ถ้ารู้ทันนักถ่ายรูปให้พี่กับน้ำเลย เอาหลายๆ รูปเลยนะ” อัคคียื่นกล้องให้น้องสาว อีกฝ่ายจึงทำปากยื่นใส่แต่ก็ยอมรับโดยดีก่อนที่ทั้งสองจะสลับตำแหน่งกัน อัคคีทรุดกายลงนั่งข้างคนรักก่อนจะโอบอีกฝ่ายไว้แน่น ธารามีท่าทีเขินอายแต่ก็ไม่ปัดป้องมือหนาของเขา
“เอ้ารส ลุกออกมาสิ ไม่ต้องไปเป็นก้างเขาหรอก” อัณณากวักมือเรียก รสสุคนธ์ยิ้มเจื่อนทำท่านึกขึ้นได้ก่อนจะรีบลุกขึ้นตาม อัณณาจึงเริ่มกดชัตเตอร์ถ่ายรูปคนที่เธอรักทั้งสองคนในอิริยาบถต่างๆ ก่อนจะลดกล้องลงเมื่อถ่ายรูปไปสิบกว่ารูปแล้ว
“เป็นยังไงคะ พอใจหรือยังคุณพี่ชาย”
“เดี๋ยวขออีกรูปหนึ่ง”
“แหม...เล่นใหญ่เลยนะคะคุณพี่ชาย ก็ได้ๆ หนึ่ง สอง...”
“อุ๊ย” ธาราอุทานพร้อมกับสะดุ้งเบาๆ เมื่อชายหนุ่มข้างกายก้มลงสูดความหอมหวานที่แก้มของเธอในจังหวะที่สาม หญิงสาวหันไปมองจึงได้เห็นรอยกรุ้มกริ่มที่ถูกส่งมาให้จนทำให้เธอต้องก้มหน้างุดไม่อาจสู้สายตาหวานเชื่อมของคนรักได้
“น่ารักจังเลยเนอะ” อัณณาพูดกับรสสุคนธ์ก่อนจะก้มลงดูรูปหวานบนหน้าจอที่เธอแอบถ่ายเพิ่ม อีกฝ่ายไม่ตอบ แถมยังเมินหน้าหนีเมื่อลึกๆ ไม่อาจยอมรับภาพตรงหน้าได้อย่างสนิทใจจริงๆ
“ขอโทษนะที่มาช้า” ร่างสูงที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมท่าทีเหนื่อยหอบเรียกความสนใจของทุกคนภายในห้องอาหาร ภูผากวาดสายตามองแต่ละคนด้วยความรู้สึกผิดก่อนจะหยุดที่หญิงสาวที่ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน “ขอโทษนะน้ำ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่ภู นั่งก่อนสิคะ” ธาราเอ่ยปากเมื่อเห็นรอยเปียกชื้นที่แนวไรผมของอีกฝ่าย แต่ภูผากลับเลือกที่จะเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับยื่นกล่องที่ถูกห่อไว้ด้วยกระดาษสีชมพูและผูกด้วยริบบิ้นสีขาวให้
“สุขสันต์วันเกิดนะน้ำ” ภูผาเอ่ยเสียงนุ่มยิ้มให้หญิงสาวด้วยแววตาลึกซึ้ง
“ขอบคุณนะคะพี่ภู” ธาราเอื้อมมือรับของขวัญของอีกฝ่ายก่อนที่ภูผาจะนั่งลงข้างๆ เธอ อัณณากับรสสุคนธ์จึงเดินเข้ามานั่งสมทบที่โซฟาตัวเดี่ยวด้านข้างคนละด้าน โดยอัณณานั่งลงด้านข้างภูผา ในขณะที่รสสุคนธ์เลือกนั่งในฝั่งของอัคคี
“แหม...พี่ภูเพิ่งมาแท้ๆ น้ำก็ได้ของขวัญเลย พวกเราในนี้ก็ให้ของขวัญน้ำกันหมดแล้ว เหลือแต่พี่คีเท่านั้นแหละที่ยังไม่ให้ ไม่รู้ว่ามีความลับอะไรนักหนาคะคุณพี่ชาย” อัณณาลอยหน้าลอยตาถามคนเป็นพี่ อัคคียิ้มกริ่มก่อนจะรวบมือบางของคนรักมากุมไว้พร้อมกับส่งนัยน์ตาซึ้งให้อีกครั้ง
“พี่รับรองนะคะน้ำว่าของขวัญที่พี่เตรียมให้จะต้องเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของน้ำเลยล่ะ” อัคคียกมือข้างหนึ่งขึ้นดีดนิ้วแล้วไฟในห้องก็ดับลงทันที
