ผืนดินที่เคยเป็นสวนมันสำปะหลังและสวนอ้อย ในหนึ่งปีสร้างรายได้แค่ไม่กี่หมื่นบาทในวันวาน วันนี้ได้กลายเป็นสวนเกษตรกรรมขนาดใหญ่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของพันธุ์พืชชนิดต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบจัดวางระบบนิเวศอย่างเป็นระเบียบลงตัวโดยคำนึงถึงธรรมชาติเป็นแก่นสำคัญ บนเนื้อที่กว่าหนึ่งร้อยไร่แห่งนี้ ประกอบไปด้วย โรงเรือนขนาดใหญ่สำหรับเพราะพันธุ์พืชสามโรงเรือน บ่อน้ำขนาดใหญ่สองบ่อและคลองไส้ไก่ที่เชื่อมไปทั่วสวน สวนผลไม้ เช่น ทุเรียน มะม่วง ฝรั่งและมัลเบอร์รี นอกจากนี้ยังมีส่วนโรงเรือนเลี้ยงเป็ดเนื้อ เป็ดไข่ ไก่ไข่และไก่พื้นเมือง โรงเรือนเลี้ยงวัวและกระบือ แปลงนาสำหรับปลูกข้าว แปลงผักตามฤดูกาลชนิดต่าง ๆ ยังมีแปลงพืชสมุนไพรหายากสำหรับทำยา แปลงดอกกล้วยไม้ และการเลี้ยงผึ้ง ผลผลิตจากสวนจำนวนหนึ่งส่งออกนอก ด้านหน้าสวนยังมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูป และมีคาเฟ่เพื่อบริการผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม ทั้งคณะศึกษาดูงานและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาดูงานในศูนย์การเรียนรู้ สวนแห่งนี้มีชื่อว่า สวนปรารุษก์
เจ้าของสวน ปรารุษก์ กฤติฐาวัตร ยืนจิบกาแฟตอนบ่ายอยู่บนระเบียงไม้ของสำนักงาน ขณะที่ฟังเสียงบรรยายของมัคคุเทศก์ประจำสวน ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนนักศึกษาในท้องถิ่นที่รักและสนใจการทำเกษตร แต่ละคนจะใช้เวลาว่างเข้ามารับการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจนเชี่ยวชาญสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ จึงได้เป็นมัคคุเทศก์ประจำสวน เขาคือเจ้าของสวนแห่งนี้ จากเด็กต่างจังหวัด ฐานะครอบครัวปานกลาง เขาใช้เวลาห้าปีทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ขึ้นมาจนประสบความสำเร็จในวัยสามสิบห้าปี
ตาคมกริบกวาดมองความสำเร็จที่เกิดจากหยาดเหงื่อและบาดแผลในหัวใจ ใบหน้าคมเข้มด้วยวัยสุขุม เยือกเย็นและเปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำที่มีความเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาด
ทว่า ใบหน้านิ่งขรึมพลันอ่อนโยนลง เมื่อได้ยินเสียงเล็กใสดังมาแต่ไกล
“ปะป๊าขา... ปะป๊าอยู่ไหนน้า...”
ปรารุษก์หันไปตามเสียงเรียกทันที รอยยิ้มบาง ๆ ระบายบนใบหน้า เด็กหญิงรติรัตต์ กฤติฐาวัตร หรือ น้องน้ำเพชร วัยห้าขวบในชุดเสื้อสีขาวกระโปรงสีฟ้าลายสก็อตของนักเรียนอนุบาลวิ่งตรงมาหาเขาด้วยรอยยิ้มสดใส
“ปะป๊าขา...หนูกลับมาแล้วค่า”
ชายหนุ่มย่อตัวลงทันที อ้าแขนรับร่างเล็ก ๆ ที่พุ่งเข้ามากอดอย่างอบอุ่น เขากดจูบลงบนกลุ่มผมนุ่มด้วยความรักและเอ็นดู
“ไงครับนางฟ้าตัวน้อยของป๊า วันนี้ป๊าไม่ได้ไปรับงอแงอาเตหรือเปล่า”
“หนูไม่งอแงค่า หนูคิดถึงปะป๊า” บอกพลางยื่นหน้าไปหอมแก้มพ่อ ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่อย่างอ้อน ๆ
