ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างรุนแรง
ศิศิราผุดลุกขึ้นเมื่อรู้สึกว่าช่องท้องปั่นป่วนจนทนไม่ไหว เธอรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำ โก่งคอเอาทุกสิ่งทุกอย่างออกมาจนหมด เดินอ่อนแรงออกมา ตาฝ้าฟางจนชนกับใครคนหนึ่ง
“ขะ ขอโทษค่ะ”
“น้ำค้าง เป็นอะไรไป!”
เสียงคุ้นเคยกับลำแขนแข็งแรงเกี่ยวร่างเล็กเอาไว้
“พี่กุล ฮึก! น้ำค้างอยากกลับบ้าน...”
“ได้ ๆ เดี๋ยวพี่พากลับ”
ความรู้สึกหลากหลายตีกันจนยุ่งเหยิง ความผิดหวัง เสียใจ ทั้งจากถูกหักหลังและการสูญเสียลูกทำให้น้ำค้างทนไม่ไหว ขณะที่เธอเจ็บปวดใจเจียนตายกับการเสียลูกไป ชายหญิงคู่นั้นกลับกำลังสร้างครอบครัวกันอย่างมีความสุข ศิศิราสุดจะทนไหว พอขึ้นมาบนรถได้ เธอปล่อยโฮออกมาทันที
“น้ำค้าง!”
ชวิศตกใจมาก แต่ไม่ว่าเขาจะปลอบยังไง คนตัวเล็กก็ยังร้องไห้น้ำตาไหลพรากไม่หยุด เขาเองก็พอรู้เรื่องราวของเธออยู่บ้าง จึงจับมือบางมากุม ปล่อยให้เธอร้องจนกว่าจะสบายใจขณะพาเธอกลับบ้าน
เขาเห็นเธอเป็นน้องสาวมาตลอด นึกเจ็บใจไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่กล้าทำให้เธอเสียใจขนาดนี้ นับแต่รู้จักกันมา เขาไม่เห็นน้ำค้างอ่อนแอขนาดนี้มาก่อน พอถึงบ้านจึงประคองเธอไปนั่งที่สวน โอบกอดปลอบโยนเสียงนุ่ม
“ร้องให้สบายใจ... ต่อไปก็ไม่ต้องร้องอีก คิดซะว่าโดนหมามันกัด อกพี่กว้างขนาดนี้ซับน้ำตาเราได้หลายลิตรแน่นอน”
หลังจากร้องไห้จนเจ็บตาไปหมด ศิศิราอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เธอเช็ดน้ำตาป้อย ๆ บิดแขนที่กอดเธอไว้เบา ๆ
“ไม่ร้องแล้ว”
“ไม่ร้องแล้วค่ะ”
“ดีมาก น้องสาวพี่ทั้งเก่งทั้งสวยขนาดนี้ ใครมันไม่เห็นค่าคือตาถั่วมาก”
ชวิศขยี้ผมนุ่มหยอกล้อ ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นแล้วปล่อยเมื่อพบว่าสาวน้อยสบายใจมากขึ้น
“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า บอกพี่ได้ไหม เดี๋ยวพี่จะไปเอาคืนไอ้คนที่มันทำให้น้องร้องไห้เอง”
“พี่นั่นแหละทำน้ำค้างร้อง”
“อ้าว”
“ก็เล่นโอ๋กันแบบนี้ไง น้ำค้างเลยรู้สึกผิดเลยที่วันนี้ไม่ได้ไปกินข้าวดูหนังกัน”
“เป็นงั้นไป โอเคพี่ยอมรับผิดก็ได้ งั้นพี่ขอไถ่โทษเป็นให้พี่เลี้ยงข้าวเลี้ยงหนังเราแทนแล้วกันดีไหม”
“น้ำค้างไม่อยากออกไปข้างนอกแล้ว”
“ก็ไม่ต้องออก เดี๋ยวมื้อนี้พี่บุกครัวป้าขวัญทำของโปรดให้เราเอง จากนั้นก็ต่อด้วยดูหนัง บ้านเรามีห้องเธียร์เตอร์นี่นา”
“งั้นไปค่ะ”
สาวน้อยยิ้มกว้างแม้ว่าตาจะแดงช้ำ ฉวยจับมือใหญ่ให้เดินเคียงกันเข้าไปในบ้าน
“พี่กุล”
“ว่า”
“น้ำค้างอยากไปเรียนเมืองนอก พี่ช่วยน้ำค้างหน่อยได้ไหม”