เสียงดนตรีหวานซึ้งค่อยๆ ดังขึ้นพร้อมๆ กับไฟหรี่ภายในห้องที่เริ่มส่องสว่าง อัคคีลุกขึ้นยืนคว้ากีตาร์ที่มีคนนำมาส่งให้และเริ่มขับร้องเพลงรักที่ธาราโปรดปรานโดยใช้สายตาของเขาสะกดดวงตาของหญิงสาวไม่ให้คลายไปไหน ธาราแทบจะหยุดหายใจ คาดไม่ถึงกับสิ่งที่ชายหนุ่มจะทำให้เธอในวันนี้ ร่างสูงค่อยๆ ก้าวหาเธอช้าๆ จนเมื่อเพลงจบเขาจึงยื่นกีตาร์ให้คนของตนแล้วทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าบนพื้นตรงหน้าของเธอ
“พี่คีคะ” ธาราอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าคนรักของเธอหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาแล้วเปิดออกตรงหน้า
“แต่งงานกับพี่นะคะน้ำ” อัคคีบรรจงหยิบแหวนออกมาเพื่อยืนยันความตั้งใจของเขา
“ว่ายังไงคะ...Will you marry me?” ชายหนุ่มถามย้ำด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าคนรักของตนยังคงตกตะลึงในการกระทำของเขา ธาราจึงเริ่มได้สติกลับมาก่อนจะพยักหน้ายอมรับให้อัคคีสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ
“อะไรกันคะน้ำ ร้องไห้ทำไม ตกลงดีใจไหมคะเนี่ยที่พี่ขอแต่งงาน” อัคคีถามติดตลกเมื่อเห็นคราบน้ำตาแห่งความยินดีของคนรักที่ยังคงไม่เอ่ยปากอะไร ก่อนจะดึงตัวธารามาไว้ในอ้อมแขนด้วยความอ่อนโยน “พี่รักน้ำนะคะ พี่สัญญาว่าจากนี้ไปพี่จะดูแลน้ำอย่างดี จะไม่มีวันทำให้น้ำเสียใจแน่นอน”
อัคคีย้ำเสียงหนักแน่นด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน ธาราสบตาเขาด้วยความซึ้งใจและส่งยิ้มให้ทั้งน้ำตา
“น้ำก็รักพี่คีค่ะ ขอบคุณนะคะสำหรับของขวัญชิ้นนี้”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะเพราะน้ำเองก็เป็นของขวัญของพี่เหมือนกัน” อัคคีรวบหญิงสาวมาไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง อัณณาลอบเช็ดน้ำตาของตนแล้วเอ่ยขึ้นบ้าง
“พวกเราจะเป็นพยานให้เองนะน้ำว่าพี่คีสัญญากับน้ำเอาไว้แล้ว ถ้าพี่คีทำไม่ดีกับน้ำเมื่อไหร่มาฟ้องพวกเราได้เลย รสกับพี่ภูด้วยใช่ไหมคะ”
รสสุคนธ์ยิ้มฝืด ในขณะที่ภูผาพยักหน้าตามคำนั้น ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มที่ปะปนไปทั้งความสุขใจและความปวดใจไปพร้อมๆ กัน แต่ความรู้สึกหลังนั้นแนบเนียนและมิดชิดจนไม่มีใครสังเกตได้
“คอยดูไปเลยอัณ พี่นี่แหละที่จะเป็นคนที่สร้างแต่รอยยิ้มให้กับน้ำเอง” อัคคีเอ่ยย้ำจนทำให้ธาราสบตาของเขาอย่างวางใจก่อนจะซบลงกอดคนรักของเธอแน่น เธอซึมซับทุกถ้อยคำของเขาด้วยความเชื่อมั่นจนไม่ เผื่อใจถึงความเจ็บปวดจากความเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้าที่กำลังจะเดินทางมาถึงในไม่ช้านี้