“อะไรนะ!” ดรัณหัวใจหล่น “พี่ไม่ได้มีอะไรกับนันท์”
“ไว้ไปแก้ตัวกับน้ำค้างเหอะค่ะ”
หญิงสาวโกรธแทนเพื่อน นึกถึงภาพที่เห็นเมื่อคืนบวกกับเธอเองได้รับรู้เรื่องราวของทั้งสองมาตลอด รู้ว่าเพื่อนรักทะเลาะกับเขาเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นบ่อยครั้งในช่วงสามเดือนมานี้ ดรัณมักจะพูดว่าไม่มีอะไรกันแต่ไม่ทำอะไรที่ทำให้เพื่อนเธอมั่นใจในตัวเขาได้ จนเกิดเหตุการณ์เมื่อคืน
ลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นสิบสอง หญิงสาวรีบก้าวออกไปทันที ที่ยอมลงไปรับเขาก็เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาโทรถามเธอว่าอยู่ห้องไหนชั้นอะไร และเธออยากต่อว่าเขาสักหน่อย โชคดีอีกที่ในลิฟต์เมื่อครู่ไม่มีคนใช้บริการ
ดรัณเม้มปากกัดกรามแน่น รีบก้าวยาว ๆ ตามจนถึงห้องพักฟื้นพิเศษ ซึ่งพอโผล่หน้าเข้าไป ได้เห็นหน้าซีดเซียวที่กำลังหลับอยู่บนเตียงของศิศิราแวบเดียวก็ถูกพ่อแม่ของเธอเดินมาขวางหน้าด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตร
“ออกไปคุยกันข้างนอก”
พ่อของเธอแค่นเสียงสั่งทำให้เขาต้องถอยหลังออกไปจากห้องอย่างจำยอม
“คุณพ่อคุณแม่ครับ น้ำค้างเป็นยังไงบ้าง แล้วลูกละครับ เธอกับลูกปลอดภัยดีใช่ไหมครับ”
แม่ของน้ำค้างปราดเข้ามาตรงหน้าด้วยหน้าตาบึ้งตึง ดวงตาแดงเรื่อกราดมองชายหนุ่มด้วยความจงเกลียดจงชังและรังเกียจ ตวัดมือตบหน้าเขาเต็มแรง
เพียะ!!!
“แกยังมีหน้ามาถามถึงเธออีกงั้นเหรอ” ดวงตาวาววับกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ดรัณไม่ได้โกรธ ไม่ถือโทษที่พวกท่านโกรธเขา เพราะเขาผิดจริง ๆ
“มัวแต่ไปเมาหัวราน้ำ มั่วอยู่กับผู้หญิงคนอื่นจนทำให้ลูกสาวฉันเป็นแบบนี้ กล้าดียังไงถึงมาถาม” นายจักรชัยระเบิดใส่บ้าง แม้จะไม่ใช่การแหกปากปาว ๆ แต่เสียงห้าวดุเอาจริงเอาจังบอกอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี
“ผมขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ เมื่อคืนผมผิดเอง ผมไปดื่มกับเพื่อน ๆ ที่บริษัทจริง แต่ไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นนะครับ ผมเสียใจ... ผมขอเข้าไปดูน้ำค้างหน่อยนะครับคุณพ่อคุณแม่”
“ไม่ต้องมาเรียกฉันแม่ ฉันไม่เคยมีลูกอย่างแก”
ขวัญฤดีตัดบทอย่างพยายามระงับอารมณ์เต็มที่ เธอมีลูกสาวเพียงคนเดียว รักดั่งแก้วตาดวงใจ ตั้งแต่ที่รู้ว่าลูกคบกับผู้ชายคนนี้ เธอห่วงและห้ามปรามมาตลอดเพราะคิดว่า พนักงานบริษัทธรรมดา ๆ ไม่ได้มีฐานะอะไร เป็นแค่เด็กจากต่างจังหวัดจะมาจริงจังอะไรกับลูกของเธอ แล้วศิศิราก็ยังเด็กเกินกว่าจะรู้ทันเล่ห์ผู้ชายคนนี้ ถูกหลอกล่อด้วยคำหวานก็ทุ่มใจทุ่มกายให้ผู้ชายคนนี้จนหมด