“ป๊าก็คิดถึงเจ้าหญิงของป๊าที่สุดเลยครับ”
ปรารุษก์อมยิ้ม หอมขมับเล็กอย่างนิ่มนวลอีกครั้ง เจ้าตัวน้อยเหมือนนึกอะไรได้ รีบเงยหน้าขึ้นมาบอก
“อ้อ หนูช่วยอาเตพาแขกของปะป๊ามาหา คุณอาคนสวยสวยมากเลยค่า”
“จริงเหรอลูก เก่งที่สุดเลยนางฟ้าของป๊า”
“มานั่นแล้วค่ะ”
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองตามที่ลูกสาวชี้ เห็นผู้จัดการสวนและผู้ช่วยคนสนิทยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ที่ปรารุษก์มาที่สำนักงานไม่ได้ไปรับลูกสาวจากโรงเรียนก็เพราะวันนี้เขามีนัดกับลูกค้าที่จะเข้ามาคุยเรื่องงานออกแบบ ซึ่งเป็นงานอีกอย่างที่เขาทำควบคู่ไปกับงานออกแบบ
“น้องน้ำเพชรวิ่งไม่รออาเตเลยนะครับ”
“อาเตแก่แล้ว เดินช้า” เด็กหญิงตัวน้อยแกล้งว่า
“อาเตอายุน้อยกว่าปะป๊าอีก หล่อเฟี้ยวขนาดนี้แก่ตรงไหน” เตชิต ชมนาตร รีบกล่าวแก้ทั้งเอ็นดูและมันเขี้ยวเด็กหญิงที่ช่างพูดช่างจา ครั้นเจ้านายที่อายุมากกว่าสองปีหันมามอง เขาก็หัวเราะกร่อย ๆ ก่อนจะรีบเบี่ยงตัวออก เพื่อให้เจ้านายเห็นแขกผู้มาเยือน คนที่ทำให้เขาแทบขยี้ตาตอนเจอหน้ากัน
“อ้อ เจ้านายครับ นี่คุณศิศิรา ตัวแทนจากบริษัท APTR ที่จะเข้ามาติดต่อเรื่องการออกแบบครับ”
ปรารุษก์รู้สึกว่าวินาทีนี้โลกคล้ายจะหยุดหมุน แม้แต่เสียงของคนสนิทยังไม่เข้าหู ตาคมแข็งกร้าวขึ้นยามจ้องมองหน้าพริ้มเพราคุ้นตา ต่อให้วันนี้คนตรงหน้าจะเติบโตเป็นสาวสะพรั่ง เขาก็ยังจำเธอได้ดี
ศิศิรา ธัญญวลัย ยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ปากเผยอน้อย ๆ ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เลือดในกายพลันเย็นเฉียบ เมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายชัด ๆ แม้ใบหน้านี้จะเปลี่ยนแปลงตามวัย คมเข้ม ดุดัน และมีรังสีกดดันมากมาย หาใช่ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าแบบเมื่อก่อน เธอจำเขาได้ดี
“พะ...พี่ลัน...”
เสียงหวานแทบไม่เล็ดลอดออกมาจากลำคอ หากคนที่จ้องอยู่อ่านปากได้ความหมาย ปรารุษก์เหมือนได้สติ ยื่นมือไปรับแฟ้มจากผู้ช่วย พลางหันไปพูดกับลูกสาวเสียงนุ่ม
“น้องเพชรไปดูบ่อปลาตรงนู้นกับอาเตก่อนนะครับ ป๊าขอคุยงานแป๊บ”
“คุยเสร็จกลับบ้านเลยไหมคะ ป้าผันว่าวันนี้จะทำแกงเขียวหวานไก่ หนูอยากกิน”
“กลับเลยครับ”
“งั้น โอเคค่า” เด็กหญิงปล่อยมือจากการกอดคอพ่อ เดินไปจูงมือกับเตชิตลงจากสำนักงานเพื่อไปดูบ่อปลาคาร์ปตัวใหญ่อย่างว่าง่าย หากก็ไปก็ไม่ลืมสวัสดีคุณอาคนสวยอีกรอบ
“ไปก่อนนะคะคุณอา”
ศิศิรายิ้มให้อย่างไม่เป็นธรรมชาติ ด้วยว่ายังจัดการความรู้สึกตัวเองไม่ทัน
คล้อยหลังลูกสาว ตาคมแข็งกระด้างขึ้น เขาเปิดแฟ้มในมือดูผ่าน ๆ ขณะเอ่ยเสียงเยียบเย็น
“ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะครับ ผมชื่อ ปรารุษก์ กฤติฐาวัตร” เขาย้ำชื่อด้วยน้ำเสียงขรึมจัดหนักแน่น “ส่วนชื่อ ลัน... ผมขอสงวนสิทธิ์ให้คนที่สนิทและสำคัญกับผมเท่านั้นเรียกได้”