“ได้ดิ เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวพี่ดูที่เรียนแล้วก็ที่พักให้ รับรองปลอดภัยหายห่วง บรรยากาศดีด้วยอีกต่างหาก”
“ขอบคุณค่ะ”
เธอพยายามยิ้มสดใสให้เขา บางทีการไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากตรงนี้อาจจะทำให้เธอเข้มแข็งและลืมผู้ชายคนนั้นหมดหัวใจได้สักที
ศิศิราไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธออยากลืม ยืนกำมือแน่นอยู่ห่างออกไปด้านหนึ่ง มองภาพที่ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อและกอดกันอย่างสนิทสนมด้วยความปวดร้าวใจสุด ๆ
หลังจากที่เขามาเฝ้าหน้าบ้านเธอหลายวัน จนได้เห็นเธอ ดรัณพยายามขอพบแต่ถูกยามขวางไว้ หากวันนี้เขากลับได้รับอนุญาต ตั้งใจว่าจะพูดคุยกับเธอให้เข้าใจ อธิบายว่าเขากับนันท์นรีไม่ได้มีอะไรกัน แต่กลับได้พบกับภาพบาดตาบาดใจแทน
นี่ใช่ไหม เหตุผลแท้จริงที่เธอตัดขาดจากเขา
นี่ใช่ไหม เหตุผลที่เธอทิ้งได้แม้แต่ลูกในไส้ของตัวเอง
ดรัณแทบเข่าทรุด จากความไม่เข้าใจกลายเป็นความโกรธ
ที่แท้ก็เพราะเธอสำเหนียกแล้วว่าคบกับผู้ชายจน ๆ อย่างเขามันเทียบกับคนมีฐานะเท่าเทียมกันกับเธอไม่ได้ จึงไม่ยอมฟังคำอธิบาย ไม่เปิดโอกาสให้เขาเลยสักครั้ง
“เห็นแล้วใช่ไหม ลูกของฉันกับพ่อกุลเหมาะสมกันขนาดไหน ขณะที่แกทำให้เขาร้องไห้ทุกวัน พ่อกุลกลับทำให้เขายิ้มได้”
ขวัญฤดีเดินมายืนข้าง ๆ
“คุณอยากให้ผมเห็นสินะ ถึงยอมให้ผมเข้ามาในบ้านวันนี้”
“ใช่ ฉันอยากให้แกเห็น แกจะได้รู้ว่า แกไม่มีความหมายสำหรับน้ำค้างอีกต่อไปแล้วจริง ๆ ไม่ใช่ว่าฉันกีดกันพวกแก”
ดรัณไม่โต้ตอบใด ๆ เขาหันกลับกลับไปพร้อมกับความเสียใจท่วมท้น หันหน้าเข้าหาเหล้าเพื่อดับความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ เอาความเมามายดับทุกข์ทุกวันคืน
“พี่ลัน! หืม... ทำไมกลิ่นหึ่งแบบนี้เนี่ย พี่ลัน!”
“หืม...คราย”
นันท์นรีเปิดไฟทำให้ภายในห้องพักสว่างขึ้น กลิ่นเหล้าตลบอบอวล ส่วนเจ้าของห้องนอนกลิ้งหมดสภาพอยู่บนพื้น รอบตัวเขามีทั้งขวดเหล้าขวดเบียร์เกลื่อนกลาด
หญิงสาวสวยก้าวหลบขวดทั้งหลายแหล่ เข้าไปถึงกายกำยำ พยายามจะประคองให้ลุกขึ้นนั่ง เบียดร่างกายอวบอิ่มวัยสาวสะพรั่งของตนเองเข้าแนบชิด หวังจะปลุกอารมณ์อย่างอื่นไปด้วย
นันท์นรีแอบรักดรัณมาตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ปีสี่ที่ฮอตมาก เธอโชคดีได้เป็นน้องสายรหัสของเพื่อนเขา หลังจากที่เขาเรียนจบจึงติดต่อกลุ่มเขามาตลอดจนเธอเรียนจบและตามมาทำงานในบริษัทแห่งนี้
“พี่จะดื่มไปถึงไหน งานการไม่ทำ ไปค่ะไปอาบน้ำเดี๋ยวนันท์ช่วยนะคะคนดี”
ดรัณกลับสะบัดตัวออก มือควานหาขวดเหล้ามาดื่ม
“พี่ลัน!”
“ออกไป!” เขาไล่ ตาแดงก่ำจับจ้องคนที่เข้ามาวุ่นวายด้วยแววตาแข็งกร้าว “อย่ามายุ่ง”