ขณะที่ลูกสาวเธอรักเขาหมดหัวใจ อีกฝ่ายคงแค่ต้องการจับลูกสาวเธอเพื่อจะได้สะดวกสบายไปชั่วชีวิต
“พอเถอะดรัณ แกไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันตามดูพฤติกรรมแกมาตลอด แกกับผู้หญิงคนนั้นคั่วกันลับหลังลูกสาวฉันยังไม่พออีกเหรอ ทำให้ลูกสาวฉันปางตายขนาดนี้ คิดว่าฉันจะยอมอยู่เฉย ๆ สินะ”
“ผมไม่เคยทำแบบนั้น”
“อย่าไปพูดกับมันเลยคุณ” ขวัญฤดีปรามสามี “ลูกสาวฉันตัดสินใจแล้ว... เธอไม่อยากเจอหน้าแกอีกต่อไปแล้ว”
“ผมไม่เชื่อ น้ำค้างยังหลับ เธอจะพูดแบบนั้นได้ยังไง”
ดรัณตกตะลึง มองหน้าแม่ยายในทางพฤตินัยอย่างไม่เชื่อใจ
“มึงทรยศเธอขนาดนี้ยังคิดว่าลูกกูจะยอมไปอยู่กับมึงอีกเหรอวะ” จักรชัยฟิวส์ขาด ความเกลียดและรังเกียจชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เขานึกอยากกระทืบมันให้จมตีน โทษฐานที่มาทำร้ายดวงใจของเขา ชายสูงวัยคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายกระชากเข้ามาใกล้ คำรามเสียงต่ำ
“กูจะบอกให้นะ นอกจากเธอไม่อยากเห็นหน้ามึงแล้ว ลูกของมึง ลูกสาวกูก็ไม่ต้องการ!”
“ไม่จริง ผมไม่เชื่อ น้ำค้างไม่มีทางพูดแบบนั้น เราวางแผนจะแต่งงานกันหลังจากที่เธอคลอด”
คำพูดเสียดแทงกลางใจชายหนุ่มอย่างจัง ปากร่ำร้องปฏิเสธ แต่คำพูดในตอนทะเลาะกันระหว่างตนกับสาวน้อยดังขึ้นในหัวไม่หยุด
“ถ้าพี่ลันไม่รักหนู ลูกคนนี้หนูก็ไม่ต้องการ!”
ไม่จริงหรอก! น้ำค้างไม่มีวันทำแบบนั้น! ไม่จริงใช่ไหม!
ดรัณร่ำร้องถามตัวเองในใจ พลางจะพุ่งทะยานไปที่ประตูห้อง แต่ถูกจักรชัยขวางไว้ ทั้งยังเรียกลูกน้องสองคนเข้ามาจับตัวเขาไว้อีกด้วย
ด้วยฐานะที่ร่ำรวยของเจ้าของบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายเหล็กรายใหญ่เจ้าหนึ่ง จักรชัยมีลูกน้องคนสนิทตามไปด้วยทุกที่ เขาหันไปทางเมียรัก เธอหยิบซองสีขาวออกมาส่งให้
จักรชัยยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อยับ ๆ ของอีกฝ่าย
“นี่เป็นเช็คเงินสดห้าล้าน ถือว่ากูจ้างให้มึงออกไปจากชีวิตลูกสาวกูก็ได้ พาเด็กนั่นไปไกล ๆ ยิ่งดี เอาแบบชาตินี้ไม่ต้องเจอะเจอกันอีก”
“เด็กนั่นที่ว่าก็หลานคุณนะ” ดรัณเดือดดาลจนทนไม่ไหวกับการดูถูกดูแคลน พ่อแม่ของศิศิราตราหน้าเขามาตลอดว่ามาเกาะเธอกิน ทั้งที่ความจริงเขาไม่เคยใช้เงินของเธอเลย
“แค่เลือดเลว ๆ ก้อนหนึ่ง กูไม่เสียดายหรอกโว้ย เอาตัวมันออกไป แล้วอย่าให้มันเหยียบเข้ามาใกล้ลูกสาวกูอีก”
“ไม่นะ น้ำค้างเป็นเมียผม พวกคุณจะทำแบบนี้ไม่ได้”
เขาดิ้นรนสุดฤทธิ์แต่ไม่สามารถหลุดจากคนของจักรชัยได้
“เอาเงินไปซะ! จากนี้ไปอย่ามาข้องเกี่ยวกับลูกสาวฉันอีก จำใส่ใจไว้ด้วยว่า นี่คือการตัดสินใจของน้ำค้าง เธอต้องการตัดขาดกับแกและเด็กคนนั้น อย่ามาทำให้เธอเสียเวลาชีวิตอีก”